Anora : เมื่อกอดหายากกว่าเซ็กส์ เรื่องราวของ Sex Worker ที่อยากถูกรักโดยใครสักคน

บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนต์

“ชื่อ ‘อโนรา (Anora)’ หมายถึง ผลทับทิม แสงสว่าง และความสดใส”

อโนรา แอนนี มิเควา (Anora Ani Mikheeva) นั่งฟัง ‘อิกอร์ (Igor)’ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ เธอชอบให้คนอื่นเรียกว่า ‘แอนนี’ มากกว่าอโนรา และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเหนื่อยหน่ายที่จะฟังอิกอร์พูดก็คงเป็นเพราะเธอเพิ่งผ่านการใช้เวลาที่ ‘สุดเหวี่ยง’ ในชีวิตมา เอาง่ายๆ ว่าเหมือนเธอเพิ่งนั่งรถไฟเหาะมายังไงยังงั้น เพราะมันคือการขึ้นไปถึงจุดสูงสุด และลงมาจุดต่ำสุดอย่างรวดเร็ว

แอนนีคือหญิงสาวในวัย 23 ปี มีอาชีพเป็นนักระบำเปลื้องผ้าอยู่ในคลับแห่งหนึ่งที่นิวยอร์ค ชีวิตประจำของแอนนีก็ไม่มีอะไรมากนอกจากนอน ตื่นมาทำงาน เม้าท์มอยกับเพื่อนสาว และกลับไปนอนใหม่

จนกระทั่งเธอมาเจอ อิแวน วานยา ซาคารอฟ (Ivan Vanya Zakharov) ลูกค้าเศรษฐีชาวรัสเซียที่รวยสุดๆ ทั้งสองคนเริ่มต้นจากการเป็นผู้ซื้อและผู้ขาย วานยาซื้อความสุขจากเธอ ส่วนเธอก็ขายบริการสุดพิเศษให้กับเขา วานยาชอบแอนนีมากๆ จนขอเปลี่ยนจากการจ้างต่อคืน เป็นรายอาทิตย์

แอนนีใช้เวลากับวานยาทั้งวันและทั้งคืน ทั้งบินไปลาสเวกัส มีเซ็กส์ เมาหัวราน้ำ เล่นยา และอีกสารพัดอย่างที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 1 อาทิตย์นี้ สิ่งหนึ่งที่เธอเห็นคือวานยารวยมากๆ เขาเสียเงินไปกับการเล่นพนันเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร ไหนจะค่าใช้จ่ายจากการจัดปาร์ตี้มั่วสุมแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่วานยาไม่สะทกสะท้านสักนิด

เมื่อใกล้คืนสุดท้าย แอนนีนอนคุยกับวานยาบนเตียงว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อ วานยาบอกว่าคงใกล้ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัวที่รัสเซียแล้ว เนื่องจากพ่อบังคับไว้ แม้จะไม่อยากแค่ไหน แต่ถ้าครอบครัวบังคับ เขาต้องทำตามอย่างเดียว

“ฉันคงจะคิดถึงนาย ฟังดูแปลกไหมนะ?” แอนนีถาม

“เธอจะคิดถึงฉันหรือคิดถึงเงินของฉันกันแน่”

“แหงละ ก็ต้องเป็นเงินอยู่แล้ว”

แต่แล้ววานยาก็ผุดไอเดียหนึ่งขึ้นมา เขาไม่ต้องกลับรัสเซียก็ได้ถ้าเขากลายเป็นคนอเมริกัน วานยาหันไปถามแอนนีด้วยท่าทางทีเล่นทีจริงว่า “แต่งงานกันไหม” แอนนีมองหน้าวานยาด้วยสีหน้าที่แอบดูกังวลแต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน การแต่งงานคือเรื่องใหญ่สำหรับเธอ แต่ในเมื่อเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เธอจึงตอบตกลงพร้อมขอแหวนเพชร 3 กะรัต แต่วานยาเสนอให้เป็น 4 หรือ 5 ไปเลย

ทั้งคู่ลงจากเตียงและวิ่งไปแต่งงานที่โบสถ์ทันที พิธีวิวาห์เป็นไปแบบเรียบง่าย เพราะแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไรเลย แอนนีมาพร้อมกับกางเกงยีนขาสั้นและรองเท้าส้นสูงคู่ใจ ส่วนวานยาใส่กางเกงบอล ไม่ต้องหรูหราก็เป็นสามีภรรยากันได้

“ฉันอยากไปฮันนีมูนที่ดิสนีย์เวิลด์ เพราะนั้นคือความฝันของฉันตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก”

