Depression ซึมเศร้า

Illustration of Depression : ให้ความซึมเศร้า เล่าตัวเองผ่านลายเส้น

ซึมเศร้าหน้าตาเป็นอย่างไร? 

ระหว่างการสัมภาษณ์คนที่เป็น และเคยเป็นโรคซึมเศร้าที่มีภาวะ อาการ และสาเหตุแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เขา และเธอมีหรือเผชิญร่วมกันคือ ‘การตีตรา (Stigmatization)’ ทั้งจากคนรอบข้าง และสังคมรอบตัว 

จริงๆ แล้วโรคซึมเศร้าก็ไม่ต่างจากโรคทางกายอื่นๆ อย่างมะเร็งที่มีหลายชนิด ซึ่งอาการก็ซับซ้อนเรียกร้องการรักษาแตกต่างกันไป โรคซึมเศร้าเองก็มีหลายประเภท แต่มักจะถูกเหมารวม เข้าใจผิด จนนำไปสู่การตีตราและด้อยค่าทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ 

โรคซึมเศร้าไม่อาจจำกัดด้วยอาการ ซึม+เศร้า อย่างที่ใครเข้าใจกัน 

และหลายครั้ง คนที่เป็นโรคซึมเศร้าก็ไม่สามารถอธิบายออกมาให้คนทั่วไปเข้าใจได้ด้วยคำพูด เพราะมันคือความรู้สึกและประสบการณ์ของแต่ละคน 

เราจึงลองให้อดีตผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 5 คน เปรียบเทียบจิตใจหรือความรู้สึกข้างให้เป็นกระดาษขาวไร้เส้นไร้กรอบแผ่นหนึ่ง แล้วถามว่า “ซึมเศร้ามีหน้าตาเป็นอย่างไร” แล้วลองจินตนาการออกมาเป็นภาพ โดยให้เวลาเต็มที่ ไม่มีคะแนน ไม่มีผิดถูก 

ภาพซึมเศร้าที่ได้มา หน้าตาเป็นอย่างนี้ 

หมายเหตุ : ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นำร่อง ส่วนหนึ่งของงานภายใต้โครงการการพัฒนาการสื่อสารและรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อสุขภาวะทางจิตของกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน (อายุ 22-45 ปี) จัดทำโดย MasterPeace ร่วมกับ Mutual สนับสนุนโดย สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

อิ่ม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี

“เพราะเวลาที่ตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าทำให้รู้สึกหม่นหมอง โลกไม่มีสีสันใดๆ มีแต่สีเทาๆ มันอึมครึม ไม่มีความสุข มันเหมือนมีก้อนเมฆที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝนอยู่บนหัวเราเพียงคนเดียว มันเป็นสภาวะที่พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ไม่รู้จะต้องทำยังไง เพียงแค่อยากให้ก้อนเมฆชุ่มฝนนั้นหายไป อยากให้มีวันที่แดดออกบ้าง มีเมฆที่สดใสเหมือนปุยนุ่นให้ชื่นชมบ้าง แต่สภาวะซึมเศร้ากลับไม่มีและมองไม่เห็นเลยว่าจะมีวันที่แดดจะออกบ้างมั้ย”

อร (นามสมมติ) อายุ 23 ปี

“หนูมักมองว่าคนรอบตัวดูมีความสุขค่ะ เขามีสีสัน ดูมีชีวิตชีวา ส่วนตัวหนูเองจะเป็นคนที่พูดน้อย เวลาอยู่ในวงสนทนาเลยเป็นคนที่นั่งฟังอยู่ห่างๆ คิดว่าตัวเองมีออราบางอย่างที่เป็นเมฆคลุมตัวเลยทำให้คนอื่นไม่กล้าที่จะคุยด้วย และตัวหนูเองก็ไม่กล้าที่จะคุยกับคนอื่นเหมือนกันเพราะกลัวว่าเขาจะเบื่อจากการพูดน้อยของหนู กลายเป็นการไม่สนใจในท้ายที่สุด”

