เพราะอะไรงาน Art toys แบบไทยๆ ถึงขายไม่ได้ คุยกับ SalaArte กลุ่มคนทำ Art toys  ผ่านมานุษยวิทยา ที่มีจุดยืนการเป็นพื้นที่สร้างตัวตนให้กับคนผลิต Art toys สไตล์ไทย

เศษเหรียญจะมีค่ามากขึ้น เมื่อเราเจอ ‘ตู้กาชาปอง’ หรือตู้หยอดเหรียญกดของเล่นสะสม โดยเฉพาะถ้าไปประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ จนหลายๆ ไกด์บุ๊กลงความเห็นไว้ว่า เป็นกิจกรรมที่ต้องทำ (Must Have) 

คนไทยเองก็นิยมเล่น หรือสะสมอาร์ตทอย (Art toys) ไม่แพ้ชาติอื่น แต่ไม่ใช่กับสไตล์ไทยๆ ที่หาเจอได้ยากกว่าคาแรคเตอร์ยอดฮิตจากมังงะ หรือตัวละครตระกูลซุปเปอร์ฮีโร่ 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี! เมื่อช่วงสงกรานต์ปี 2566 ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เข้าข่าย แตก! ที่ไม่ได้หมายถึงกริยา แต่เป็นคำขยายความความเป็น ‘ไวรัล’ และการถูกพูดถึงของคนวงกว้างจากการจัดแสดงฟิกเกอร์พระพิฆเนศผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ‘นวัคคหายุสมธัมม์’ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เพื่อให้ผู้สนใจได้นำไปสักการะ ประกอบกับทำกาชาปองฟิกเกอร์พระพิฆเนศ หรือ Art Toys นวคเณศในปางต่างๆ ให้ผู้ที่มาร่วมงานสงกรานต์แฟร์ 2566 ได้ร่วมหมุน

พลังมู+ความน่ารัก กลายเป็น Art toys ที่น่าสะสมไว้ในคอลเลกชัน 

ทำให้ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง ‘กาชาปองพระพิฆเนศ’ รวมกลุ่มกันขึ้นในชื่อว่า SalaArte อ่านว่า ศา-ลา-อัน-เต (ที่มาจาก ‘ศาลาอันเตปุริกธุริน’ กลุ่มผู้ที่สำเร็จราชการแทนในสมัยรัชกาลที่ 5) เป็นการรวมตัวกันของศิลปินผู้ผลิต Art toys ภายใต้คอนเซปต์ “การนำเกร็ดมานุษยวิทยามาเล่าผ่านงานแต่ละชิ้น” 

นอกจากกาชาปองพระพิฆเนศ ศิลปินกว่า 30 ชีวิตในกลุ่มยังสร้างผลงานอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะพระเจ้า 5 พระองค์ ที่เป็นสัตว์คู่บารมีพระเจ้าในพุทธวงศ์ต่างๆ Art toys เล่าเรื่องนิราศเกาะแก้ว ที่มีกาชาปองพระอภัยมณี ผีเสื้อสมุทร และสุดสาครให้ได้สุ่มลุ้นกัน ซึ่งถ้าอยากได้ผลงานแรร์ไอเทม หรือเห็น Art toys ของจริง ก็ต้องมาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพราะทุกๆ วันอาทิตย์สิ้นเดือนจะมีการเปิดตลาด Art toys ในสวน (Art Toys Market in the Garden) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมศิลปากรจัดขึ้น

เชน-เณตม์ ประชาศิลป์ชัย ศิลปินจาก Little Turtle Studio หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม SalaArte บอกว่า  จุดแข็งของงานศิลปะเชิงมานุษยวิทยา คือ ผลงานทุกชิ้นต้องมีความถูกต้องทางข้อมูลวิชาการ มีการใส่เกร็ดทางประวัติศาสตร์ 

Little Turtle Studio

แต่การมีอยู่ของกลุ่ม SalaArte จริงๆ เชนบอกว่า มันคือการผลักดันคนทำ Art toys รุ่นใหม่ให้สร้างพื้นที่ปล่อยของ ออกจากเซฟโซนของตัวเอง แล้วสร้างตัวเพื่อไปตีตลาดต่างประเทศ เพราะเขารู้ว่าการรอขายแต่ในไทยมันไม่โต คนไม่ซื้อ ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง

