“พี่เป็นคนแรกเลยนะ ที่หนูคุยด้วยแล้วรู้เรื่อง”
คือคำพูดแรกที่ผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีกล่าวซื่อๆ กับล่ามลดาวัลย์ตอนเจอกันครั้งแรกในห้องสืบพยาน ศาลอาญาแห่งหนึ่งในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นคำพูดที่ติดอยู่ในใจเธอไปอีกหลายเดือน
ผู้ต้องหาหญิงรายนี้มีว่าชื่อนุช เธอถูกยัดข้อหาว่าเป็นหญิงค้าบริการ แม่เล้า และหัวหน้าขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ แต่กลับเป็นหญิงสาวอายุเพียงยี่สิบต้น มาจากครอบครัวยากจน ที่สำคัญคือไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยสักคำ
ชีวิตต่างแดนตลอดหลายปีที่ถูกกักขังไม่ให้ออกไปเจอผู้คน ถูกบังคับให้คอยบริการทางเพศชายแปลกหน้าในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นุชต้องโดดเดี่ยวขนาดไหน แค่ได้ยินภาษาไทยอีกฝ่ายถึงกับพูดเสียงสั่น มองตามตาละห้อย คล้ายจะร้องไห้อยู่ตลอด เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น ลดาวัลย์ซึ่งอยู่ในช่วงเบิร์นเอาต์หนักถึงขั้นเตรียมใบลาออกไว้แล้ว จึงตัดสินใจประวิงเวลาออกไปอีกนิด เพื่ออยู่ช่วยงานให้คดีของนุชเดินหน้าต่อไปได้

ที่มาภาพ: https://thethaiinterpreter.com/
นี่คือจุดเริ่มต้นของหนังที่ออกทุนทำโดยคนไทยแต่ถ่ายทำในอเมริกาเรื่องนี้ ซึ่งมีชื่อว่า ล่าม (The Thai Interpreter) โดยหนังพาเราตามติดชีวิตล่ามศาลชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองลอสแอนเจลิส สร้างจากเรื่องจริงของ เบญจวรรณ ภูมิแสน ล่ามไทย-อังกฤษ-ลาว ผู้มีประสบการณ์ทำงานในสหรัฐอเมริกามายาวนานกว่า 30 ปี
มองให้พ้นจากเรื่องความชอบและรสนิยมการดูหนังส่วนตัวของแต่ละคนไป ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนังที่สื่อสารประเด็นสำคัญเร่งด่วน ทั้งยังสร้างจากเรื่องจริงที่น่าสนใจของผู้หญิงเก่งที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนหลายอย่าง ทั้งล่ามศาล หญิงที่ผ่านการหย่าร้าง คนอีสาน ไปจนถึงแรงงานอพยพ เนื้อเรื่องที่เกี่ยวโยงกับสุขภาวะ สภาพแวดล้อมการทำงาน ตลอดจนผู้คนที่ลดาวัลย์ (หรือจริงๆ คือเบญจวรรณ) ทำงานด้วย จึงเป็นจุดตั้งต้นอันยอดเยี่ยมของบทสนทนาที่มีความหมาย
เมื่อต้องเจ็บจากแผลใจที่ไม่ใช่ของเราเอง
ล่ามศาล อาชีพนี้แค่เก่งภาษาอย่างเดียวใช่ว่าจะทำได้ เพราะมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ลองคิดภาพตามง่ายๆ ขนาดในมุมมองคนทั่วไป ภาษากฎหมายยังฟังดูเข้าใจยาก ชวนปวดหัว แล้วสำหรับแรงงานอพยพที่ภาษาไม่แข็งแร็ง พวกเขาจะมืดแปดด้านขนาดไหน ถ้าขาดล่ามศาลไป การสู้คดีและปกป้องสิทธิของตัวเองในชั้นศาลคงเป็นไปได้ยาก
อาจเพราะเหตุผลนี้เอง ลดาวัลย์จึงมีคำพูดติดปากว่า “เดี๋ยวพี่จะแปลทุกอย่างให้คุณฟังนะคะ คุณจะได้เข้าใจทุกคน และทุกคนก็จะได้เข้าใจคุณ” ฟังเผินๆ ดูเรียบง่ายไม่พิเศษอะไร แต่เพียงเท่านี้ก็ปลอบประโลมใจผู้ถูกกล่าวหาที่กำลังสั่นกลัวได้เปลาะหนึ่ง

ที่มาภาพ: https://thethaiinterpreter.com/
ทว่าในกลุ่มอาชีพที่มุ่งพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของผู้อื่นเช่นนี้ สุขภาวะของคนทำงานเองมักถูกเบียดบังและละเลยจากทั้งเพื่อนร่วมงานและตัวของพวกเขาเอง ทำให้ต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟ ความเครียด ความวิตกกังวล และอาการบาดเจ็บทางจิตใจโดยไม่รู้ตัว นอกจากล่ามศาลอย่างตัวละครเอกของหนังเรื่องนี้แล้ว ยังมีตัวอย่างอาชีพอื่นอีกหลายสายที่เข้าเกณฑ์ เช่น นักกฎหมาย นักกิจกรรม นักสังคมสงเคราะห์ นักวิจัย ไปจนถึงแพทย์
สีหน้าเคร่งเครียดและท่าทางเหนื่อยล้าสะสมของลดาวัลย์ในช่วงต้นเรื่องก็มาจากสาเหตุเดียวกัน ก่อนจะได้มาเจอกับนุชในคดีนี้ เธอผ่านเคสยากๆ มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเคสไกล่เกลี่ยอุบัติเหตุเมาแล้วขับซึ่งมีคนไทยเป็นผู้เสียหาย เคสที่ต้องแจ้งข่าวร้ายกับผู้ป่วยชาวไทยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ไปจนถึงเคสที่หญิงไทยโดนยัดข้อหาฆาตกรรมสามีเพื่อฮุบทรัพย์สิน