แอนนีวาดฝันถึงอนาคตต่อจากนี้ แต่แล้วเรื่องวุ่นๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อข่าวการแต่งงานถึงหูพ่อแม่ฝ่ายชาย เส้นเรื่องคล้ายกับละครไทยที่แม่ผัวไม่ปลื้มลูกสะใภ้เป็นอย่างแรง และกดดันให้หย่ากันเดี๋ยวนี้ เพียงแต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในอเมริกาและโดยคนรัสเซีย แอนนีจึงต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตรักของเธอไว้ แต่ท้ายที่สุดผู้ชายอย่างวานยากลับพาเธอไปเจอประสบการณ์ชีวิตที่ฝังใจเธอไปตลอดกาล

ภาษารักของอโนรา

เรื่องราวของแอนนีกับวานยาทำให้คนดูตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราเห็นกันอยู่ตรงคือความรักใช่หรือไม่ เราแทบจะไม่ได้เห็นสองคนนี้บอกรักกันเลย ใกล้เคียงกับคำว่ารักมากที่สุดก็คงจะเป็นคำว่า ‘คิดถึง’ ไม่ก็ ‘อยากอยู่ด้วย’

แต่ภาษารักมีหลายรูปแบบ บางคู่อาจจะไม่ถนัดพูดคำว่ารักออกมาตรงๆ แต่ใช้วิธีอื่นแทน  สำหรับแอนนีการมีเซ็กส์คือรูปแบบหนึ่งของการแสดงความรัก ถึงแม้มันจะเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่เธอเคยใช้กับลูกค้าคนอื่นๆ ก็ตาม แต่มันจะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่วานยาได้พิเศษกว่าลูกค้าคนอื่นๆ เช่น วานยาจ่ายเงินเพื่อให้แอนนีมาอยู่ด้วยเป็นเวลา 1 ชั่วโมง พวกเขามีอะไรกันเพียงไม่นาน ช่วงนาทีที่เหลืออยู่ ถ้าเป็นลูกค้าคนอื่นแอนนีอาจจะปล่อยไป แต่กับวานยาเธอกลับถามว่าอยากมีอะไรต่ออีกไหม ขณะเดียวกันการที่วานยาคอยพาแอนนีไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ ก็อาจเป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างหนึ่งในแบบของเขาก็ได้

ในภาพยนต์เรื่องนี้ผู้ชมจะได้เห็นทั้งสองคนแสดงรู้สึกต่อกันอย่างเร่าร้อนอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นน้อยมากๆ คือการกอดและการจูบ อย่างการกอดเราได้เห็นแอนนีจะเป็นฝ่ายกอดวานยาเองมากกว่า มีอยู่หลายครั้งที่เห็นภาพแอนนีกอดวานยาขณะที่เขากำลังเล่นเกมส์ แต่วานยาเองก็ไม่ได้กอดแอนนีกลับ

จริงๆ แล้ว Sex Workers หลายคนยินยอมที่จะมีเซ็กส์ แต่ไม่ยินยอมที่จะจูบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการป้องกันโรคติดต่อต่างๆ ผ่านน้ำลาย เช่น โควิด ไวรัสตับอักเสบเอและอี ไข้หวัด เริม เป็นต้น แต่มีหลายคนที่มองว่าการจูบมีความ ‘ลึกซึ้ง’ เกินกว่าจะเอามาทำงาน

เว็บไซต์ Psychology Today เรียกกิจกรรมของ Sex Workers ว่า ‘เซ็กส์เชิงพาณิชย์ (Commercial Sex)’ ซึ่งมีความคล้ายกับคำว่า ‘ขายบริการ’ แบบที่คนไทยเรียกกัน เซ็กส์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อคือธุรกิจอย่างหนึ่ง มีลักษณะครั้งคราว มาแล้วก็ไป แตกต่างจาก ‘เซ็กส์แบบลึกซึ้ง (Intimacy Sex)’ ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาความสัมพันธ์ด้วยกัน แลกเปลี่ยนอารมณ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน

แอรอน เบน-ซีอีฟ (Aaron Ben-Zeév) อาจารย์ด้านปรัชญาผู้เขียนหนังสือเรื่อง ‘The Arc of Love

How Our Romantic Lives Change over Time’ ว่าด้วยเรื่องวิถีของความรักและความโรแมนติกเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอย่างไร ได้พูดถึงการจูบไว้ว่า การจูบที่ไม่ใช่แค่การเอาปากชนปากนั้นต้องใช้อารมณ์ ความต้องการ ความโหยหา บางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ซึ่งต้องอาศัยความรู้สึกร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ทำให้ Sex Workers บางคนละเว้นการจูบไว้สำหรับคนที่มีความรู้สึกด้วยเท่านั้น

จูบที่เป็นที่จดจำในหนังเรื่องนี้ คือ ตอนที่แอนนีและวานยาพาไปแต่งงานกันที่ลาสเวกัส นอกนั้นเรามักจะเห็นสองคนนี้เมาด้วยกันมากกว่า

