Trigger Warning : การฆ่าตัวตาย (Suicide)
ยุคนี้แทบไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า ‘โรคซึมเศร้า (Depression)’ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราเข้าใจคำนี้จริงๆ ?
ปี 2557 นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า โดยหนึ่งในประเด็นความเข้าใจผิดที่พบเจอได้บ่อยคือผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ‘โรคซึมเศร้าคืออาการเศร้า’ อ้างอิงจากกรณีการเสียชีวิตของโรบิน วิลเลียมส์ (Robin Williams) นักแสดงตลกเจ้าของเสียงหัวเราะของคนทั่วโลกผู้จบชีวิตของตัวเองลง เพราะในบทสัมภาษณ์ของคนที่รู้จักกับโรบินนั้นหลายคนต่างกล่าวว่า “ไม่เคยเห็นโรบินไม่มีความสุข” หรือแสดงออกมาว่าเป็นโรคซึมเศร้าเลยสักครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวโรบินเองเคยเปิดใจถึงประสบการณ์การป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน
การเข้าใจว่าอาการของโรคซึมเศร้าคือการที่ผู้ป่วยมีความเศร้าหมอง หมดอาลัยตายอยากในชีวิตไม่ได้ผิด 100% แต่ไม่ได้ถูกต้องและครบถ้วนเช่นกัน แถมยังเป็นการตีตรา (Stigma) ผู้ป่วยตามลักษณะของชื่อโรคอีกด้วย เพราะโรคซึมเศร้ามีรายละเอียดที่กว้างมากกว่าแค่คำว่าซึมและคำว่าเศร้า
ซึมเศร้า ≠ เศร้าซึมตามชื่อโรค
Depression (n.) การยุบตัวลงไป, ความกดอากาศต่ำ, ความรู้สึกหนักอึ้ง
เมื่อเราลองพลิกดูภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ คำว่า ‘Depression’ มาจากคำว่า ‘Deprimere’ ในภาษาละตินคลาสสิค โดย ‘de’ แปลว่าลง ส่วน ‘premere’ แปลว่ากด Deprimere เลยหมายถึงการกดลงไป Depression จึงสามารถหมายถึงการกดทับ ตลอดจนอารมณ์ความรู้สึกที่หนักอึ้ง อาทิ ความเศร้า ความหดหู่ ความสิ้นหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการของโรคซึมเศร้าที่สามารถสังเกตได้ เพราะก้อนอารมณ์เหล่านี้ให้ความรู้สึกราวกับมีใครสักคนมากดทับเข้าที่กลางใจของเรา
หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงสถานการณ์ที่ตัวเองอยู่ใต้น้ำและโดนมวลน้ำ ‘กด’ เราให้จมลง
ส่วนคำว่า ‘ซึมเศร้า’ นั้น หากเรายึดความหมายตามหน้าพจนานุกรม ซึมเศร้าคืออาการที่รู้สึกเศร้าหมอง ว้าเหว่ หรือสิ้นหวัง โดยคำว่าซึมเศร้ามีแม่คำมาจากคำว่า ‘ซึม’ แปลว่าอาการเหงาหงอย ไม่ค่อยพูดจา ผสมกับคำว่า ‘เศร้า’ ซึ่งแปลว่าการเป็นทุกข์ ไม่เบิกบานสดใส

ถึงแม้จะมีคำว่าเศร้าเหมือนกัน แต่อารมณ์เศร้า ภาวะซึมเศร้า และโรคซึมเศร้ามีความแตกต่างที่จะต้องขีดเส้นแบ่งออกจากกันเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน
อารมณ์เศร้า คือ อารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นเป็นบางครั้งบางคราวและสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อมนุษย์คนนั้นพบเจอกับความผิดหวัง ความล้มเหลว หรือเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจ
ภาวะซึมเศร้าตามคำนิยามของสถาบันสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมจิตเวชแห่งประเทศไทย คือ ภาวะที่จิตใจหม่นหมอง หดหู่ เศร้า ตลอดจนท้อแท้ในชีวิต ความแตกต่างระหว่างภาวะซึมเศร้าและอารมณ์เศร้าคือภาวะซึมเศร้ามักพบได้ในผู้ที่เผชิญความเครียดรุนแรง เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนทางจิตใจ และมีปัญหาในการปรับตัวหรือรับมือ
