ร้านนี้ไม่มีทอม : เรื่องราวของทอมเมืองเพชร เมืองที่คนติดหวาน แต่ชีวิตกลับติดขม เพราะโลกไม่แฟร์ไม่ว่าจะกับทอมหรือกับเธอ

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหานิยาย Anti Butch Butch Club ร้านนี้ไม่มีทอม

Trigger Warning : การฆ่าตัวตาย, การใช้ปืน, การเหยียดเพศ, การฆาตกรรม

“มึงจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนกูยิง ยิงแม่งให้หมดนี่ละ”

ประโยคเปิดเรื่องนี้เกิดขึ้นในบาร์แอนตี้ บุทช์ บุทช์ คลับ และคำว่าแอนตี้บุทช์ (Anti Butch) ที่แปลว่าไม่เอาทอม ก็ดันล้อไปกับฉากนี้พอดี เพราะทอมในบาร์แห่งนี้กำลังถูกบังคับให้จิกวิก ทาลิป และแต่งหญิง ไม่เช่นนั้นจะได้รับประทานกระสุนกันถ้วนหน้า

Anti Butch Butch Club ร้านนี้ไม่มีทอม เป็นนวนิยายแนวกระแสสำนึก (Stream of Consciousness) โดยลาดิดที่พาเราไปโลดแล่นในหัวสมองของตัวละครที่ชื่อบ๊อบบี้ (สปอย หมอนี่มีชื่ออื่นในเรื่องด้วย) ทอมวัย 37 ปี อดีตแอร์โฮสเตสผู้ทิ้งปีกนางฟ้าที่ใครต่อใครบอกว่าน่าเสียดาย มาเปิดบาร์ชื่อ Anti Butch Butch Club ที่เพชรบุรี บ้านเกิดของตัวเอง

ชีวิตของบ๊อบบี้ไม่มีอะไรมาก รู้ตัวว่าเป็นทอมมาตั้งแต่เด็ก แม่ก็ไม่ว่าอะไร พอเข้าสู่วัยทำงานก็เป็นแอร์โฮสเตส ทำงานให้บริการอยู่บนเครื่องบิน ทำให้มีโอกาสแวะประเทศนั้นประเทศนี้ พอไม่ไหวแล้วก็ลาออกถอนตัวออกมาเปิดบาร์ทั้งๆ ที่ทำไม่เป็นสักเมนู

ส่วนเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็มีไม่มาก บ๊อบบี้เคยมีแฟน 2 คน และคนล่าสุดที่คบกันนานกว่า 7 ปี ซื้อบ้านอยู่ด้วยกันในเมืองเพชร ก็เพิ่งเลิกรากันไป (และไปคบกับทอมอินฟลู ขวัญใจชาว Tiktok)

การเลิกราในครั้งนี้ ทำให้บ๊อบบี้ได้เจอ กระต่าย เด็กม.5 ที่มาช่วยเขาจากการพยายามฆ่าตัวตายในรถเพราะผิดหวังในชีวิต กับ หลิว หญิงสาวหุ่นนางแบบ นักรับฆ่าที่สนใจเช่าบ้านที่บ๊อบบี้เคยอยู่กับแฟน

และนำไปสู่การวางแผนลวงสังหาร ‘ชายแท้’ เพื่อทวงความยุติธรรมในร้านที่มีแต่ทอม

Fifty Shades Of Tom

คำว่าทอมในมุมมองของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย มักหมายถึงกลุ่มบุคคลที่เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่มีบุคลิกเหมือนผู้ชาย ตัดผมสั้น ใส่กางเกง และชอบผู้หญิง โดยคำว่าทอมถูกสันนิษฐานว่า มาจากคำว่า ‘ทอมบอย (Tomboy)’

ซึ่งมิติของคำว่าทอมในสังคมไทยนั้นลื่นไหล สามารถเป็นได้ทั้ง Butch Lesbian (เพศกำหนดเป็นหญิง แต่แสดงออกเป็นคล้ายชาย และชอบผู้หญิง) และ Transmen (ชายข้ามเพศ)

สำหรับหนังสือเล่มนี้ แม้จะจั่วชื่อหนังสือว่าร้านนี้ไม่มีทอม แต่ตัวละครเอกที่พาเราไปดำดิ่งกับเนื้อเรื่องก็เป็นทอม พนักงานในบาร์ก็มีทั้งทอมหล่อที่ติดเมียเหมือนคนเพชรบุรีติดหวาน มีทอมเจนซีที่เป็นแฟนคลับทีป๊อป ช่างตัดผมที่ตัดผมให้บ๊อบบี้ก็เป็นทอม แทบจะเรียกได้ว่า ทุกพื้นหน้ากระดาษมีแต่ทอม

