ถ้าเลือกได้ไม่ขอเป็น ‘พี่คนโต’ : แชร์ความบอบช้ำของพี่คนโตในวันครอบครัว แม้แต่การตอบคำถามวันรวมญาติก็กดดันจนไม่อยากคุยกับใคร 

“แต่งงานเมื่อไร”

“มีบ้าน มีรถหรือยัง”

“เป็นหัวหน้าหรือยัง”

สารพัดคำถามในวันรวมญาติที่กลายเป็นความอึดอัดของคนวัย ‘ลูก-หลาน’ เส้นแบ่งระหว่างความห่วงใย ถามไถ่ กับความกดดันที่ได้เผชิญ ถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับ ‘ลูกคนโต’ 

“บางทีงานไหนญาติมาเยอะๆ เราแทบไม่อยากไปงานนั้น”

หนึ่งพี่คนโตของบ้านแชร์เหตุผลให้ฟัง เขาบอกว่าบางคนอาจจะอิจฉาในฐานะที่เป็นพี่คนโตของบ้าน แต่สำหรับเขาบางทีการเป็นพี่คนโตก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะการคาดหวังจากคนรอบตัวมีน้ำหนักมากกว่าลูกคนอื่นๆ 

ในปี 2015 จูเลีย โรห์เรอร์ (Julia Rohrer) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยไลพ์ซิก (University of Leipzig) ได้จัดตั้งทีมวิจัยเพื่อศึกษาเกี่ยวกับลำดับการเกิดที่อาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ซึ่งนับเป็นวิจัยที่ยาวนานถึง 18 ปี ถึงจะสามารถสรุปคร่าวๆ ได้ว่าลูกคนโตมีแนวโน้มที่จะมีบุคลิกกล้าแสดงออก และภูมิใจในตนเองสูง แต่ก็มีอารมณ์หงุดหงิดและตึงเครียดมากกว่า ในขณะที่ลูกคนเล็กมักจะเป็นคนเปิดเผยมากกว่า ในขณะที่ลูกคนกลางมีความกล้าแสดงออกน้อยที่สุด 

พี่ใหญ่ของบ้านมีความตึงเครียดมากที่สุดในบรรดาลูกๆ ทุกคน สิ่งนี้มีรากมาจากวัฒนธรรมทายาทคนแรก (Primogeniture) ที่พี่คนโตจะได้รับการสืบทอดตระกูล ดูแลทรัพย์สินส่วนใหญ่ และมีบุตรเพื่อสืบสกุลต่อไป คงอาจจะเห็นในภาพยนตร์ดรามาหลายๆ เรื่องที่พี่คนโตจะต้องละทิ้งความฝันอะไรบางอย่าง เพื่อกลับมาทำหน้าที่ผู้นำของครอบครัว หรือเข้ารับการสืบทอดกิจการของที่บ้าน

ขณะเดียวกันความแคลงใจเรื่องการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ของลูกคนโตก็ถูกพอกพูนให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน โดยสิ่งเหล่านี้สะท้อนมาจากการสั่งสอน เลี้ยงดู ของใช้ หรือเสื้อผ้าที่ใส่ โดยน้องคนเล็ก หรือคนกลางมักจะได้สิ่งที่ดีกว่าเสมอ ความคิดเห็นหนึ่งในโลกออนไลน์บอกว่าหากเธอต้องการจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน พ่อแม่จะถามรายละเอียด และถูกห้ามมากกว่าน้องๆ ของเธอ ซึ่งเธอคิดว่ามันไม่ได้น่าอิจฉา มันเหมือนว่าเธอโดนจำกัดสิทธิมากกว่า

ในบริบทของประเทศไทย การเป็นลูกคนโตต้องมาพร้อมกับความเสียสละบางอย่าง 

“ต้องออกจากโรงเรียน เพื่อให้น้องได้เรียนหนังสือ”

“บางทีก็ไม่ได้เตรียมใจว่าเรียนจบแล้วต้องทำงานส่งน้องเรียนด้วย”