วงการศิลปิน Art toys เป็นยังไงบ้างในตอนนี้ 

วงการ Art toys มีมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่ในทุกๆ งาน หรือทุกๆ เวทีที่ให้ศิลปินทำ Art toys ไปได้มันมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ระดับหลักพันถึงหลักแสน พอเป็นแบบนี้ทำให้น้องหลายๆ คนที่เป็นศิลปินหน้าใหม่ หรืออยากลองทำ Art toys ไม่มีเวที ไม่มีเงินทุนเข้าหาเวทีในการแสดงผลงาน การรวมตัวกันแล้วจัดงานตลาดนัด ซึ่งเราไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือค่าพื้นที่อะไร ก็เพื่อให้น้องๆ ศิลปินทำของออกมาขาย ใครอยากจะทดลอง อยากออกจากเซฟโซน หรืออยากจะมาพบปะพูดคุยกับคนในวงการเดียวกัน ก็มาได้เลย ซึ่งคนที่มาก็จะเป็นเด็กจบใหม่เยอะ  เด็กที่ไม่เคยออกงานที่ไหนมาที่นี่ที่แรกก็มี เด็กเพาะช่างเองก็มา

การรวมกลุ่มจนเป็น SalaArte นอกจากการสร้างพื้นที่ตลาดนัดให้ศิลปินมาปล่อยของแล้ว ยังมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นอีกไหม 

จริงๆ ผมพูดกับเพื่อนๆ พูดกับคนในวงการเสมอว่า วงการ Art toys ศิลปินไทยเขามีศักยภาพเยอะนะ เราเห็นมีหลายๆ งานอยู่ในร้าน POP MART ด้วยนะ (ร้านขายของสะสมชื่อดัง) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทุนต่างประเทศทั้งนั้นเลย ฉะนั้นก็เลยคุยกันว่า คนไทยมีศักยภาพก็จริง แต่ทําไมวงการมันไม่โต เพราะว่าคนที่จะโตเขาโตไปคนเดียว แต่วงการมันโตไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าเราอยากให้วงการหรือตลาดโต เราก็ต้องโตกันไปเป็นกลุ่ม โตกันเป็นก้อน โตกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เราก็เลยมารวมตัวกันเพื่อจะสร้างเวทีหนึ่ง แล้วก็เปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งหลายมาแสดงผลงาน

ขยายความคำว่า ‘วงการไม่โต’ ให้หน่อยได้ไหม 

พูดโดยรวมแล้วกันว่าศิลปินคนไทยที่เขาดัง เขามีนายทุนต่างประเทศสนับสนุนมาตลอด ฉะนั้น ต้องบอกเลยว่า Art toys ไทยมีอยู่ช่วงหนึ่งพยายามจะออกดีไซน์ให้มันมีความเป็นสากล เพื่อจะให้นายทุนต่างประเทศมาสนใจ

ฉะนั้น งานที่ออกมาจะขาดความเป็นไทย ส่วนคนที่ทําสไตล์ไทยอยู่แล้วก็เน้นทำเดิมๆ คือ ไม่ทำเกี่ยวกับพระพิฆเนศ ก็ทำเกี่ยวกับรามเกียรติ์ ไม่นิยมทำอะไรที่มันไปไกลกว่านี้ ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามจะรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างคาแรกเตอร์ของศิลปิน ให้มันมีความเป็นไทยมากขึ้น

Art toys ที่มีความเป็นไทยเป็นแบบไหน

Art toys ก็คือของเล่นอย่างหนึ่ง ของเล่นที่แต่ละคนชอบมันก็แตกต่างกัน ซึ่งในของ SalaArte เป็นวงของคนที่ชอบทำงานแบบไทยๆ ดึงเอาไอคอนแบบไทยๆ มาสร้างของเล่น อย่างของแบรนด์ผมจะดึงเอารามเกียรติ์มาทำผลงานประจำ หรือผลงานของเด็กเพาะช่าง ก็จะเน้นเอาประเพณีไทยมาประยุกต์ เพราะหลักสูตรเขาเน้นทางด้านนี้ แต่ถ้านับโดยรวมทั้งหมด 90% คนทำจะชอบทำพระพิฆเนศ

ทำไม Art toys ถึงถูกแช่แข็งรูปแบบ หรือดีไซน์แค่พระพิฆเนศ 

มันมองได้หลายมุม มุมหนึ่งถ้ามองในแง่การตลาดพระพิฆเนศยังไงก็ขายได้ เพราะว่าคนนับถือพระพิฆเนศเยอะ ทั้งคนไทยเอง หรือคนต่างชาติ มันเป็นความเชื่อที่แพร่หลาย ซึ่งถ้าทำ Art toys ออกมาก็มีตลาดรองรับแน่นอน ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