ที่มาภาพ: https://thethaiinterpreter.com/
ด้วยความที่อาชีพล่ามศาลอาศัยทักษะการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นสูง เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับรู้เรื่องร้ายๆ ของคนอื่นผ่านการนั่งฟังเฉยๆ ปล่อยให้ผู้พูดได้ระบายโดยไม่โต้ตอบ (Passive) เท่านั้น แต่ยังต้องรีบนำคำบอกเล่ามาคิดคำนวณหาคำแปล จากนั้นจึงหาวิธีสื่อสารให้คนฟังเข้าใจในระยะเวลาจำกัด (Active) เมื่อต้องทำซ้ำๆ สะสมไปเรื่อยๆ สมองก็ตกอยู่ในภาวะเหนื่อยล้าจากการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Compassion Fatigue)
แต่นั่นยังไม่ร้ายแรงเท่ากับแผลใจมือสอง (Vicarious Trauma) จากการรับฟังประสบการณ์สะเทือนอารมณ์ของผู้อื่นอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้รับผลกระทบทางอ้อมมาด้วย แม้ไม่เคยเผชิญกับเหตุร้ายนั้นด้วยตนเอง โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ระบุเอาไว้ในคู่มือการทำงานว่า แผลใจมือสองอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคลากรดังนี้
1. ด้านร่างกาย เช่น ตกใจง่าย มีปัญหาการนอน ภูมิคุ้มกันตก เครียดสะสมจนนำไปสู่ภาวะเบื่ออาหารหรือรู้สึกทางเพศลดลง
2. ด้านอารมณ์ที่ตกค้าง เช่น โกรธ ผิดหวัง ซึมเศร้า สับสน หมดความรู้สึกพึงพอใจในกิจวัตรหรืองานที่เคยทำเป็นประจำ
3. ด้านกระบวนความคิด เช่น ไม่มีสมาธิ วนคิดซ้ําซากเรื่องเดิม ศักยภาพการคิดวิเคราะห์ลดลง โทษตัวเองเมื่อเกิดปัญหา
4. ผลกระทบด้านความสัมพันธ์และสังคม เช่น หลีกหนีสังคม มองผู้อื่นในแง่ร้าย ไม่กล้าไว้ใจใคร เกิดความหวาดระแวงเพราะความคิดหรือภาพเหตุการณ์ที่เคยได้ฟัง
ในหนัง สุขภาพจิตของลดาวัลย์สะท้อนออกมาทั้งในรูปแบบของอารมณ์ตกค้างและปัญหาด้านความสัมพันธ์ ในพาร์ตการทำงานก็อย่างที่ได้เล่าไปแล้วว่าเธอต้องรับมือกับความเครียดรอบด้าน ในพาร์ตของชีวิตส่วนตัว ความสัมพันธ์ของเธอกับคู่เดตคนใหม่ก็เป็นไปอย่างขลุกขลัก เพราะถึงเคมีจะเข้ากันได้ แต่ก็ในบางมุมเธอก็เปราะบางจนไม่กล้าไว้เนื้อเชื่อใจเขาเต็มร้อย
แกร่งแค่ไหนก็ต้องการ Support System
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมและลดความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟได้ชะงัด คือ Support System หรือระบบสนับสนุนทางสังคม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ครอบครัวหรือคนรัก แต่ยังรวมถึงเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนบริการสุขภาพจิตเข้าถึงง่าย พร้อมเป็นที่พึ่งและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเหมาะสม
ลดาวัลย์ใช้ชีวิตต่างแดนเพียงลำพังโดยไม่มีครอบครัวใกล้ชิด อีกทั้งยังผ่านการเลิกรากับคนรักเก่ามาไม่นานก็จริง แต่ใช้เวลาไม่นานเธอก็ก้าวข้ามความท้อแท้และกลับมามีไฟทำงานได้ ด้วยแรงสนับสนุนจากชุมชนคนไทยในแอลเอ
ตั้งแต่น้ำใจจากสมหมาย อดีตผู้เสียหายคดีอุบัติเหตุรถยนต์ที่อาสาระดมทุนประกันตัวและหาที่พักพิงชั่วคราวให้กับนุชผ่านคอนเน็กชันในวัด ไปจนถึงพลังบวกจากอนัญญา ม่ายยังสาวเจ้าของร้านนวดที่รอดคดีฆาตกรรมสามีมาได้ ตอนบังเอิญเจอกันจึงมีโอกาสได้ย้ำเตือนลดาวัลย์ว่า งานของเธอมีความหมายต่อผู้คนขนาดไหน

ที่มาภาพ: https://thethaiinterpreter.com/
สารพัดความช่วยเหลือที่ย้อนกลับมาถึงมือลดาวัลย์ในช่วงเวลาอ่อนแอนี้ คือสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจว่า Support System ไม่จำเป็นต้องเป็นความสัมพันธ์ทางเดียว คนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากเราอาจกลายมาเป็นคนที่ช่วยประคับประคองเราในวันที่อ่อนล้าได้เช่นกัน
อ้างอิง