กว่าเสียงของอโนราจะถูกรับฟัง

หลังจากที่โดนบังคับให้การแต่งงานเป็นโมฆะ ชีวิตของแอนนีก็วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ เธอเป็นฝ่ายเดียวที่คอยยืนยันกับทุกคนว่าความรักครั้งนี้มีอยู่จริง ในขณะที่สามีอย่างวานยาหนีหายไปทันทีที่รู้ว่าพ่อแม่เศรษฐีของเขากำลังบินจากรัสเซียมาหาเขาที่อเมริกา ความรักไม่ง่ายสำหรับเธอเลย

เบื้องหลังความปั่นป่วนจากการขึ้นโรงขึ้นศาลและการตามหาสามี คือ ความรู้สึกของแอนนีที่มันพังไปหมดแล้ว แต่เพราะเรื่องตรงหน้ามันวุ่นวายเหลือเกินเธอจึงไม่มีเวลาให้เศร้าเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างทางเธอได้เจอกับ ‘อิกอร์’ ลูกน้องของครอบครัวซาคารอฟที่ทำหน้าที่คอยควบคุมสถานการณ์และตามหาวานยาให้เจอ การเจอกันครั้งแรกของแอนนีและอิกอร์ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ เขามัดมือแอนนีไว้เนื่องจากเธออาละวาดอย่างหนัก และหลังจากนั้นเธอก็เกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้มาตลอด

แต่ตลอดการเดินทางของพวกเขา เราจะเห็นกว่าพฤติกรรมของอิกอร์ที่แลดูจะห่วงใยแอนนีอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการยื่นผ้าพันคอให้เพราะเห็นว่าเธอกำลังหนาว ห่มผ้าให้ หรือแม้กระทั่งการบอกแม่ของวานยาว่าครอบครัวเขาควรขอโทษแอนนีบ้าง ซึ่งการตอบกลับของแอนนีก็มีแต่ด่าอิกอร์ว่าไอ้ตุ๊ดบ้าง หรือไอ้ขี้ขลาดบ้าง

ไม่แน่ใจว่าผู้กำกับอยากทำให้เห็นความรักของคู่นี้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคืออิกอร์ คือตัวละครที่ ‘มองเห็น’ แอนนีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ได้มองว่าเธอคือหมากของเรื่องนี้

ฉากใกล้จบของเรื่องเป็นฉากที่ทั้งสองคนนั่งดูทีวีด้วยกันอยู่ในบ้านของวานยา ซึ่งแอนนีจะต้องขนของย้ายออกในวันถัดไป บรรยากาศในห้องค่อนข้างเงียบขรึมแต่ไม่ถึงกับอึดอัด ทั้งคู่ไม่ตบตีกันแต่แค่นั่งเงียบๆ และแลกบุหรี่กัน บทสนทนาเกิดขึ้นเล็กน้อยและมักจะเริ่มโดยอิกอร์ เขาถามแอนนีว่าอโนราแปลว่าอะไร แต่เธอไม่ตอบ จนเขาต้องไปเสิร์ชกูเกิลเอง

ฉากสุดท้ายที่อิกอร์มาส่งเธอที่บ้านและต้องขนของออกจากรถ ก่อนจะไปอิกอร์ยืนแหวนเพชรแต่งงานที่เธอโดนครอบครัวซาคารอฟยึดไป ก่อนหน้านี้เธอโวยวายหลายครั้งว่าต้องการแหวนคืนแต่ไม่มีใครสนใจ แต่อิกอร์ก็ไปเอามาให้จนได้

แอนนีหยิบแหวนมา แต่ไม่ได้พูดว่าขอบคุณ เธอใช้เซ็กส์เป็นการตอบแทนเพราะเข้าใจว่านี่คือการ ‘แลก’ กัน เหมือนที่เธอแลกร่างกายกับเงินในอาชีพที่เธอทำ มันคือสิ่งที่พวกผู้ชายทำกับเธอมาตลอด เมื่ออิกอร์เอื้อมจะจูบแอนนี เธอหยุดทุกอย่างและตบเขา อิกอร์ไม่ได้พูดอะไรนอกจากดึงแอนนีมากอดไว้ และเธอร้องไห้อย่างหนัก

ชีวิตแอนนีดิ่งลงเหวขนาดนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอร้องไห้แบบจะเป็นจะตาย เหมือนระบายความเฮงซวยที่เจอทั้งหมดไว้ในกอดครั้งนี้ เธอเพิ่งจะได้เจอจูบที่ออกมาจากความรู้สึกที่ไม่ใช่การฉาบฉวย และกอดจากคนที่มองเห็นและให้เกียรติเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

อ้างอิง :
PsychologyToday