Announce

ประกาศ โครงการการพัฒนาการสื่อสารและรณรงค์

เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางาน

เรื่อง ประกาศเชิญชวนเสนอราคากลาง

งานจัดจ้างกิจกรรมออกแบบหลักสูตรและจัดทำเวิร์กชอปเพื่อสร้างกระบวนการสื่อสาร 

สำหรับวัยรุ่นและวัยทำงาน รวมถึงคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อประเด็นสุขภาพจิต

โครงการการพัฒนาการสื่อสารและรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางาน รหัสโครงการ 66-01016 เลขที่ 66-E1-0914 โดย บริษัท โฟร์ตี้ ซัมติง จำกัด โดยการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีความประสงค์จะจัดจ้างกิจกรรมออกแบบหลักสูตรและจัดทำเวิร์กชอปเพื่อสร้างกระบวนการสื่อสาร สำหรับวัยรุ่นและวัยทำงาน รวมถึงคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อประเด็นสุขภาพจิต งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในการจ้างเป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

โดยมีเป้าหมายในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตและลดการตีตราตนเองและคนรอบข้างต่อประเด็นสุขภาวะทางจิต จะมีส่วนช่วยในการบรรลุเป้าหมายของแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ทั้งในประเด็นของการเพิ่มสัดส่วนผู้มีสุขภาพจิตดี ผ่านมาตรการการดําเนินงานในการสื่อสารสาธารณะ และการสร้างความรอบรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อสุขภาพจิตของสังคม จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมยื่นใบเสนอราคาเพื่อจัดทำเป็นราคากลางสำหรับงานจ้างดังกล่าวข้างต้น ผ่านทาง e-mail : info@mutualfinding.co ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2567 โดยมีรายละเอียดขอบเขตงานตามแนบท้ายประกาศ และสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตงานเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ หมายเลขโทรศัพท์ 082-6656-442

ประกาศ ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2567


นางสาวทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

ผู้รับผิดชอบโครงการ

        ประธานคณะกรรมการกำหนดราคากลาง


รายละเอียดงานจัดจ้างโครงการการพัฒนาการสื่อสารและรณรงค์

เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางาน

1. ความเป็นมา

สุขภาวะทางจิตหรือสุขภาพจิตเป็นประเด็นปัญหาที่ปรากฏขึ้นในหลายกลุ่มประชากรในปัจจุบัน อันมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับปัจจัยทั้งในเชิงปัจเจกชนและปัจจัยเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความกดดัน ความเร่งรีบ และความเปราะบางในปัจจุบันที่ได้ส่งผลกระทบอย่างสําคัญต่อปัญหาสุขภาพจิตของประชากรจํานวนมากในหลายระดับ โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ที่สภาพการแข่งขัน ความกดดัน ความโดดเดี่ยว และสภาพการทํางานได้ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตของประชากรมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากสํารวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้ามากขึ้นกว่าเดิมอีก 25% (WHO, 2022) สอดคล้องกับตัวเลขข้อมูลการสํารวจของศูนย์โรคซึมเศร้าไทย กรมสุขภาพจิต ยังระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน โดยผู้ป่วยจํานวน 100 คน สามารถเข้าถึงการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น และทําให้คนไทยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิตก่อนวัยอันควร (กรมสุขภาพจิต, 2565) ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาด้านสุขภาพจิตกําลังกลายเป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่แก่ประชากรจํานวนมาก ทั้งจากปัจจัยภายในส่วนบุคคลและกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผันผวน ทําให้สังคมควรหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาวะทางจิตให้มากขึ้น

กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางานหรือกลุ่มประชากรช่วงอายุ 18-45 ปี เป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าและภาวะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า โดยผู้ที่มีเกณฑ์เป็นโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการชัดเจนในช่วงอายุ 25 ปี หลังจากนั้นอาจเกิดเป็นโรคเรื้อรังทางจิตใจในระยะยาวได้ ทั้งนี้ข้อมูลของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขพบว่า จํานวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในปี 2563 มีอยู่ 355,537 คน แต่ในปี 2564 เพิ่มเป็น 358,267 คน และอัตราการฆ่าตัวตายในปี 2564 อยู่ที่ 7.38 รายต่อประชากรแสนคน เพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2547-2563 ที่ทรงตัวในระดับ 5-6 รายต่อประชากรแสนคน