ไฟ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี

“เมื่อก่อนเราคิดว่าภาวะซึมเศร้าคือสิ่งที่เราไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้ เราจะนึกถึงภาพพายุฝนเมฆเทาๆ คล้ายๆ เวลาที่อากาศชื้นและหดหู่หายใจลำบาก แต่มันกลายเป็นภาพเด็กหงอยแล้วในปัจจุบัน เพราะเราคุยกับตัวเองเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ”

ขนม (นามสมมติ) อายุ 31 ปี

“ภาวะซึมเศร้าของเราคือภาพนี้ต้องเป็นภาพนี้ภาพเดียวเท่านั้น ด้านซ้ายคือย่าของเราที่จากไปแล้ว 7 ปี พร้อมกับที่เรา 7 ปีที่มีโรคซึมเศร้า เราไม่ได้ทำตัวดีกับย่าเท่าไหร่ เราไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่สายไป มันโหดร้ายเหลือเกินยังคงแอบคิดเสมอว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำตัวใจร้ายกับย่า จะรักและดูแล และทำให้ดีที่สุด แม้ภาพของย่ากับเราจะทำให้เรานึกถึงภาวะซึมเศร้ากับห้วงเวลาที่แตกสลายผ่านมา ภาพนี้ยังคงเป็นภาพที่เต็มไปด้วยรัก และคิดถึง ซึ่งใช่มันโคตรเศร้า”

เจนิส (นามสมมติ) อายุ 24 ปี

“ถ้าถามว่าซึมเศร้าแล้วเรานึกถึงภาพอะไร เราจะนึกถึง 2 ภาพ คือ วาฬ 52 hrz เรารู้จักวาฬตัวนี้จากหนังสือเล่มหนึ่งของ piccolo เป็นหนังสือวรรณกรรมแปลอีกเล่มที่เราชอบมาก ๆ และวาฬตัวนี้วาฬที่อยู่อย่างเพียงลำพังในมหาสมุทร เพราะมีคลื่นความถี่ในการสื่อสารที่แตกต่างจากวาฬตัวอื่น ๆ ได้เฝ้ารอตัวที่มีคลื่นความถี่เดียวกับมัน แสดงถึงความโดดเดี่ยว ไม่สามารถแสดงออกให้ใครเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นหรือเจอมาได้ ก็เหมือนเราตอนนี้ที่รู้สึกโดดเดี่ยว หาคนเข้าใจและยอมรับ ในสิ่งที่เราเป็นจริง ๆ ยังไม่ได้สักที”

“รูปคนตกหลุมดำแล้วมีคนพยายามจะมาช่วยแต่เขาไม่รู้จะช่วยยังไง ก็เหมือนเราที่เป็นซึมเศร้าแล้วตกลงในหลุมดำแล้วมีคนพยายามจะช่วยเรา คนที่ไม่มีความรู้เขาบางทีช่วยเราไปมันอาจจะทำให้เราตกหลุมลึกกว่าเดิม เพราะด้วยความไม่เข้าใจ รวมถึงไม่มี empathy หรือไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น ส่วนบางคนอยากช่วยแต่เขาก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่เฝ้ามองในหลุมและเชือก เพราะเขาขาดความรู้ ไม่รู้จะพูดกับคนที่เป็นซึมเศร้ายังไง ส่วนกลุ่มสุดท้ายเขาพยายามช่วยเหลือที่ละเล็กทีน้อย ค่อยๆ ไต่เชือกลงไปช่วยคนตกหลุมดำ ซึ่งจะมาด้วยการให้กำลังใจ รับฟังแบบไม่ตัดสิน การพาไปหาหมอ ทำกิจกรรมร่วมกันใหม่ๆ  รวมถึงการไปเจอคนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ จนเราดีขึ้นและขึ้นจากหลุมมาได้”