ตัวผมก็ทำงานชิ้นพระพิฆเนศเป็นงานชิ้นแรกเลย เราต้องอย่าลืมว่า ตัวพระพิฆเนศเองเป็นเทพแห่งการเริ่มต้น ฉะนั้น อย่างน้องๆ เพาะช่าง หรือคนที่เขาเป็นงานทางวิชาการ เขาก็ทําพระพิฆเนศเพื่อเป็นการไหว้ครู แต่โดยส่วนใหญ่ผมมองในแง่ของการตลาดมากกว่า Art toys ถึงทำแต่พระพิฆเนศ

แล้วทำไมต้องเป็นการจัดงานตลาดนัด Art toys ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 

ช่วงงานสงกรานต์ที่ผ่านมา เราได้ผลตอบรับเยอะๆ จากชิ้นกาชาปองพระพิฆเนศ ที่ได้ร่วมมือกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตอนนั้นมันเป็นแค่การทดลองของเราเองด้วยซ้ำ ไม่ได้ตั้งกลุ่มจริงจังแบบตอนนี้ เหมือนแค่วงเพื่อนศิลปินออกงบกันเอง ช่วยกันจัด ขนาดโต๊ะเก้าอี้ก็ไปยืมวัดมา แต่พอผลตอบรับล้นหลาม ทางกรมศิลปากรก็เลยเห็นว่า การที่มีศิลปินมาทําสินค้ามันสามารถดึงคนเข้าพิพิธภัณฑ์ได้เยอะนะ เลยมีการคุยกันระหว่างพวกเราและพิพิธภัณฑ์ สรุปได้ว่าเขาเปิดพื้นที่ให้เรามาทำตลาดนัด Art toys และบางเดือนก็มีการโยนโจทย์ให้กับกลุ่มเราว่า น่าจะทำธีมนี้นะ ลองผลิต Art toys ที่พูดถึงมรดกโลกไหม ก็เลยได้จัดงานตลาดนัด Art toys ในสวนที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เรื่อยๆ 

Art toys กาชาปองเพื่อการเรียนรู้ นิยามมันคือยังไง 

Art toys มันก็คือของเล่น แต่ทุกชิ้นต้องมีความถูกต้องทางข้อมูลวิชาการ มีการใส่เกร็ดทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านตาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ ก่อนที่จะวางขายว่ามันถูกต้อง เราพยายามไม่ทำอะไรที่สร้างความงมงาย

SalaArte กาชาปอง

ผลงานก่อนหน้าที่ทํากับพิพิธภัณฑ์ เป็นการทำ Art toys ชุด ‘นวพ่าห์’ สัตว์พาหนะ 9 ชนิดของเทวดาประจำวันเกิด สิ่งที่ผมออกแบบไป เช่น วันอาทิตย์ทรงสิงห์จะใช้สีแดง เพราะเราจะสอนด้วยว่าสิงห์เนี่ยเป็นสถานะของพระอาทิตย์ ซึ่งสีประจําวันก็คือสีแดง แล้วก็มีเลขกําลังวันติดอยู่ข้างหลัง เราก็สอดแทรกอะไรประมาณนี้เข้าไป เพื่ออย่างน้อยๆ เขาก็จําได้ และรู้แล้วว่าสัตว์พาหนะของเทพประจําวันของเขาเป็นอะไร

ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่างพิธีแรกนาขวัญ มันพูดถึงขบวนของพระยาแรกนา ก็จะดูว่าขบวนนี้มีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง ก็จะมีเป็นพระยาแรกนา มีพระโค มีเจ้าพนักงาน มีเทพีหาบเงินหาบทอง เราก็แสดงให้ดูว่า อันนี้มันคือรูปแบบของของพระยาแรกนาในพิธีแรกนาขวัญนะ 

 

อย่างเรื่องพระเจ้า 5 พระองค์ เราทําพระพุทธเจ้าไม่ได้ ต้องแจ้งก่อนว่าการทำ Art toys ณ ตอนนี้มันก็ค่อนข้างเสี่ยงดราม่ากับการทําพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เราเลี่ยงที่จะทําพระพุทธเจ้าอยู่ แต่เราก็อยากจะลองทําอะไรที่เชื่อมโยงกับวันสำคัญทางศาสนาบ้าง ซึ่งช่วงนั้นก็น่าจะวันวิสาขบูชา เราทําเป็นพระเจ้า 5 พระองค์ แต่เราใช้เป็นสัตว์คู่บารมีของพระเจ้า 5 พระองค์ มีไก่ นาค เต่า โค และสิงห์ เราก็สอดแทรกความรู้ทางคติชนวิทยาของสิ่งเหล่านี้เข้าไป 