โรคซึมเศร้าเป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างหนึ่งที่มีอาการสำคัญเป็นอาการผิดปกติของอารมณ์ที่ส่งผลต่อความคิด พฤติกรรม และความรู้สึก ทำให้ผู้ป่วยมีลักษณะอารมณ์เศร้ามากเกินไป รุนแรง ยาวนาน และเรื้อรังจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
แม้โรคซึมเศร้าจะมีภาวะเศร้าหมองทางอารมณ์อย่างที่ได้เกริ่นไป แต่ความรู้สึกเศร้าไม่ใช่องค์ประกอบเดียวที่จะทำให้บุคคลถูกวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นยังมีอาการโกรธ หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ตลอดจนการนอนไม่หลับแบบเรื้อรังอีกด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นเราจะต้องขีดเส้นความแตกต่างระหว่างโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้า และอารมณ์เศร้าออกจากกันเสียก่อน
ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่า ปัจจุบันมีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 1.5 ล้านคนเป็นโรคซึมเศร้า แต่ยังมีอีกหลายคนที่มีอาการแต่ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังเป็นโรคซึมเศร้าและเพิกเฉยอาการนั้นไป หากเรายังตีตราตามลักษณะโรคว่าผู้ป่วยซึมเศร้าคือคนที่เศร้าตลอดเวลาอาจส่งผลกระทบให้คนเพิกเฉยต่อปัญหาสุขภาพจิตของตัวเองมากขึ้น เพราะการมองว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะต้องเศร้าซึมเท่านั้นจะทำให้คนที่มีอาการอื่นที่เข้าข่ายโรคซึมเศร้าคิดกันไปว่าตัวเองไม่เป็นอะไร จนท้ายที่สุดอาการก็สั่งสมมากขึ้น

หากโรคนี้มีชื่อเรียกอื่นจะดีกว่าไหม?
สำหรับคนที่รู้จักกับโรคซึมเศร้าไม่ว่าโดยผิวเผินหรือมีประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาจจะมีคำอื่นที่ใช้แทนความเข้าใจของเขาต่อโรคซึมเศร้าได้ เราจึงสุ่มคุยกับมนุษย์ออฟฟิศจำนวนหนึ่งว่าในมุมมองของพวกเขา ถ้าเขาลองเปลี่ยนคำว่า ‘ซึมเศร้า’ ในโรคซึมเศร้าเป็นคำอื่นที่แสดงถึงโรคนี้ได้โดยไม่ตีตราว่าผู้ป่วยจะต้องมีความรู้สึกเศร้าซึมเพียงอย่างเดียว จะใช้คำว่าอะไรแทน ซึ่งเราได้หยิบเอา 3 คำตอบและความคิดเห็นที่น่าสนใจมาแบ่งปันในบทความนี้
ตะกอนในใจ
คุณเพียว พนักงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัฒนาความยั่งยืนบอกกับเราว่า ในมุมมองของเธอโรคซึมเศร้าย่อมมีสาเหตุ และสาเหตุนั้นทำให้เกิดมวลตะกอนขึ้นในใจ ทำให้เรารู้สึกหนักอึ้ง หากใช้คำว่าโรคตะกอนในใจคนอาจจะเข้าใจว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเขาไม่ได้คิดไปเอง เพราะเขาเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ มากมายจนเกิดเป็นความหนักอึ้งภายในใจ
สารเคมีสมองถ่วงหนัก
คำตอบนี้เราได้มาจากคุณมายด์ ผู้จัดการแผนกมาร์เก็ตติ้ง โดยเธอเสนอคำว่าโรคสารเคมีสมองถ่วงหนักเพราะจากประสบการณ์การคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทำให้เธอคนพบว่าพวกเขาไม่ได้อยากเป็นภาระใคร และไม่อยากให้ใครมองว่าพวกเขามีแต่ความเศร้า เพราะทุกอย่างมันมาจากการที่สารเคมีในสมองของพวกเขาหลั่งออกมาอย่างผิดปกติ ทำให้เขาดูหม่นหมองกว่าคนอื่นๆ
ภาวะจิตใจเปราะบาง
คุณหนึ่ง ล่ามภาษาญี่ปุ่นและผู้ดูแลผู้สูงอายุอธิบายให้เราฟังว่าโรคซึมเศร้ามันเกิดจากการที่สิ่งที่อยู่ภายนอกกับความรู้สึกในใจมันกดทับกันจนทำให้เรารู้สึกเปราะบาง ทำให้เรารู้สึกอ่อนไหวและเศร้าได้ง่าย แต่เราก็สามารถทำให้หัวใจดวงน้อยดวงนั้นผ่อนคลายลงได้ถ้าทั้งตัวเราและคนรอบข้างช่วยกันเอาแรงกดดันนั้นออกไป
เราได้พูดคุยกับ อาจารย์เติ้น ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) ในประเด็นของการตีตรา (Stigma) ซึ่งอาจารย์เติ้นได้ยกประเด็นคำถามที่น่าสนใจขึ้นมาว่า หากเราเรียกโรคซึมเศร้าด้วยคำอื่นแทน อาจจะทำให้สังคมเปิดรับและเข้าใจโรคนี้ได้เร็วขึ้นและมากขึ้นไหม