ตามข้อมูลรายงานสุขภาพคนไทย 2566 พบว่าเด็กอายุตํ่ากว่า 18 ปี เป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงทางสุขภาพจิตค่อนข้างสูง ผลการประเมินสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นในปี 2565 พบมากกว่า 1 ใน 3 มีความเสี่ยงทางสุขภาพจิตแต่ไม่มีภาวะซึมเศร้า หรือเสี่ยงฆ่าตัวตาย ขณะที่ร้อยละ 16.6 และ 9.6 มีความเสี่ยงต่อ การฆ่าตัวตายและมีภาวะซึมเศร้า ตามลําดับ โดยกลุ่มที่ค่อนข้าง เปราะบาง คือ เด็กและวัยรุ่นที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล และกลุ่มที่เคย หรือกําลังรักษาปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือพัฒนาการ (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ทั้งนี้ กลุ่มอายุที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุด คือกลุ่มอายุ 15-34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยเรียนและวัยทํางานโดยมีปัจจัยหลัก คือ ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ในสถานที่ทํางาน หรือในโรงเรียน รวมทั้งภาวะป่วยกายหรือใจเรื้อรัง การใช้สุราและสารเสพติด และภาวะเครียดจากผลกระทบเศรษฐกิจ

จากการดําเนินงานของกลุ่มแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ในปี 2561-2563 ตามแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ของสสส. ได้สนับสนุนการพัฒนาและผลักดันให้เกิดแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติ พ.ศ. 2561-2580 นั้นได้กลายเป็นหมุดหมายที่สําคัญขับเคลื่อนให้ประเด็นด้านสุขภาพจิตของประชาชนกลายเป็นประเด็นสําคัญผ่านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักรู้ให้สามารถดูแลสุขภาพจิตของตนเองได้แล้วนั้นอย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืนได้นั้น การขยายการดูแลตนเองไปสู่การดูแลซึ่งกันและกันจึงเป็นเป้าหมายในการขับเคลื่อนที่สําคัญต่อไป ดังนั้น การเสริมพลังให้เกิดการสื่อสารเรื่องสุขภาพจิต ผ่านวิธีการสื่อสารอย่างมีความเห็นอกเห็นใจ (empathy) จึงมีบทบาทสําคัญอย่างยิ่ง

โครงการการพัฒนาการสื่อสารและรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางาน จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นสื่อกลางในการสร้างพื้นที่การรับฟังอย่างเข้าใจ ควบคู่ไปกับสร้างการเชื่อมโยงระหว่างกัน ที่จะช่วยสร้างจุดร่วมและสลายเส้นแบ่งของการตัดสิน ผ่านงานสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ สร้างทัศนคติ ความเข้าใจและตระหนักรู้ให้ภาคประชาสังคม ที่จะนําไปสู่การดูแลซึ่งกันและกัน นํามาซึ่งความเข้าใจลดทอนอคติ ลดการตีตราตนเองและผู้อื่น เกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีได้ต่อไป

นอกจากประเด็นของสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทํางาน ดังที่กล่าวมาแล้ว ประเด็นสุขภาพจิตของกลุ่มคนจนเมืองและกลุ่มเปราะบางยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญและมีแนวโน้มที่จะทวีความสําคัญเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จําเป็นจะต้องมีการศึกษาและค้นหาวิธีในการสื่อสารเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตของประชากรกลุ่มดังกล่าวนี้ ให้มีความครอบคลุมและตรงจุด อันเป็นพื้นฐานของการออกแบบและผลักดันนโยบายเพื่อดูแล ป้องกัน และแก้ปัญหาประเด็นสุขภาวะทางจิตของประชากรกลุ่มคนจนเมืองและกลุ่มเปราะบางในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการฯ นี้มีความสอดคล้องกับกลุ่มแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามแผนหลัก (พ.ศ. 2566-2570) ของ สสส. ที่มีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนผู้มีสุขภาพจิตดี ผ่านมาตรการการดําเนินงานในการสื่อสารสาธารณะ เผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร เพื่อส่งเสริมความรอบรู้และพฤติกรรมเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพจิต ตลอดจนผลลัพธ์ด้านการสื่อสารตามเป้าหมายการดําเนินงานของแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ที่มุ่งเน้นการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพ ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความเข้าใจ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเสริมสร้างให้กลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ มีทัศนคติเชิงบวก สามารถนําความรู้และทักษะที่จําเป็นไปประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตประจําวันของตนเองและสื่อสารไปยังคนรอบข้างได้ การดําเนินงานของโครงการฯ ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป์นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทํางาน (18-45 ปี) และมีเป้าหมายในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตและลดการตีตราตนเองและคนรอบข้างต่อประเด็นสุขภาวะทางจิต จะมีส่วนช่วยในการบรรลุเป้าหมายของแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ทั้งในประเด็นของการเพิ่มสัดส่วนผู้มีสุขภาพจิตดี ผ่านมาตรการการดําเนินงานในการสื่อสารสาธารณะ และการสร้างความรอบรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อสุขภาพจิตของสังคม