เหมือนกับช่วงหนึ่งใน Tiktok ที่หน้าฟีดมีแต่ทอม บ้างก็ทอมคอร์ปอเรท บ้างก็ทอมวัฒนธรรม บ้างก็ทอมหมาแก่

สำหรับบ๊อบบี้ เขาผ่านช่วงเวลาที่เป็นทอมมาเยอะ ผ่านยุคที่โดนล้อเลียน ผ่านการถูกบังคับใส่กระโปรงตามเพศกำเนิด ผ่านการต้องสวมใส่เครื่องแบบแอร์ฮอสเตสตามกฎองค์กรว่าพนักงานให้บริการหญิงต้องใส่เครื่องแบบหญิง ทั้งที่ถ้าเลือกได้ก็อยากแต่งแบบสจ๊วต

แต่พอมาเจอข้าวตู เด็กมหาวิทยาลัยวัย 20 ต้น ทอมยุคนี้ต่างจากยุคเขา ข้าวตูเลือกใส่ชุดกางเกงกับเสื้อนักศึกษาได้ หากข้าวตูจะต้องตายในวัยนี้ มันจะเป็นเรื่องหดหู่ใจน่าดูสำหรับบ๊อบบี้

เพราะสำหรับคนที่โตมาในประเทศที่มีความเชื่อว่า คนที่เกิดมา ‘ผิดเพศ’ เป็นชายแต่รักชาย เป็นหญิงแต่รักหญิง คือ คนที่ผิดลูกผิดเมียชาวบ้านในชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องชดใช้บาปด้วยการผิดเพศจะได้ไม่สมหวังในความรัก ถ้ามองว่าความเชื่อนี้เป็นจริง บ๊อบบี้ก็เสียดายที่ข้าวตูในชาติหน้าจะเกิดเป็นหญิงแท้ชายแท้ ไม่ได้เป็นทอม เพราะอายุยังไม่มาก เลยไม่มีโอกาสทำตัวไม่ดี

“มันภูมิใจที่เกิดเป็นทอมนะ ชาตินี้อุตส่าห์ได้เป็นแล้ว มันเพิ่งอายุยี่สิบเอ็ด ควรจะได้เป็นทอมไปอีกสักห้าหกสิบปี ค่อยตายไม่ใช่เหรอไง มันเคยผิดลูกผิดเมียใครหรือยัง ถ้ายัง ชาติหน้าก็คงจะอดเป็นทอม”

โลกไม่ยุติธรรมกับทอม กระบวนการยุติธรรมก็เช่นกัน

“เออ กูเป็นทอม กูเอาแม่มึงได้นะ มาหาพ่อมาลูก”

ในวัยสิบสี่ บ๊อบบี้ใช้กำปั้นซัดหน้าธีรพงษ์ เพื่อนร่วมชั้นที่คอยยุ่งวุ่นวายกับความเป็นทอมของเขามาร่วมเทอม แน่นอนว่าบ๊อบบี้ไม่ได้เป็นคนเปิดด้วยหมัด แต่ทั้งคู่ก็ซัดกันนัวจนไปจบที่ห้องปกครอง ถูกเรียกผู้ปกครองกันทั้งสองฝ่าย

บทลงโทษของการทะเลาะวิวาทในครั้งนั้นเป็นการถูกตี ธีรพงษ์ที่เป็นผู้ชายโดนไป 5 ที ด้วยมือของพ่อตัวเองที่ด่าลูกว่า “ทำไมผู้หญิงได้ยังไง” ส่วนบ๊อบบี้โดนไป 3 จากครู พร้อมคำสอนจากแม่บังเกิดเกล้าว่า “ทอมถ่อยๆ น่ะ สาวไม่ชอบหรอกนะ”

ต่อให้บ๊อบบี้จะปากไม่ดี แต่หากการสาระแนเรื่องเพศจากธีรพงษ์ถูกยับยั้งด้วยใครสักคนที่บอกว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิ เป็นเรื่องของการให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ การทะเลาะวิวาทในครั้งนี้คงไม่เกิด

และถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในนอร์เวย์ ธีรพงษ์คงโดนจับไปแล้ว เพราะการเหยียดเพศ เป็นอาชญากรรมทางเพศ (Sex Crime) ซึ่งผู้กระทำความผิดจะต้องเสียค่าปรับหรือจำคุก โดยแบ่งเป็น 1 ปี สำหรับการพูดเหยียดเพศในพื้นที่ส่วนตัว และ 3 ปีสำหรับการกระทำในที่สาธารณะ