เส้นแบ่งระหว่าง ‘ความงมงาย’ และ ‘ผลงานศิลปะ’ ของกลุ่ม SalaArte ในการทำ Art toys อยู่ตรงไหน 

การที่เราทำงานเรียกว่ากึ่งๆ ร่วมมือกับทางพิพิธภัณฑ์ สิ่งสำคัญคือทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง หรือใส่ข้อมูลผิดๆ ลงไปในงานไม่ได้ อย่างเทพเจ้า เราก็ไม่ได้เล่นกับเทพเจ้าได้ทุกองค์ ขอบอกเลยแล้วกันวาระในอนาคตคือทำ Art toys พระวิษณุ หรือพระสุริยเทพ เพราะเป็นโจทย์เรื่องมรดกโลกที่ไทยเพิ่งได้รับมา ซึ่งก่อนทำหรือดีไซน์ก็ต้องไปศึกษาว่า ลักษณะ รูปลักษณ์ที่ถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นแบบไหนหรือการทำ Art toys ผีก็ต้องเป็นผีที่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ชัดเจน มีข้อมูลให้ศึกษาประมาณหนึ่ง ไม่ใช่ครูกายแก้วที่เป็นกระแส ถ้าเราทำมันเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันอีก เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ทางพิพิธภัณฑ์ก็จะตั้งคำถามว่าการทำ Art toys แบบนี้จะเป็นกระแสให้คนไปงมงายเพิ่มขึ้นไหม 

เปิดตลาดนัด Art toys ในพิพิธภัณฑ์มีข้อจำกัดบางอย่าง ทั้งความถูกต้อง หรืองดสิ่งสุ่มเสี่ยงเกิดดราม่า แล้วมันจำกัดความสร้างสรรค์ของงานไหม 

เรามองในมุมที่เขาให้เวที หรือพื้นที่กับเรามากกว่า เพราะเขาให้พื้นที่เรา ณ ตอนนี้กลายเป็นว่า Art toys ดีไซน์ความเป็นไทยมันเริ่มกลับมาบูมอีกครั้งหนึ่ง ศิลปินผลิตงานออกมาหลากหลายมากกว่าพระพิฒเนศแล้ว เพราะรู้ว่ามีกลุ่มคนซื้องานเขา ด้วยตัวสถานที่ ด้วยตัวบริบททั้งหลายของพิพิธภัณฑ์ มันเสริมมูลค่าให้กับงานของศิลปิน

แม้เราไม่ได้ทํางานกับพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก แต่การที่เราคล้ายกับเป็นพาร์ทเนอร์กัน มันทำให้งานมีมูลค่ามากขึ้น เช่น พระพิฆเนศถ้าเราไปขายในเมือง ผมคิดว่าก็คงขายได้ไม่ดี เราก็เคยไปทํางานกับทางห้างสรรพสินค้ามาแล้ว เราก็รู้ว่ากลุ่มตลาดมันไม่ใช่ แล้วบริบทของงานมันไม่เสริมกับผลงานของศิลปิน มันแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ ฝั่งพิพิธภัณฑ์เอง การที่เขาทำแบบนี้เขาก็ได้ยอดคนเข้าเพิ่ม 

แม้จะมีกาชาปองให้น่าตื่นเต้น แต่เทรนด์คนไทยกับการไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ก็ยังน้อยเหมือนเดิม 

ขอสรุปในมุมมองของตัวเองดีกว่า ถ้าเราไปต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน หรือจีน ในโปรแกรมทัวร์ต้องมีไปพิพิธภัณฑ์อยู่แล้วล่ะ ถามว่าทําไมตอนที่เราไปท่องเที่ยวประเทศอื่น เราดีใจ  เรายินดีที่ได้ไปพิพิธภัณฑ์ ส่วนหนึ่งผมมองว่า เพราะมันมีของที่ระลึกขายด้วย มีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน แต่พิพิธภัณฑ์ไทยไม่มี เวลาเรามาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ พอเราเดินเที่ยวจบ ตอนกลับไปมันไม่มีอะไรเลยที่บอกว่า เรามาพิพิธภัณฑ์นี้แล้ว มันมีกฏว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ ทําของที่ระลึกเองไม่ได้ ไม่สามารถหารายได้เองได้ 