หนึ่งในปัญหาหลักๆ ที่พี่คนโตหลายๆ คนเล่าให้ฟังถึงความทุกข์ใจที่ต้องพบเจอ สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับวาทกรรมเป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง โดยเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ คือการแบ่งของเล่น จนขยายเป็นการเสียสละเรื่องใหญ่ขึ้นตามช่วงวัย โดยเฉพาะในสังคมที่ไม่ได้สร้างความเท่าเทียมให้ลูกทุกคน หรือครอบครัวที่อยู่ในวังวนกับดักความจน ทั้งหมดยิ่งสร้างความทุกข์ให้กับลูกคนโตมากขึ้น

ลูกคนโตยิ่งทุกข์ขึ้นไปอีกถ้าเป็นผู้หญิง #EldestDaughterSyndrome กลายเป็นประเด็นในแอปพลิเคชัน Tiktok ที่ผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม จุดเริ่มต้นมาจากภาวะเดอะแบกของพี่คนโต โดยเฉพาะลูกผู้หญิงที่ต้องเป็นทั้งพ่อแม่ให้กับน้องๆ เป็นคนทำความสะอาดบ้าน และเป็นเสาหลักของบ้านๆ ไปพร้อมกัน บางคนถึงกลับแชร์ประสบการณ์สุดขมขื่นว่าตัวเองต้องดูแลน้อง และดูแลแม่พร้อมๆ กันในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งเหมือนเธอถูกบังคับให้เป็นแม่คนที่สามโดยที่ไม่เต็มใจ 

เมื่อปีที่แล้ว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ร่วมกับสำนักงานสถิติแรงงานแห่งสหรัฐอเมริกาเก็บสถิติเด็ก 5,000 คนตั้งแต่ก่อนคลอดถึงอายุ 14 ปี  พบว่าลูกคนโตฉลาดที่สุดในบรรดาพี่น้อง จากการทดสอบความรู้ความเข้าใจตั้งแต่วัยทารกนั้น พี่คนโตจะมีความพร้อมสำหรับความสำเร็จด้านวิชาการและสติปัญญาได้มากกว่า อย่างการอ่าน การตั้งชื่อสิ่งของ คำศัพท์เกี่ยวกับภาพ และการออกเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย อ่านสอดคล้องกับสิ่งที่ ชารอน เวกส์ไชเดอร์-ครูซ (Sharon Wegscheider-Cruse) ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมกล่าวไว้ว่าลูกคนโตถูกวางบทบาทให้เป็นฮีโร่ คือมักมีความคาดหวังสูงจากพ่อแม่ พวกเขาอาจรู้สึกว่าตนจำเป็นต้องเป็นเด็กที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ มีความรับผิดชอบ และเก่งในทุกด้านของชีวิต สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความรู้สึกไม่เพียงพอหรือวิตกกังวลและซึมเศร้าในที่สุด 

วันที่ 14 เมษายนนี้ที่ถูกกำหนดให้เป็นวันครอบครัวแห่งชาติ แน่นอนว่าต้องมีการรวมญาติกินเลี้ยงสังสรรค์ ลูกคนโตอาจจะถูกรุมยิงคำถามถึงความก้าวหน้าในชีวิต รวมถึงชีวิตรักส่วนตัวแล้วอาจจะทำให้อึดอัดจนยิ้มไม่ออก 

ครอบครัวก็สำคัญ สุขภาพจิตตัวเองก็สำคัญ ถ้ารู้สึกว่ายากเกินกว่าจะรับมือ สามารถประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น เพื่อเช็กสุขภาพใจว่าความเครียดอยู่ในระดับใดและความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต

ได้ที่ 👉 www.checkin.dmh.go.th

หรือ 

– สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 หรือ https://1323alltime.camri.go.th

– สายด่วนคลายทุกข์ Samaritans.Thailand : ของสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย โทร. 02-113-6789 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น.

– สายด่วน Depresswecare ของหน่วยงานจิตเวช โรงพยาบาลตํารวจ โทร. 081-932-0000

แอปลิเคชัน SATI พูดคุยกับอาสาสมัครรับฟัง