2. วัตถุประสงค์

  • เพื่อจัดทําแนวทางและพัฒนาการสื่อสารรูปแบบออนไลน์เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อประเด็นสุขภาพจิตของกลุ่มวัยรุ่น และวัยทํางาน
  • เพื่อรณรงค์สื่อสารผ่านกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อประเด็นสุขภาพจิตที่เน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มวัยรุ่นและคนทํางาน
  • เพื่อพัฒนาการศึกษาภาพรวมสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตของกลุ่มคนจนเมืองและกลุ่มเปราะบางในเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการสื่อสารด้านสุขภาพจิต

3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ : บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล

4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่จะดำเนินการจัดซื้อ และขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่นๆ

4.1 ข้อเสนอทางเทคนิค

– ผู้รับจ้างต้องออกแบบกระบวนการสื่อสารและจัดทำเวิร์กชอป อย่างน้อย 2 ครั้ง 

– ผู้รับจ้างจัดหาและบริการสถานที่ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์สำหรับเวิร์กชอป

– ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเดินทางของผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และระบบการลงทะเบียนและคัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม

5. กำหนดเวลาส่งมอบงาน : วันที่ 23 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2567

6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ : เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ

6.1 สัดส่วนน้ำหนักในการให้คะแนน

– เกณฑ์ราคา กำหนดน้ำหนักร้อยละ 20

– เกณฑ์คุณภาพ กำหนดน้ำหนักร้อยละ 80

6.2 การกำหนดเกณฑ์การพิจารณาย่อยในการให้คะแนนของแต่ละเกณฑ์คุณภาพ ตามข้อ 6.1

– แผน/รูปแบบ/แนวทางการทำงาน 40 คะแนน

– ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาของบริษัทหรือทีมงาน 30 คะแนน

– บทบาทหน้าที่ โครงสร้างการทำงานและความผู้เชี่ยวขาญของบุคลากรและทีมงาน 30 คะแนน

7. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร : จำนวนเงิน 650,000 บาท

8. งวดงานและการจ่ายเงิน แบ่งการส่งมอบออกเป็นงวด จำนวน 3 งวด ดังนี้

งวดผลงานที่ต้องส่งมอบจำนวนระยะเวลาส่งมอบผลงานงวดเงิน ร้อยละ
1รูปแบบหลักสูตร พร้อมรายละเอียดการอบรม ภาพรวมกระบวนการเวิร์กชอป1 งานภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา35
2สรุปผลการจัดเวิร์กชอป พร้อมภาพถ่ายเวิร์กชอป ครั้ง 11 งานภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา35
3คู่มือหลักสูตร/สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรม พร้อมภาพถ่ายเวิร์กชอป ครั้ง 21 งานภายใน 100 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา30
รวมทั้งสิ้น650,000 บาท

9. วิธีที่จะจัดซื้อจัดจ้าง : วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

10. รูปแบบการเสนอราคา

แบบ 2 ซอง คือ การแยกเอกสารทางเทคนิคกับใบเสนอราคาออกจากกัน (พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ)

หมายเหตุ : การจัดทำใบเสนอราคาเสนอต่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เลขที่ 99/8 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0994000005377

11. กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน

12. กำหนดวันทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากโครงการ

13. สถานที่จัดส่งเอกสาร/ติดต่อสอบถามข้อมูล

บริษัท โฟร์ตี้ ซัมติง จำกัด 

1371 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

นางสาวทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ 

e-mail : info@mutualfinding.co

หมายเลขโทรศัพท์ 082-6656-442

ดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่นี่