แล้วในเรื่ององค์ความรู้พิพิธภัณฑ์ไทยส่วนใหญ่มีแต่พระ มีแต่พระพุทธรูปทั้งนั้นเลย ไม่ได้มีอะไรที่มันว้าวมาก ไม่ได้มีผลิตผลทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ทําให้คนส่วนใหญ่คิดว่า มันไม่จําเป็นที่จะต้องมาก็ได้ เพราะมันไม่ได้มีความน่าสนใจ ตัวพิพิธภัณฑ์เองก็ไม่ได้ทําอะไรที่ดึงดูดคนมากเหมือนกัน ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ส่งเสริมให้คนมีความรู้อยู่แล้ว เลยไม่น่าดึงดูด ไม่เหมือนกับต่างประเทศ พิพิธภัณฑ์ที่ต่างประเทศมันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจด้วย เวลาคนไปเที่ยวเสาร์อาทิตย์ เขาก็ไปพิพิธภัณฑ์ไปเดินเล่น แต่ของไทยมันไม่มี ไทยเราไม่ได้ส่งเสริมในแง่นั้นเลย ฉะนั้น มันก็คงไม่ฮิตมาก

Little Turtle Studio

มองว่า Art toys สไตล์ไทยของกลุ่มเป็น Soft Power ไทยได้ไหม 

มันไม่เชิงเป็น Soft Power มองว่าแค่เป็นการที่เรานําโบราณวัตถุที่อยู่โบราณวัตถุจัดแสดง เอาองค์ความรู้ทางวิชาการต่างๆ ของไทยมาบูรณาการให้กลายเป็นสินค้า เราแค่เปลี่ยนนามธรรมเป็นรูปธรรมเฉยๆ เป็นการบอกเล่าเรื่อง แต่มันคงยังไม่ถึงขนาด Soft Power

เราเห็นว่าทางญี่ปุ่นเองมีทั้งกาชาปองที่เป็นเทวรูป มีทั้งปลากระป๋องที่เป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเยอะ เราก็เลยคิดว่าอันนี้ใช้สอนคนได้ อย่างน้อยๆ จะใช้สอนเด็กได้ บางครั้งที่ญี่ปุ่นเขาอาจจะทําเป็นเทวรูปที่คนไม่รู้จัก อย่างที่คนไทยไม่เคยได้ยินชื่อเทวรูปกุมารภูต ที่เป็นเทพของมหายาน ผมเชื่อว่าที่ญี่ปุ่นเองคนส่วนใหญ่ก็คงไม่รู้จักเหมือนกัน แต่การที่เขาทําออกมาเป็นกาชาปอง แล้วมันไปเห็นกันทั่วประเทศ ก็เป็นการทําให้คนซึมซับไป โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าเทพองค์นี้ชื่ออะไร เราใช้หลักคิดแบบเดียวกันกับญี่ปุ่น 

เราอยากให้คนมามองงานเรา อย่างน้อยคุณไม่ซื้อก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ว่าต่อๆ ไป ถ้าคุณเห็นอะไรที่เป็นรูปจากเรื่องพระเจ้า 5 พระองค์ ถ้าต่อไปคุณไปเห็น รูปแบบที่มีสัตว์ห้าชนิดอยู่ด้วยกันก็จะ…อ๋อ อันนี้พูดถึงพระพุทธเจ้า เราอยากให้คนซึมซับแบบนั้นมากกว่า

ผมว่าส่วนหนึ่งมันคือเรื่องของกระแสมากกว่า ยังไงสักวันมันก็จะดับ ไม่ว่าจะไอ้ไข่วัดเจดีย์ หรือจตุคามรามเทพเองก็ตาม ในยุคสมัยหนึ่งมันก็อยู่ในกระแส แต่ว่าพอผ่านไปไม่นานมันก็เงียบ มองว่าตัวกาชาปองเองก็ไม่ต่างกัน ตอนนี้อยู่ในกระแส แต่ว่าต่อๆ ไปมันก็อาจจะเงียบ ยกเว้นเราจะพัฒนารูปแบบให้มันดีขึ้น พัฒนาดีไซน์ให้มันดีขึ้น

