ฝาเครื่องปรุงจากขวดซอสเย็นตาโฟ แม้ดูธรรมดา แต่แก้ปัญหาในร้านก๋วยเตี๋ยวได้ 100% : ความคิดสร้างสรรค์แบบบ้านๆ จาก 101 pieces of 1 city (Bangkok Edition)

ฐานของร่มตั้งพื้นจากเก้าอี้นั่งตัวเล็กๆ ที่มีรูตรงกลาง

ขวดน้ำบรรจุน้ำครึ่งขวด ร้อยเชือกห้อยปลายผ้าไวนิลหน้าร้านของชำ ถ่วงน้ำหนักไม่ให้ปลิวตามแรงลม

พัดลมติดผนังจากพัดลมตั้งพื้นธรรมดาๆ ที่ถูกสายเคเบิลมัดเข้ากับเสาเต็นท์ร้านอาหาร

ของเหล่านี้เราอาจจะชินตา เพราะสามารถพบเห็นได้เมื่อเดินตามท้องถนนในเมืองอย่างกรุงเทพ แต่หากเราหยุดสังเกตดีๆ เราจะพบว่า นี่คือความคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่งที่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบบ้านๆ โดยที่คนสร้างสิ่งของเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องเรียนสถาปัตย์หรือวิศวกรรมเลยด้วยซ้ำ

เริ่มจากของใกล้ตัว

“ถ้าเริ่มสังเกตของรอบตัว เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ไกลตัวขนาดนั้น” น้อยหน่าตอบคำถามว่าใจความสำคัญของเวิร์กช็อปในครั้งนี้คืออะไร 

น้อยหน่า–รมย์รวินท์ พิพัฒน์นัดดา นักออกแบบผู้สำรวจเมืองผ่านของจุกจิกริมทาง และผู้สร้างสรรค์ 10101 คือ ผู้ดำเนินเวิร์กช็อป ‘10101- 101 pieces of 1 city (Bangkok Edition)’ ในกิจกรรม Creative Being โดย Studio Persona 

น้อยหน่าเล่าให้ฟังว่า เวิร์กช็อปในครั้งนี้ตั้งต้นมาจากธีสิสของเธอที่ทำให้นึกถึงการแก้ไขปัญหาแบบบ้านๆ ของผู้คนบนท้องถนน ที่ทำให้วัตถุอุปกรณ์บางอย่างเกิดฟังก์ชันใหม่ในการใช้สอย เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่เราอาจมองข้ามไปในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับความคิดสร้างสรรค์ในโทรศัพท์มือถือมากกว่าสิ่งรอบตัว

“ทุกวันนี้เราใช้โทรศัพท์ในการหาแรงบันดาลใจ ไถดูอะไรก็ได้ที่อยากดู อยากเจอ จะออกไปพิพิธภัณฑ์ก็ไปได้ จนบางทีเราลืมที่จะสนใจสิ่งของรอบตัว ซึ่งถ้าเราสนใจมันมากขึ้น เราจะเจอมุมมองที่น่าสนใจที่เรามองข้ามไป และมันอาจจะเป็นไอเดียให้เราหยิบไปใช้แก้ปัญหาในรูปแบบใหม่ๆ ก็ได้”

1 ในสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างจากความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาแบบบ้านๆ ที่น้อยหน่าประทับใจเป็นพิเศษ คือ ฝาปิดเครื่องปรุงจากขวดซอสเย็นตาโฟ ที่ถึงแม้จะดูธรรมดา แต่พอได้ฟังเรื่องราวจากปากเจ้าของร้านกลับกลายเป็นการแก้ปัญหาที่ได้ผล 100%

“ร้านก๋วยเตี๋ยวมักจะมีพวกเครื่องปรุงที่เป็นแก้วกับฝาเหล็ก (ฝาแบน) แต่สำหรับร้านนี้เขาเจอปัญหาว่าลูกค้าเวลาเปิดฝาแล้วไม่ปิดกลับ เขาก็เลยตัดช่วงบนของขวดเย็นตาโฟกับฝามาใช้ครอบพวงเครื่องปรุงแทน กลายเป็นว่าลูกค้าทุกคนปิดกลับครอบตามเดิมกันหมดเลย”

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวมาจากการสังเกตพฤติกรรมลูกค้าของตัวเอง และการเข้าใจปัญหา ในเมื่อฝาเหล็กแบนๆ หยิบจับลำบากทำให้ลูกค้าไม่ครอบเครื่องปรุงกลับเหมือนเดิม ก็เปลี่ยนเป็นหยิบเอาของใกล้ตัวและไม่ได้ใช้งานแล้วอย่างขวดซอสเย็นตาโฟมาดัดแปลงเป็นฝาครอบง่ายๆ หยิบจับสะดวกแทน โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพวงใส่เครื่องปรุงยกชุดให้สิ้นเปลือง

ซึ่งน้อยหน่าชี้ว่า การแก้ปัญหาจากของใกล้ตัวแบบนี้ ไม่ได้เกิดเพราะเขาอยากจะทำขึ้นมาเฉยๆ แต่มันมี ปัญหาบางจุด (Pain Point) ขึ้นมาก่อน แล้วถึงมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นวิธีการเดียวกันกับวิธีการของดีไซเนอร์ในการออกแบบสิ่งต่างๆ โดยที่ตัวคนแก้ปัญหาอย่างเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไม่จำเป็นต้องเรียนหลักสูตรเดียวกับดีไซเนอร์เสียด้วยซ้ำ

ถ้าเป็นเรา จะทำอย่างไร?

