อะไรๆ ก็ ‘บอร์ดเกม’ : สำรวจกระแสบอร์ดเกมไทย ที่แม้แต่ประเด็นทางสังคมยังถูกเล่าผ่านหน้ากระดาน 

เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักบอร์ดเกม เพราะอย่างน้อยๆ ช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเด็ก หลายๆ คนน่าจะเคยเห็น ‘เกมเศรษฐี’ ที่แข่งกันซื้อที่ดิน ‘เกมบันไดงู’ ที่ต้องแข่งกันไปถึงเส้นชัย หรือแม้กระทั่ง ‘กระดานหมากรุก’ และ ‘กระดานหมากฮอส’ ที่ต้องใช้ความคิดในการเดินหมากเพื่อคว้าชัยชนะ

บอร์ดเกม (น.) หรือ เกมกระดาน คือ เกมที่ต้องใช้อุปกรณ์และกติกาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะในการเล่น โดยสามารถเล่นได้ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

บอร์ดเกมในปัจจุบันนั้นมีมากกว่า 150,000 เกมบนโลก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจาก Statista คาดการณ์ว่า มูลค่าของตลาดบอร์ดเกมโลกในปี 2568 จะสูงถึง 307,920 ล้านบาทเลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะนอกจากไทยเราจะมีสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย (Thailand Board Game Association : TBGA) แล้ว มูลค่าของตลาดบอร์ดเกมไทยก็กำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะในปี 2563 มูลค่าของตลาดบอร์ดเกมไทยอยู่ที่ 990 ล้านบาท แต่ Statista กลับคาดการณ์ว่า มูลค่าของตลาดบอร์ดเกมไทยในปีนี้ (2568) จะสูงถึง 1,270 ล้านบาท

สาเหตุที่ทำให้ตลาดบอร์ดเกมไทยเติบโตขึ้น หนีไม่พ้นกระแสการเล่นบอร์ดเกมที่ทำให้มีจำนวนผู้เล่นในตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่บอร์ดเกมภาษาต่างประเทศถูกแปลเป็นภาษาไทยมากขึ้น การมีร้านบอร์ดเกม หรือพื้นที่ที่ให้บริการบอร์ดเกมอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์และยูทูปเบอร์พาทำรายการเล่นบอร์ดเกมให้ดู จนผู้ชมที่ติดใจซื้อมาเล่นตาม แถมบางรายการก็มีบอร์ดเกมของตัวเองวางจำหน่ายอีกด้วย

ในเมื่อมีผู้เล่น ก็ต้องมีผู้ผลิต หากเราสังเกตดูให้ดี จะพบว่า บอร์ดเกมกำลังกลายเป็นนวัตกรรมในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ประเด็นทางสังคม เพราะเหล่านักศึกษาที่ทำงานวิจัย หรือกลุ่มนักขับเคลื่อนก็ต่างพากันคิดบอร์ดเกมเพื่อนำเสนอข้อมูลให้คนทั่วไปได้รับรู้ อาทิ บอร์ดเกม ‘Greenhouse of Flourish: โรงเรือนแห่งความงอกงาม’ โดยโครงการข้ามเพศมีสุขที่นำเสนอเรื่องคนข้ามเพศ (Transgender) และบอร์ดเกม ‘Urban Resilience Board Game’ โดยทีมวิจัย CCaR ของหน่วยวิจัยอนาคตเมือง (Urban Futures Research Unit) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สะท้อนถึงความสำคัญของนโยบายผังเมือง เพื่อแก้ปัญหาของคนเมือง

ทั้งที่จริงๆ แล้ววิธีการนำเสนอที่ทำให้ผู้รับสารรู้สึกถึงความบันเทิงยังมีอีกมากมาย แล้วทำไมต้องบอร์ดเกม?

บอร์ดเกมอยู่คู่กับโลกมานานมากกว่าที่คิด

พูดถึงบอร์ดเกมในยุคนี้ที่เป็นที่นิยม ชื่อแรกๆ ที่มักถูกพูดถึงน่าจะเป็นเกมมนุษย์หมาป่า (Werewolf) เกมสวมบทบาทที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการโน้มน้าว(หรือสำหรับบางคนมันก็คือการโกหกแบบแนบเนียน) เพื่อเอาตัวรอด และตามหาหมาป่าที่แฝงอยู่ในหมู่ผู้เล่นที่อ้างว่าตนเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา

ถอยหลังกลับไปหน่อย บอร์ดเกมในยุคก่อนที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ก็จะเป็นเกมที่ใช้ไพ่สำรับ เกมเศรษฐี หรือไม่ก็บันไดงูอย่างที่พูดไปช่วงต้น

แต่รู้ไหมว่า จริงๆ แล้ว บอร์ดเกมอยู่คู่กับชีวิตของผู้คนทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเผลอๆ อาจจะมากกว่า 4,000 ปี

งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Antiquity เมื่อปี 2554 ระบุว่า บอร์ดเกมน่าจะมีต้นกำเนิดและแพร่หลายมาจากอียิปต์ โดยอ้างอิงจากภาพบนผนังสุสานเนเฟอร์ตารี (Nefertari) ซึ่งเป็นภาพวาดของพระราชินีกำลังเล่นเกมเซเน็ต (Senet) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 บอร์ดเกมโบราณของอียิปต์ที่ยังหลงเหลือชิ้นส่วนมาถึงปัจจุบัน

และในปี 2556 มีการขุดพบหินขนาดเล็ก 49 ก้อน ที่แกะสลักเป็นรูปทรงต่างๆ และทาสีเขียว แดง น้ำเงิน ดำ ขาว ในหลุมศพอายุประมาณ 5,000 ปี ที่บาซูร์ เฮอยุก (Başur Höyük) ใกล้เมืองซีร์ต ตุรกี โดยคาดว่าหินแกะสลักทาสีพวกนี้ คือ ซากลูกเต๋าและตัวหมาก อุปกรณ์ในการเล่นเกมกระดาน

