ไม่ต้องฝืนยิ้ม ถ้ารู้สึกไม่โอเค! : สำรวจตัวเองและคนรอบตัวว่าจริงใจกับความเศร้า หรือกำลังเกิดภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น (Smiling Depression)  

โดยปกติผู้ตายเป็นคนอารมณ์ดี…

ตามหลักภาษา คำตรงข้ามของคำว่า ‘ความสุข’ คือความทุกข์หรือ ‘ความเศร้า’ แต่ความรู้สึกของมนุษย์ซับซ้อนกว่านั้น  ดังนั้นบุคคลมากกว่าครึ่งที่สามารถจบชีวิตของตัวเองได้สำเร็จจึงไม่ได้เผยความเศร้า หรือความทุกข์ใจก่อนวันสุดท้ายของชีวิต จนคนรอบข้างประหลาดใจกับเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้น 

ใครจะรู้ว่าคนที่เราเดินสวนกันบนรถไฟฟ้า หรือเพื่อนที่เราเพิ่งแชทกันเมื่อคืนมีความคิดฆ่าตัวตาย โดยที่ยังมีรอยยิ้มประดับบนหน้า สิ่งนี้ทางการแพทย์เรียกว่า อาการ Smiling Depression หรือภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น  

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่าปัจจุบันมีคนไทยกว่า1.5 ล้านคนเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่ตัวเลขเชิงสถิติยังมีมุมมืดที่ร้ายแรงกว่านั้นคือมีจำนวนคนอีกไม่น้อยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเผชิญปัญหาโรคซึมเศร้า หรือรู้ตัวแล้วแต่ไม่เข้ารับการรักษา คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก และที่ร้ายกว่านั้นบางคนอาจแสดงออกตรงข้ามเพื่อบอกว่ายังไหว 

ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น (Smiling Depression) คือการแสดงออกที่ไม่ตรงไปตรงมาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แทนที่จะรู้สึกเศร้า หดหู่ หงุดหงิด เก็บตัว ร้องไห้ กลับแสดงออกถึงความรู้สึกในทางตรงกันข้าม ได้แก่ การยิ้ม หัวเราะ คิดว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการภาวะซึมเศร้าที่อันตราย เพราะกลุ่มคนที่มีอาการนี้เป็นอาการซึมเศร้าที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เลือกที่จะเก็บอารมณ์ ความรู้สึก ความเศร้า ความเครียด หรือความทุกข์ จนทำให้คนรอบข้างไม่ทันสังเกตว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะดังกล่าวอยู่ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาจากทางแพทย์อย่างทันท่วงทีหรือขาดโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือและนำมาสู่การสูญเสียในที่สุด

นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นยังมีสาเหตุมาจากการตีตราตัวเองเช่นกัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่แสดงอาการเศร้าออกมาแบบชัดเจนเพราะคิดว่าการเป็นโรคซึมเศร้านั้นดูอ่อนแอ กลัวว่าตนเองจะเป็นภาระผู้อื่น หรือพยายามที่จะรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ให้ได้ตามปกติขณะที่รอยยิ้มก็ต้องมีบนใบหน้า แต่ก็ต้องใช้พลังอย่างมาก จึงทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการนี้จะฝืนยิ้ม หรือแสร้งว่าตัวเองมีความสุขต่อหน้าผู้คนหรือบุคคลอื่นๆ

มันคงไม่ใช่รอยยิ้มที่จริงใจ แต่เป็นรอยยิ้มเพื่อให้ผู้อื่นสบายใจ แม้ว่าข้างในจะแตกสลายแค่ไหนก็ตาม 

ดังนั้นแล้วเราจึงต้องคอยสำรวจตัวเอง และสำรวจคนรอบข้างว่ากำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นหรือเปล่า หรือจุดไหนควรที่จะต้องได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ โดยสามารถวัดได้จาก 4 พฤติกรรมหลักๆ คือ 

  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป เช่น บางคนเมื่อรู้สึกเศร้าแล้วอยากกินมากเกินไป หรือบางคนเศร้าแล้วไม่อยากกินอาหารก็มี 
  • การนอนหลับไม่เหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอนอย่างมาก เช่น ตื่นในตอนกลางคืน และนอนในตอนกลางวัน บางคนอาจรู้สึกอยากนอนมากเกินไปไม่อยากลุกจากเตียงเลย หรือบางคนนอนไม่หลับเลยก็มี
  • ความรู้สึกสิ้นหวัง มีความรู้สึกผิด ความไร้ค่า และความรู้สึกสิ้นหวัง
  • เรื่องที่เคยรู้สึกสนุกตอนนี้ไม่รู้สึกสนุกแล้ว สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าใบหน้ายิ้ม จะทำตัวผิดปกติไปจากกิจกรรมที่เคยชอบ อยู่ๆ ก็เลิกทำแบบดื้อๆ

หากเข้าข่ายพฤติกรรมเหล่านี้ มีวิธีรับมือภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นด้วยตัวเองได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเอง ปรับความคิดว่าคนเราสามารถเศร้าแล้วแสดงออกได้ หรือการเขียนไดอารี่ระบายความรู้สึก โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่กล้าเปิดใจกับใคร หรือแม้แต่บอกคนที่ไว้วางใจถึงสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ กล้าระบายความรู้สึกหรือขอความช่วยเหลือ

Word of the day วันนี้ขอเสนอคำว่า 

ร้องไห้บ้างก็ได้นะ ยิงกลั้นน้ำตามากเท่าไหร่ ยิ่งเศร้ามากขึ้น

ไม่จำเป็นต้องฝืนยิ้ม ทำหน้าบึ้งบ้าง เครียดบ้างก็ได้

ผิดพลาดบ้างก็ไม่เป็นไร ลดความสมบูรณ์แบบลงสักนิด

เปิดใจยอมรับว่าตัวเรามีภาวะซึมเศร้า

ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพให้ตัวเองดูดี ทุกคนมีข้อเสีย ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

ไม่ควรปล่อยให้ภาวะซึมเศร้าคงอยู่นาน เพราะมีโอกาสทำร้ายตัวเองได้