ความผิดของธีรพงษ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจึงถูกลดทอนเป็นแค่การทะเลาะวิวาทของเด็กๆ ทำให้ธีรพงษ์ในวัยผู้ใหญ่ไม่มีคดีติดตัว แถมกำลังเป็นว่าที่สส. ติดป้ายยิ้มหราหาเสียงทั่วเมืองเพชรบุรี

เรื่องของธีรพงษ์ไม่ใช่ความอยุติธรรมแรกสำหรับบ๊อบบี้ เรื่องเฮงซวยนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับเขาในวัยใกล้ 40 เมื่อกระต่าย เด็กม.5 ที่จู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิตของบ๊อบบี้ วอแวอยากเป็นแอร์ฯ เหมือนเขา และซื้อทามาก็อตจิสีชมพูให้บ๊อบบี้กดเล่น ถูกชายวัย 40 ที่กระต่ายเรียกว่าแฟนฆ่าปาดคอ

แม้ว่ากระต่ายจะอายุ 17 ย่าง 18 แต่การที่มีผู้ชายวัย 40 เข้าหาเพื่อสร้างความพันธ์แบบโรแมนติกนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ กระต่ายยังคงเป็นผู้เยาว์ และเรื่องความรักระหว่างผู้ใหญ่-ผู้เยาว์เป็นเรื่องที่กระแสสำนึกของทอมอ่อมแก่อย่างบ๊อบบี้ตะโกนค้านอยู่เสมอ

ตั้งแต่รู้จักกระต่าย บ๊อบบี้มองว่ากระต่ายคือเหยื่อสังคมตัวจริง เด็กคนนี้มีแฟนเก่าที่จอดรถทิ้งเธอข้างทางเป็นชายวัย 40 พอรู้จักได้ครู่เดียวกระต่ายก็เอ่ยปากขอจีบบ๊อบบี้ที่อายุมากกว่าตัวเอง 20 ปี ดึกๆ กระต่ายก็ไม่รีบกลับบ้าน ออกมาเที่ยวเตร่เพราะแม่ต้องไปขึ้นเวร แถมบางวันก็แวะไปหาบ๊อบบี้ที่บาร์ทั้งที่อายุยังไม่ถึง

ในคืนนั้นที่แฟนเก่ากลับมาง้อ กระต่ายก็ตัดสินใจขึ้นรถไปด้วยอย่างไม่คิดอะไร และสุดท้ายก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมให้บ๊อบบี้ทราบผ่านหน้าข่าว

ความรุนแรงของคดีพรากผู้เยาว์และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา น่าจะส่งชายชั่วคนนี้ให้ติดคุกหัวโต เพราะแค่คดีพรากผู้เยาว์ ที่ต่อให้เด็กยินยอมไปด้วยยังไงก็ผิดอยู่ดี จะต้องจำคุก 2-10 ปี แต่ตามประสากระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา ผู้ชายคนนี้ได้รับการประกันตัวและออกมาใช้ชีวิตข้างนอกตามปกติ

ในเมื่อกฎหมายทำอะไรไม่ได้ เรื่องของเด็กผู้หญิงในชุดกระโปรงน้ำเงินจึงติดค้างอยู่ในใจของบ๊อบบี้ เขาจึงตัดสินใจจบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เหมือนกับรูป Judith Beheading Holofernes ภาพแขวนในบาร์แห่งนี้ที่แสดงออกถึงความอัดอั้นต่อความอยุติธรรมทางเพศ

ภาพ Judith Beheading Holoferne

บ๊อบบี้ขอให้หลิวช่วยวางแผนสังหาร หลิวจึงช่วยด้วยการเข้าหาชายแท้คนนั้นด้วยเซ็กส์เพื่อให้เขาติดกับ แต่จะให้ลงมือปาดคอในที่เปิด หรือจะลากไปยิงในซอยตัน ก็อาจจะมีคนมาเห็นเข้า บ๊อบบี้จึงตัดสินใจใช้บาร์ของตัวเองเป็นที่ลงมือ

แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ชายแท้ชั่วๆ คนนี้เกลียดทอมเข้าไส้ จึงเป็นที่มาของฉากเปิดเรื่องที่ทอมในร้านถูกบังคับให้แต่งหญิง แม้กระทั่งบ๊อบบี้ที่อยากตัดหน้าอกทิ้งสักทีแต่กลัวเจ็บยังต้องยัดหน้าอกทั้งสองข้างเข้าชุดรัดรูป ชายแท้จะได้ยินดีเข้ามา

และเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน บ๊อบบี้ลั่นไกยิงกระสุนปลิดชีวิตอดีตแฟนของกระต่ายอย่างที่ตั้งใจ ลงโทษอีกฝ่ายด้วยสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเขาสมควรได้รับ ก่อนจะจบชีวิตตัวเองลงด้วยปืนกระบอกเดียวกัน