เด็กคิ้วหนา หัวเหมือนมันฝรั่ง มีขนมโปรดเป็นช็อกโกบีและอาหารที่เกลียดเข้าไส้คือพริกหยวก จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก โนะฮาร่า ชินโนะสุเกะ (Nohara Shinnosuke) หรือชินจังจอมแก่นเกินวัยเด็ก 5 ขวบไปไกล ในชีวิตประจำวันของชินจังดำเนินด้วยปัญหานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ตัวละครไม่ได้บอกตรงๆ กับคนดู คือการรับมือปัญหาที่ไม่ต้องยุ่งยากซับซ้อน แต่ปลายทางผลลัพธ์ที่ออกมาคือการได้ลงมือแก้ไขเหมือนกัน
ความกวนแบบหน้าซื่อตาใส
“ขอเนื้อหมูบดหน่อยคร้าบ”
“ร้านนี้ไม่ได้ขายหมูนะ”
“งั้นขอหัวไชเท้า”
“หัวไชเท้าก็ไม่มี”
“เอาโชยุก็ได้”
“โชยุก็ไม่มี! มันจะไปมีของพวกนี้ได้ยังไงนี่มันร้านขายปลา”
บทสนทนาชวนกุมหัวระหว่างชินจังและพ่อค้าร้านขายปลาที่ยืนคุยกันอยู่นานสองนาน ในการรับภารกิจซื้อของตามที่แม่สั่ง แต่ชินจังคือเด็ก 5 ขวบที่ต้องเข้าไปซื้อของคนเดียวครั้งแรก จากคำสั่งแค่การซื้อเนื้อหมู ชินจังทำให้เราไปได้ดูการต่อปากต่อคำกับพ่อค้าขายปลา และไปสร้างความเวียนหัวให้กับพี่สาวร้านขายเนื้อเพราะไม่รู้ว่าเนื้อหมูที่แม่สั่งต้องซื้อที่ไหน หรือซื้อปริมาณเท่าไร
เรื่องราวเหมือนจะง่าย เพราะแม่ค้าร้านเนื้อบอกให้ชินจังโทรหามิซาเอะ แต่ชินจังก็คือชินจัง แม้จะจำตอนฮีโร่หน้ากากแอ็คชันได้จนครบ แต่กลับจำเบอร์โทรบ้านไม่ได้ ชินโนะสุเกเลยเลือกแก้ปัญหาด้วยการรีบวิ่งหน้าตั้งกลับบ้านไปหาแม่ เพื่อถามถึงเบอร์โทรศัพท์บ้าน
ไม่ต้องเดาตอนจบ ชินจังไม่ได้ซื้อเนื้อหมู และคนเป็นแม่อย่างมิซาเอะต้องรับจบด้วยการออกไปซื้อของเอง

คิดให้ยากทำไม แก้ปัญหาง่ายๆ แบบเด็ก 5 ขวบ
หรืออย่างการที่แก๊งฟันน้ำนมของชินจัง ที่คาซามะทำด้วงของมาซาโอะบินหายไป เด็ก 5 ขวบโกรธกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นชินจังความธรรมดาจะเป็นพิเศษใส่ใข่ เพราะเมื่อเพื่อนๆ ที่รู้สึกผิดพยายามออกตามหาด้วงคีมมาคืนมาซาโอะ ลงท้ายด้วยการเดินไปร้านค้าเพื่อซื้อด้วงคืน แต่อย่าลืมว่าด้วงคือแมลงที่มีความนิยมสูงในสังคมญี่ปุ่น ราคาที่ชินจังและพวกเจอเลยมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นเยน (ประมาณ 2,300 บาท)
ไม่มีเด็กคนไหนมีเงินมากพอที่จะจ่าย ชินจังผู้หวังดีรีบหยิบแบงค์กาโม่ 1 พันเยนออกมา แล้วเติมเลข 0 ต่อท้ายให้เป็นหลักหมื่นเยน เพราะคิดว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปซื้อด้วงคีมคืนให้มาซาโอะได้ หรืออย่างการที่ชินจังและเพื่อนๆ จับแมลงสาบมาแปลงโฉมเป็นด้วงคีม และบอกคาซามะให้นำด้วงคีม (จอมปลอม) นี้ไปคืนมาซาโอะได้เลย แต่ท้ายที่สุดของตอนนี้ก็จบลงด้วยการที่ชินจังและเพื่อนๆ ต้องเดินทางไปจับด้วงคีม (ตัวจริง) ด้วยตัวเอง
หนทางการแก้ปัญหาของชินจังอาจจะจะดูง่ายดายไม่ซับซ้อน ซึ่งก็เป็นไปตามช่วงวัยอย่างที่ควร สุดท้ายแล้วแม้ปลายทางของผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาจะไม่สมบูรณ์ หรือแก้ได้อย่างหมดจดในทันที แต่อย่างน้อยชินจังก็ยิ้มรับสู้และลองลงมือแก้ปัญหานั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
การแก้ปัญหาในตรรกะเด็กๆ บางครั้งการมองอะไรที่มันซับซ้อน อาจจะไม่ได้ทางออกที่ดี และทุกครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้วิธีจัดการปัญหาแบบม้วนเดียวจบ เพราะระหว่างทางที่เรากำลังลงไปขลุกแก้ไขมัน กระท่อนกระแท่นบ้างตามจังหวะก็อาจจะทำให้ปมปัญหานั้นก็ค่อยๆ ถูกคลี่เป็นก้อนเล็กลงเรื่อย จนสุดท้ายก็ค่อยๆ หายไป ขอแค่ยังไม่ย่อท้อกับการคลี่ปมนั้นก็เพียงพอแล้ว