สิ่งที่สะดุดสายตาตั้งแต่เข้าไปนั่งในวงเวิร์กช็อป คือ วัตถุ 101 ชิ้นที่สามารถเจอในกรุงเทพในขนาดย่อส่วนที่ถูกเรียงรายภายในถาด 4 ถาด ซึ่งวัตถุพวกนี้ไม่ได้ถูกนำมาให้เราดูเท่านั้น แต่กลายเป็นวัตถุที่เราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ที่ได้รับ

โดยวัตถุจะมีตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ อย่างคลิปหนีบผ้า ตะกร้าใส่ผลไม้ กรวยจราจร จนไปถึงของชิ้นใหญ่อย่างเสาไฟฟ้ากับบันไดสะพานลอย

ส่วนโจทย์ที่เราต้องแก้ มี 2 โจทย์ด้วยกันคือ (1) เรียงของในพื้นที่กระดาษโพสต์อิท 1 แผ่นให้ได้มากที่สุด และ (2) ให้ต่อของขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ และไม่ล้ม

แต่ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ไหน น้อยหน่าชี้ว่า เทคนิคที่ใช้มี 4 อย่างด้วยกัน คือ ซ้อน (Stacking) เสียบ (Sticking) มัด (Tying) ห่อ (Wrapping) และไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียง 1 เทคนิคเท่านั้นต่อครั้ง

เพราะฉะนั้นสำหรับโจทย์แรกที่ต้องการจำนวน เราจึงเห็นการหนีบผ้าใบบนเสาเพื่อเพิ่มจำนวนชิ้น ส่วนโจทย์ 2 ที่ต้องการความสูงจึงไม่ได้มีเพียงการซ้อนและเสียบเพื่อเพิ่มความสูง แต่มีการห่อผ้าใบและมัดเชือกเพื่อความมั่นคงบริเวณข้อต่อ

โจทย์ทั้ง 2 ข้อนี้ไม่ยากและไม่ง่าย แต่เมื่อมีเวลาที่จำกัด และเงื่อนไขที่ว่าของมีแค่อย่างละชิ้น ต้องแย่งจากคนอื่นๆ ทำให้การแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ต้องมีการหยุดคิดและวางแผน ทว่าเมื่อเทียบกับบอร์ดเกม 10101 ของน้อยหน่า โจทย์ทั้ง 2 ข้อนี้กลับง่ายราวกับเป็นโจทย์ของเด็กประถม

เพราะเพื่อนร่วมเวิร์กช็อปจั่วได้โจทย์ที่บอกว่า “ให้วางวัตถุ 25 ชิ้น (ที่กำหนด) ลงบนพื้นที่ 1*5 ตารางเมตร (5 ช่องสี่เหลี่ยมแนวนอน)”

แน่นอนว่าความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทุกคน คือ จะเป็นไปได้เหรอ เพราะของแต่ละชิ้นมีขนาดที่แตกต่างกัน น้ำหนักที่ไม่เท่ากัน แถมรูปร่างก็ไม่ได้ง่ายต่อการซ้อนขึ้นไปเฉยๆ แต่พอค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ เริ่มจากการทำให้มีพื้นที่ระนาบมากขึ้นโดยการเสียบขอบฟุตบาทจำลองเข้าไปในช่องว่างของก้อนอิฐ ก็ทำให้เรามีพื้นที่มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และสุดท้ายก็สามารถวางวัตถุ 25 ชิ้นตามโจทย์ได้สำเร็จ

นอกจากโจทย์นี้ ยังมีอีกโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทาย คือ การวางผ้าใบ 2 แผ่นในพื้นที่ที่กำหนดให้เกิดเงาด้านใต้ ซึ่งไม่ว่าจะโจทย์ผ้าใบหรือโจทย์ 25 ชิ้น ก็จำลองมาจากการแก้ปัญหาแบบบ้านๆ ตามท้องถนนทั้งนั้น เพราะอย่างการวางผ้าใบ 2 แผ่นให้เกิดเงาด้านใต้นั้น ก็จำลองมาจากการสร้างแคมป์หลบแดดง่ายๆ ของคนงานในไซต์ก่อสร้าง

เพราะฉะนั้น หากเราสังเกตรอบตัวให้มากขึ้น เราก็จะเจอการแก้ปัญหาแบบบ้านๆ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่สร้างไอเดียให้เราไปต่อยอดในการแก้ปัญหาได้อีกไม่น้อย