‘หนังสืองานศพ’ วิธีบอกลาจากคนเป็นถึงคนตายที่มีเฉพาะที่ไทย 

“หนังสือแจกงานศพเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมมีที่ไทยที่เดียวเลยก็ว่าได้”

ประโยคที่ทำให้เราหูผึ่งทันที จากที่สนใจอยากทำความรู้จักกับ ‘หนังสืองานศพ’ อยู่แล้ว ความสนใจก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

ข้อมูลข้างต้นมาจากรายการพอดแคสต์ใต้โต๊ะนักข่าวของประชาไท เป็นตอนที่ 34 พูดถึงหนังสืองานศพ กษิดิศ อนันทนาธร ที่เป็นคนมาให้ข้อมูลบอกว่า หลายๆ ประเทศหรือบางศาสนามีธรรมเนียมการจัดการกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว คือ เผาหรือฝังทันที แต่ที่ประเทศไทยเรามักจะมีธรรมเนียมจัดงานศพก่อน ระยะเวลาวันที่นิยมจัดก็ 3 หรือ 7 วัน ถ้าครอบครัวไหนมีทุนทรัพย์หน่อยก็อาจจะเก็บศพไว้ร้อยวันก่อนจะประกอบพิธีต่อไป

เมื่อมีเวลาก็ทำให้สามารถคิดว่าจะส่งคนตายอย่างไร หนังสือแจกในงานศพจึงเปรียบเสมือนวิธีบอกลาของคนเป็น 

ส่วนทำไมต้องแจกเป็นหนังสือนั้น เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม บอกว่า ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีธรรมเนียมนิยมแจกหนังสือเป็นของชำร่วยในงานต่างๆ ไม่ว่าจะงานมงคล หรืองานอวมงคล เริ่มเกิดขึ้นช่วงรัชกาลที่ 5 ที่อิทธิพลของประเทศตะวันตกแพร่หลายในไทยมากขึ้น กลุ่มคนที่ทำเป็นกลุ่มแรกๆ มักจะเป็นชนชั้นสูง เจ้านายต่างๆ 

หนังสืองานศพเล่มแรกของไทยถูกแจกในงานพระเมรุการพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ฯ เป็นดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีพระประสงค์อยากรวบรวมหนังสือสวดมนต์และพระปริตรต่างๆ ที่ยังกระจัดกระจายอยู่ให้เป็นที่เดียว ทำให้หนังสือแจกงานศพช่วงแรกๆ นิยมนำเสนอเนื้อหาทางพุทธศาสนา เพราะคนเชื่อว่าจะได้บุญกุศลมากด้วย

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมคนเขียนถึงสนใจหนังสืองานศพ เพราะเราเองกำลังตามหาหนังสือใหม่ๆ อ่าน มาพบว่าหมวดหนังสืองานศพเป็นหนึ่งในหนังสือที่น่าสนใจ แม้บางคนอาจมีภาพจำต่อสิ่งนี้ คือ เป็นหนังสือบทสวดมนต์ หรือเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนา แต่จริงๆ แล้วหนังสืองานศพยังมีอีกหลายเล่มที่น่าสนใจ อย่างเช่นตำราแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ที่ถือว่าเป็นตำรารวบรวมสูตรอาหารไทยที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่ง ก็ถูกทำขึ้นเพื่อแจกในงานศพของเจ้าตัว

เนื้อหาในหนังสืองานศพเริ่มนำประวัติของผู้ตายหรือใส่องค์ความรู้ที่เจ้าตัวเชี่ยวชาญ หรือสนใจ ในช่วงรัชกาลที่ 6 กลายเป็นสูตรหนึ่งในการใช้ทำหนังสืองานศพ 

ความนิยมของการทำหนังสืองานศพ กษิดิศบอกว่ายังคงมีอยู่เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ตามกำลังของแต่ละครอบครัวจะมี ซึ่งต้นทุนในการผลิตก็เหมือนกับการผลิตหนังสือทั่วๆ ไปที่จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าทำหนังสือ ค่าทำปก ค่าจัดทำรูปเล่ม ค่าพิสูจน์อักษร ค่าวาดภาพประกอบ เป็นต้น

ในต่างประเทศเองก็มีการศึกษาวัฒนธรรมนี้ โดยใช้ชื่อว่า Thai cremation volumes (หนังสืออนุสรณ์งานศพ อนุสรณ์มีความหมายว่าที่ระลึก) หรือบางหอสมุดมีการรวบรวมหนังสือแจกงานศพให้อ่านด้วย เช่นที่หอสมุดแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย (National Library of Australia) บอกว่าพวกเขาเก็บรวบรวมหนังสือแจกในงานศพของคนไทยได้ประมาณ 3,000 เล่ม แล้วก็ยังให้นิยามอีกว่า เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของสังคมไทย เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ เช่น วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือเรื่องราวพื้นบ้าน เป็นต้น 

นอกจากนี้ หอสมุดยังวิเคราะห์ว่า หนังสือแต่ละเล่มสามารถเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะของคนที่เสียชีวิตได้ด้วย ถ้าเล่มไหนปกหุ้มด้วยทองคำ หรือข้างในพิมพ์สีทั้งเล่ม สัณนิฐานว่าคนตายค่อนข้างมีฐานะ เป็นต้น

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการรวบรวมหนังสืออนุสรณ์งานศพไว้ในรูปแบบออนไลน์ มีประมาณ 800 เล่ม หากใครสนใจสามารถไปหาอ่านได้ที่นี่

คำถามต่อมาอาจจะเป็นว่า แล้วเราควรจะเชิดชูหรือยกวัฒนธรรมนี้ให้มากขึ้นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ กำลังมาแรง  ในความเห็นของกษิดิศมองว่า วัฒนธรรมนี้ยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร โดยเฉพาะในแง่เนื้อหาที่ถูกนำมาทำหนังสือ สำหรับเขาฟังก์ชันของหนังสืองานศพควรทำให้คนอ่านรู้จักคนที่เสียชีวิตไปแล้ว หรืออาจได้รับข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น บริบทสังคมในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างหนึ่ง แต่หนังสืองานศพส่วนใหญที่ทำยังคงใช้เนื้อหาบทสวดมนต์ หรือบางทีก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนตายเลย นอกจากมีกระดาษที่ติดตรงหน้าปกว่า หนังสือเล่มนี้ถูกแจกในงานศพใคร

แต่บางทีเนื้อหาอาจไม่สำคัญเท่าจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ที่มีเพื่อให้คนเป็นได้แสดงความอาลัยและเคารพคนที่จากไป ด้วยการบันทึกอะไรสักอย่างเพื่อให้คนอื่นๆ ได้รู้จักพวกเขา แม้ว่ามันอาจจะมาจากมุมมองคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าตัวก็ตาม

หรือเราเองก็อาจจะลองคิดเล่นๆ ก็ได้นะว่า หนังสือที่แจกในงานศพเราอยากให้พูดเรื่องอะไรบ้าง  เพื่อเป็นสิ่งหนึ่งเหลือทิ้งไว้ หลักฐานที่บ่งบอกว่าเราเคยมีตัวตนหายใจอยู่บนโลกใบนี้

อ้างอิง

https://prachatai.com/journal/2019/12/85724

https://www.nla.gov.au/collections/what-we-collect/asian/thai-collection/thai-cremation-volumes

https://www.silpa-mag.com/history/article_67036

https://www.posttoday.com/politics/385790

http://www.damrong-journal.su.ac.th/upload/pdf/74_9.pdf