นัดตี้ที่ท้ายซอย…บันทึกจากลูกที่เห็นแม่ไปเต้น ‘แอโรบิก’ ทุกวัน วัฒนธรรมร่วมคนเอเชีย พื้นที่การรวมตัวของสว. มีอะไรดี?

“เย็นนี้แม่ไม่ว่างต้องไปเต้นแอโรบิกท้ายซอย”

เมื่อต้นเดือนมีนาที่ผ่านมา ‘แม่’ เพิ่งจะอายุ 63 ปีไปหมาดๆ การก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ ความแก่ หรือหง่อม ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับแม่ เพราะทุกเย็นตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์แม่มีนัดตี้ (ปาร์ตี้) กับเพื่อนที่ท้ายซอยเพื่อเต้นแอโรบิกประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน 

“ดูให้หน่อยได้ไหม ท่าบาสโลบ (Paslop) สวยหรือยัง”

“เปิดเพลงให้แม่หน่อย เพลงของตั๊กแตน ชลดา”

จริงๆ กิจกรรมแอโรบิก คือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์โลก โดยเฉพาะในเอเชีย เมื่อคุ้ยข้อมูลเก่าๆ แอโรบิกเริ่มรู้จักกันในปี ค.ศ. 1968 รวมถึงยังเคยเป็นหนึ่งในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 23 ณ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา แถมยังถูกบรรจุเป็นหนึ่งในประเภทกีฬาเพื่อการแข่งขันชิงเหรียญทองทั้ง โอลิมปิก  เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ เรียกว่า Sports Aerobics จัดอยู่ในกลุ่มประเภทกีฬายิมนาสติก

ถ้าแถวบ้านคุณใกล้โลตัส หรือบิ๊กซี คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไปรวมตัวกันเต้นแอโรบิกเป็นคอมมูนิตี้ที่อยู่คู่ห้าง โลตัสถึงขนาดจัดแคมเปญ “Lotus’s Aerobic Dance Fit & Fun” พร้อมใส่ #แอโรบิกหน้าโลตัส ทำ CSR แบบจริงจัง

หรือก่อนหน้านี้การบริหารระดับจังหวัด อบจ. อบต. ก็มีการกันงบประมาณเพื่อส่งเสริมชุมชนในการสร้างสุขภาพที่ดีผ่านการเต้นแอโรบิก หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งลานแอโรบิก

ว่ากันว่าในมุมของคนนอกที่ยังไม่ได้เข้าวงการแอโรบิก (ทั้งหมวดกิจกรรมงานอดิเรก และหมวดการแข่งขัน) กิจกรรมนี้ค่อนข้างที่จะพื้นฐาน เหมือนเข้าไปเต้นๆ ออกท่าทาง จบเพลง แล้วกลับบ้าน ช่วงแรกๆ ที่ไปนั่งเฝ้าแม่ ยังคิดในใจว่านี่น่ะเหรอการออกกำลังกาย ดูไม่เหนื่อย ยกแขน 2 ที ยกขา 3 ทีก็จบ 

แต่จากการสังเกตการณ์กิจกรรมนี้สักระยะหนึ่ง เริ่มมีเสียงใจในกรีดร้องว่า มันไม่ใช่แล้วโว้ย! นี่มันข้ออ้างสังสรรค์ของคนแก่ชัดๆ 

เริ่มเต้นตอน 6 โมงเย็น แต่แม่จะเริ่มแต่งตัวตั้งแต่ 4 โมง บางครั้งผ่าแตงโมยกไปด้วย บางครั้งพกถาดส้มตำ หนักสุดเริ่มมีหม้อจิ้มจุ่ม 

“อากาศมันร้อน เต้นเสร็จกินแตงโมแล้วชื่นใจ”

“อย่าลืมไปถ่ายรูปหมู่ให้หน่อยนะ” แม่จะปิดท้ายทุกครั้งหลังจากเริ่มเปิดประตูบ้านแล้วมุ่งหน้าไปท้ายซอย 

ถ้าเราอิดออดไม่อยากอาบน้ำแค่ไหน แม่เราก็อิดออดไม่อยากเลิกจากลานแอโรบิกเร็วๆ เช่นกัน จากการใช้เวลาเต้นแค่ 1-2 ชั่วโมง บางทีกิจกรรมอาจจะลากยาวไป 4-5 ชั่วโมง บางครั้งสั่งไอติมมาเลี้ยงกันเอง กินผลไม้หลังเต้นเสร็จ และบางครั้งถ้าไม่ไปตาม แม่ก็ไม่กลับบ้าน! 

และที่ขาดไม่ได้เลยคือแฟชั่นแอโรบิก ความง่ายๆ ที่ถูกกำหนดไว้ประจำลานแอโรบิกของแม่คือใส่เสื้อตามสีวัน เพื่อความสวยงาม และเป็นระเบียบ ดังนั้นแล้วถ้าคุณมีภาวะลืมวันลืมคืนว่าวันนี้วันอะไร อาจจะมองไปทางลานแอโรบิกสักที่ อาจจะทำให้รู้ว่าวันนั้นวันอะไรผ่านสีเสื้อของพวกเขา เพราะลานแอโรบิกเกินครึ่งชอบกำหนดสีเสื้อตามวันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน 

พิมมายาวขนาดนี้อาจจะเหมือนบทความเม้าท์แม่ (มีส่วนนิดๆ) แต่เมื่อมองลึกลงไปพื้นที่แอโรบิกเหล่านี้คือที่ทางในสังคมสำหรับวัยที่ไม่ต้องการเข้าคาเฟ่ หรือแบกเป้เดินทางต่างจังหวัด มันกลายเป็นหนึ่งคอมมูนิตี้ที่สำคัญสำหรับการพบปะพูดคุย ถามไถ่ ปรึกษาปัญหาชีวิต อย่าลืมว่าสังคมสูงวัยแบบเต็มรูปแบบในไทยกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และลูกหลานก็ไม่มีเวลาพอที่จะสร้างความสัมพันธ์เพื่อเติมเต็มข่องว่างความว่างเปล่าในใจพวกเขา 

สำหรับใครที่แม่เกษียณแล้ว หรือหยุดพักจากงาน ลองชวนแม่ไปลานแอโรบิกสักครั้ง หรือถ้าใครกำลังคิดจะบ่นว่าแม่ขอซื้อเสื้อสีชมพูเพื่อมาใส่ในวันอังคารไปลานเต้นแอโรบิก ก็ขอให้มองมุมใหม่ เขาไปเต้น ไปจอย ก็ดีกว่าหงอยๆ อยู่บ้าน