ซึ่งความแตกต่างระหว่างบอร์ดเกมในยุคโบราณและบอร์ดเกมในยุคปัจจุบัน คือ บอร์ดเกมในยุคก่อนเป็นกิจกรรมยามว่างของพวกชนชั้นสูงเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเล่นได้

จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการบอร์ดเกม เกมกระดานกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์พื้นบ้านที่ไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัดว่าใครเป็นคนแรกที่สร้าง และพอเกิดการเข้ามาของระบบทุนนิยมในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 บอร์ดเกมในทวีปยุโรปก็เปลี่ยนไป เพราะเกิดการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด

บอร์ดเกม คือ พื้นที่ในการสื่อสารและสวมบทบาทอย่างไม่บีบบังคับ

เดิมทีเกมกระดานเหล่านี้มักถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งสร้างความบันเทิง (แม้ว่าเนื้อหาของบางเกมจะตึงเครียดมากก็ตาม) แต่ในปัจจุบัน บอร์ดเกมถูกดึงมาใช้เป็นสื่อการสอนในห้องเรียน ตลอดจนถูกหยิบไปใช้เป็น 1 ในกิจกรรมที่หลายๆ อีเวนต์ต้องมี

หน่วยงานต่างๆ เองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับกระแสของบอร์ดเกม อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็มีการจัดกิจกรรม Hackathon Board Game เพื่อสร้างนักพัฒนาเกมสื่อสารสุขภาวะ แข่งกันสร้างสรรค์บอร์ดเกมที่จะเป็นนวัตกรรมสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพคนไทยอย่างสนุกสนานและเข้าถึงง่าย

ซึ่งการใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือสื่อสารในประเด็นที่ไม่ได้มีแค่ความบันเทิงเพียงลำพังนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมาตั้งแต่ยุคที่คนทั่วไปสามารถเล่นบอร์ดเกมได้

แนวคิดที่เป็นที่นิยมของบอร์ดเกม หนีไม่พ้นเรื่องของความก้าวหน้าหรือการเคลื่อนไปข้างหน้า แนวคิดนี้เป็นหัวใจหลักของเกมกระดานมาอย่างยาวนาน จึงมีเกมนับไม่ถ้วนที่ถูกผลิตขึ้นในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 18-19 ที่วนเวียนอยู่กับการแข่งขันง่ายๆ โดยมีเป้าหมายเป็นเส้นชัย และในปัจจุบัน เกมใหม่ๆ หลายๆ เกมก็ยังคงคอนเซปต์เช่นนี้อยู่ เช่น เกม Llama splash ที่ให้ผู้เล่นจำลองตัวเองเป็นลามะ แข่งกันล่องแก่งเพื่อไปถึงเส้นชัย

โดยแนวคิดเรื่องความก้าวหน้านั้น ยังรวมไปถึงมิติทางการเมือง และเห็นได้ชัดหลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสเริ่มต้นขึ้น เพราะในปี ค.ศ. 1791 ได้มีการผลิตบอร์ดเกม Jeu de la Révolution française ซึ่งใช้วิธีการเล่นแบบเดียวกับเกมบันไดงู นั่นคือ การใช้ผู้เล่น 2 คนขึ้นไปผลัดกันขยับตัวหมากไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ เพียงแต่เรื่องราวบนกระดานพาผู้เล่นผ่านเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์การปฏิวัติ เช่น การบุกป้อมบาสตีย์ และการยกเลิกสิทธิในระบบศักดินา

นอกจากบอร์ดเกมนี้จะให้ความสนุก ให้ความรู้เกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังแฝงนัยสำคัญว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนกระดานคือความก้าวหน้าประเภทหนึ่ง

บอร์ดเกมไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนจึงเปรียบเสมือนอุปกรณ์ที่เป็นตัวกลางในการสื่อสาร ทั้งกับคนที่สนใจประเด็นนั้นอยู่แล้ว คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่นอกวงโคจร ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งข้อโดดเด่นที่เห็นได้ชัดจากการหยิบเอาบอร์ดเกมมาเป็นสื่อกลางในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ คือ บอร์ดเกมช่วยให้คนเปิดใจรับฟังได้ง่ายขึ้นกว่าการพูดข้อมูลซ้ำๆ และคนเข้าใจได้ง่ายกว่าการยัดงานวิจัยที่ใช้ภาษาวิชาการใส่มือ

นอกจากนี้บอร์ดเกมจะทำให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทเป็นตัวละครในประเด็นที่เรากำลังสื่อสาร สร้างความกระตือรือร้นในการทำความเข้าใจสถานการณ์และการรับฟังข้อมูล เพราะในชัยชนะบอร์ดเกมสักเกม สิ่งที่เราต้องมีนอกจากดวงและฝีมือการเล่นแล้ว การเข้าใจว่าแก่นของบอร์ดเกมคืออะไรก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับชุดข้อมูลที่มีตรงหน้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้เล่นค่อยๆ ซึมซับและทำความเข้าใจกับประเด็นที่ต้องการนำเสนอได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งบอร์ดเกมยังเป็นกิจกรรมที่ต้องเจอหน้า จึงทำให้นักสื่อสารสามารถอธิบาย บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ กับผู้เล่นได้ โดยที่ผู้เล่นไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังนั่งฟังข้อมูลเชิงวิชาการอยู่

บอร์ดเกมที่บางคนอาจมองว่าไร้สาระ จึงกลายเป็นอาวุธใหม่ในการสื่อสารที่ ‘ใครๆ ’ ก็หยิบมาใช้

อ้างอิง