“บริบทภาษาไทยแปลว่าซึมเศร้า แต่คำแปลของภาษาอังกฤษจริงๆ มันแปลว่า ‘กดทับ’ อาจจะเหมือนการกดทับทางอารมณ์ ซึ่งเคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งเรียกโรคนี้ว่า ‘ภาวะสิ้นยินดี’ มันไม่ใช่อารมณ์ซึมเศร้า แต่มันคือการสิ้นยินดี เราชอบคำนี้มากเลย เพราะให้ความรู้สึกต่อโรคชัดดี”

คำว่า ‘ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia)’ ที่อาจารย์เติ้นได้หยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อยและไม่รู้สึกรู้สากับความรู้สึกเชิงบวกใดๆ อาจจะไม่ได้เศร้า แต่ไม่ได้มีความสุขถึงขั้นกระโดดโลดเต้น คำนี้จึงเปรียบเหมือนกับภาพสะท้อนอาการของโรคซึมเศร้าในอีกมุมหนึ่งที่อ.เติ้นมองว่าครอบคลุมและชัดเจนยิ่งกว่าคำว่าซึมเศร้า
คำที่ใช้สื่อถึงโรคสร้างภาพความเข้าใจให้กับผู้ที่ได้ยิน หากคำมีลักษณะไม่ครอบคลุม กำกวม หรือสื่อสารได้ไม่ตรงจุดมากพอสามารถทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ไม่ใช่แค่โรคซึมเศร้าเท่านั้นที่มีคนเข้าใจผิด แต่โรคทางจิตเวชอีกอย่าง ‘โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar)’ เป็นอีกโรคที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วย เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เรียกโรคนี้ว่า ‘โรคสองบุคลิก’ ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ถูกลดทอนลงไป กลายเป็นมุกเรียกเสียงหัวเราะเมื่อใครสักคนหนึ่งแสดงอารมณ์สองด้านสลับกันไปมาในระยะเวลาอันสั้น
นอกจากประเด็นเรื่องคำยังมีเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชอีกด้วยที่มีส่วนในการตีตราผู้ป่วย เพราะอาการซึมเศร้าปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมานานแล้ว อย่างในกรณีโรคซึมเศร้าในยุคกรีกโบราณเดิมที่ถูกเข้าใจตามการแพทย์ว่า ‘มีลักษณะการเสียสมดุลของของเหลวในร่างกาย (Melancholia) ทำให้มีความโศกเศร้าและความกลัวโดยไม่มีสาเหตุ’ ก่อนที่จะมีการศึกษาเพิ่มเติมจนท้ายที่สุดมีการเสนอคำว่า Depession ขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ฉะนั้นการให้ความหมายกับโรคซึมเศร้าในประวัติศาสตร์โลกขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างความเชื่อ ความรู้ทางการแพทย์ และบริบททางสังคมด้วยเช่นกัน
จุดนี้ทำให้ชวนคิดว่าหากเรามีการบัญญัติคำศัพท์ที่ครอบคลุมลักษณะได้มากกว่านี้ ควบคู่กับการกระจายความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการตีตราและความเข้าใจผิดต่อผู้ป่วยได้หรือไม่
Mutual ชวนคิด
ถ้าเราเปลี่ยนคำเรียกของโรคซึมเศร้าเป็นคำอื่นได้ เราจะเปลี่ยนเป็นคำว่าอะไรให้คนฟังเข้าใจทันทีว่าโรคนี้มีลักษณะอย่างไร
อ้างอิง
- The National Center for Biotechnology Information
- medparkhospital
- forbes
- cbsnews
- กรมสุขภาพจิต
- สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย
- ‘INTEGRATIVE COUNSELING PROGRAM ON THE EMOTIONAL REGULATION OF UNDERGRADUATE STUDENTS WITH DEPRESSION’ (2020). Bangkok: BEHAVIORAL SCIENCE RESEARCH INSTITUTE, Srinakharinwirot University.
- ชูติกมลธรรม ช. (2019). ประวัติศาสตร์ของความซึมเศร้า จาก Melancholia สู่ Depression. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 19(1), 169–195. https://doi.org/10.14456/lartstu.2019.8