ตัวที่จะต่อกระแสให้ Art toys มีอะไรบ้าง 

อย่างน้อยๆ ถ้าเราพัฒนาวัสดุให้เทียบเท่ากับวัสดุที่ทำกาชาปองของญี่ปุ่นได้ มันก็ยังช่วยต่อกระแสได้ ปัจจุบันวัสดุของไทยส่วนใหญ่เป็นเรซิน ซึ่งเรซินเป็นวัสดุที่ทําง่ายที่สุด เราสามารถทําเองที่บ้านได้ แต่มันตกแตกได้ง่าย ถ้าเป็นของญี่ปุ่นจะเป็น PVC มันต้องผ่านโรงงาน เพราะตลาดเขากว้าง แต่ของเรายังอยู่ในช่วงเพิ่งหัดเดิน เรายังไม่พร้อมที่จะลงทุน เรายังไม่มีพื้นที่ขายทั่วประเทศ

เรายังไม่ได้ถึงขั้น Mass Production ถ้าเราอยากจะให้มันเป็นกระแสต่อเนื่อง เราหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้ เราต้องขยายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องวัสดุที่เราต้องพัฒนาต่อไป และที่สำคัญ คือ เราอยากดันให้ศิลปินของเราทำงานขายต่างชาติ คนต่างประเทศเดินพิพิธภัณฑ์เยอะกว่าคนไทย ถ้าเขาชื่นชอบเขาจะตามผลงานศิลปินชิ้นอื่นๆ อีก 

Munkky Studio

ตอนนี้เราอยู่ในลักษณะคนในวงการช่วยเหลือกันเองของคนในวงการ แต่เราก็อยากให้สื่อมองเราบ้าง หรือแม้ตัวภาครัฐเองด้วย อย่างทางพิพิธภัณฑ์เองก็ถือว่าเป็นภาครัฐที่เขาซัพพอร์ตพื้นที่เรา แต่ก็ยังไม่ได้มีโปรเจกต์ที่มีงบประมาณ หรือว่าโปรเจกต์ที่จะต่อยอดไปไกลกว่านี้ ยอมรับตามตรงตอนนี้การทำ Art toys ในไทยยังทำเป็นอาชีพเลี้ยงปากท้องไม่ได้ เพราะว่าพื้นที่มันเล็ก ตลาดเล็กลงเรื่อยๆ ไม่มีตัวกลางอย่างร้าน POP MART ไม่มีบริษัทช่วยขายสินค้า หรือดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ ทุกวันนี้ยังไม่มีพื้นที่ขายอย่างจริงจัง ทำให้ศิลปินส่วนใหญ่ในวงการไม่เป็นหน้าใหม่ที่อยากลอง ก็ต้องเป็นคนที่ทำงานอดิเรก 

สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่นับข้อจำกัดอะไรเลย อยากทำ Art toys อะไร 

ผมสนใจเรื่องไทยๆ อยู่แล้ว แต่ที่ทำอยู่จะอิงความถูกต้องประวัติศาสตร์นำ แล้วผมค่อนข้างสนใจเรื่องโบราณวัตถุเทวรูป ซึ่งเทวรูปที่พบในไทยส่วนใหญ่ชํารุด ต้องมีแขนหักบ้าง ลำตัวไม่มีบ้าง มีแค่ครึ่งท่อนบ้าง ณ จุดนี้มันมีข้อจํากัดของวิชาการ คือ เขาไม่สามารถจําลองเทวรูปแบบสมบูรณ์มาได้ ถ้าจําลองขึ้นมามันจะเกิดภาพจําทันที ซึ่งมันก็อาจจะเป็นภาพจําที่ไม่ถูกต้อง
แต่ในกรณี Art toys มันไม่ใช่ สิ่งที่ผมอยากทําก็คือเทวรูปที่มันชํารุด ผมอยากจะทําในรูปแบบที่มันสมบูรณ์ เช่น อันนี้แขนหายไป เราเติมแขน เรารู้ว่าเป็นยังไงโดยเราอ้างอิงจากโบราณวัตถุในสมัยเดียวกัน จริงๆ เรามีองค์ความรู้อยู่แล้ว แต่เราไม่สามารถทําได้ในแง่วิชาการ จากใจจริงสิ่งที่ผมอยากทํา คือ Art toys อมรคีเตศวรศรีวิชัย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทวรูปที่สวยที่สุดในไทย ซึ่งมันก็ต้องมีคําถามนะครับว่าสวยในไทยคือแบบไหน เรารู้ว่าเทวรูปที่ชํารุดไป ส่วนที่ขาดหายคืออะไร เรามีจิ๊กซอว์อยู่ในมือครบ แต่เราทําไม่ได้เพราะเรากลัวการเกิดภาพจํา

ภาพจากเพจ little turtle studio และเพจ SalaArte