Bodies : Know You Are Loved เมื่อ ‘การไม่ถูกมองเห็น’ เป็นแรงผลักให้ย้อนเวลา เพื่อแค่ต้องการเป็นที่รัก 

หากเราย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กชายวัย 15 ปี ที่ชื่อ อีเลียส แมนนิกซ์ (Elias Mannix) ในซีรีส์ Bodies ที่ฉายบนเน็ตฟลิกซ์เราจะทำอย่างไร เมื่อชีวิตที่เติบโตมาในสถานพินิจ ถูกรับเลี้ยงโดยสามีภรรยาที่ชอบบังคับ จนพัวพันคดีฆาตกรรม และสุดท้ายสถานการณ์รอบตัวบีบบังคับให้อีเลียสต้องเลือกว่าจะกดระเบิดในมือที่สามารถทำลายทั้งเมืองได้หรือไม่ 

เรื่องราวในซีรีส์ อีเลียสตัดสินใจกดระเบิดนั้นเพื่อทำลายตัวเขา และผู้คนทั้งเมือง ด้วยประโยคที่ผู้คนจูงใจเขาว่า “จงรู้ว่าคุณเป็นที่รัก Know You Are Loved” 

ซีรีส์ Bodies คือเรื่องราวการสืบสวนคดีฆาตกรรมของผู้คน 4 ยุค คือช่วงปี 1890 ,1941, 2023 และ 2053 จากการที่มีศพเดียวกันนอนอยู่บนถนนแบบที่ไม่มีที่มาที่ไป ความน่าพิศวงไม่ได้หยุดอยู่แค่ปริศนาฆาตกรรม แต่คือการที่ศพเดียวกันนี้ปรากฏขึ้นในสถานที่เดียวกันอย่างพอดิบพอดีใน 4 ยุคสมัย ผูกโยงนักสืบ 4 คนจาก 4 เจเนอเรชันเข้าด้วยกัน

สุดท้ายซีรีส์ก็เฉลยว่าปริศนาทั้งหมดกุมความลับของชายที่ชื่อ เอเลียส แมนนิกซ์ (Elias Mannix) เด็กชายวัย 15 ปีในยุค 2023 ผู้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำลัทธิข้ามกาลเวลา เขาย้อนอดีตกลับไปสู่ปี 1890 สถาปนาตระกูลขุนนาง และวางรากฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อนำไปสู่เหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ใจกลางลอนดอนในปี 2023 สังหารประชากรนับแสนชีวิต เพื่อสร้างโลกใหม่ในปี 2053 โลกใบใหม่ที่สงบราบคาบ ปราศจากความขัดแย้ง และถูกปกครองภายใต้คติพจน์ข้อเดียวที่ฝังรากลึกอยู่ในสมองของพลเมืองทุกคนว่า 

‘จงรู้ว่าคุณเป็นที่รัก Know You Are Loved’

ประโยคนี้ดูเป็นประโยคที่ฟังดูงดงาม อบอุ่น และเต็มไปด้วยมวลของความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) แต่สำหรับเอเลียส แมนนิกซ์ ประโยคนี้เป็นทั้งข้อความที่เขาพยายามฝากบอกตัวเองในทุกยุค และกลายเป็นต้นตอของโศกนาฏกรรม รวมถึงการทำลายล้าง 

บาดแผลจากการไม่ถูกยอมรับ : เมื่อ ‘บ้าน’ ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

ชีวิตภูมิหลังของเอเลียส แมนนิกซ์ ถูกเล่าในปี 2023  เขาคือเด็กมีปัญหาคนหนึ่ง ชีวิตวัยเด็กโตในสถานรับเลี้ยง เพราะแม่ของเขาที่เป็นวัยรุ่นขณะนั้นไม่พร้อมที่จะมีเขา หลังจากนั้นมาเอเลียสก็เข้าสถานพินิจด้วยคดีเล็กๆ น้อยๆ จนเข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรมที่เป็นคดีปริศนาหลักของซีรีส์ 

เอเลียสไม่เคยไว้ใจใคร เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาถูกรายล้อมด้วยผู้คนที่เข้ามาหาเพื่อผลประโยชน์จากความกลัว หรือไม่ก็คนที่พร้อมจะผลักไสเขาจนกระทั่งได้คุยกับ ชาฮารา ฮาซัน (Shahara Hasan) สารวัตรนักสืบ 

การปรากฏตัวของชาฮารา ไม่ใช่แค่การพบกันระหว่างผู้ร้าย กับตำรวจ แต่คือการพบกันระหว่าง ‘เด็กชายผู้แตกสลาย’ กับ ‘พื้นที่ปลอดภัยที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิต’

“ฉันเชื่อใจนาย” 

ชาฮาราไม่ได้มองอีเลียสเป็น ‘ปีศาจ’ หรือเด็กเหลือเดนแบบที่ตำรวจคนอื่นมอง แต่ชาฮารามองเห็นเขาเป็น ‘เด็กคนหนึ่ง’ และเธอพยายามไว้ใจอีเลียสด้วยบทบาทของแม่ที่เข้าใจลูก ในขณะที่โลกภายนอกมองอีเลียส วัย 15 ปีว่าเป็นตัวอันตรายต้องโทษคดีฆ่าคนอื่นตาย

แต่การได้คุยกับชาฮารา และได้รับความเชื่อใจในระยะสั้นๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนใจให้อีเลียสไม่ตัดสินใจกดระเบิด เพราะสิ่งที่

แค่เชื่อใจอีเลียสก็ยังไม่เพียงพอที่ทำให้อีเลียสไม่กดระเบิดได้ เพราะสิ่งที่อีเลียสต้องการมากที่สุดตลอดชีวิต ไม่ใช่ชื่อเสียง อำนาจ หรือเงินทอง แต่คือ ‘การได้รับการยอมรับในตัวตน’ (Identity Recognition) การมีใครสักคนมองเห็นว่าเขาเจ็บปวด มีใครสักคนยอมรับว่าเขาคือใคร และมีใครสักคนที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยได้รับมาเลยตลอดชีวิต

จงรู้ว่าคุณเป็นที่รัก Know You Are Loved

แม้เส้นเรื่องของซีรีส์นี้จะชวนงงไปบ้าง สำหรับมือใหม่ด้านซีรีส์ระทึกขวัญไซไฟ หรือหนังย้อนเวลา แต่จุดสังเกตุที่ง่ายที่สุดที่ซีรีส์บอกใบ้ว่านี่คือการย้อนเวลา คือ ประโยค “จงรู้ว่าคุณเป็นที่รัก Know You Are Loved” ที่ถูกกล่าวในทุกยุค

เหมือนข้อความนี้ คือสิ่งที่เอเลียสในวัยต่างๆ พยายามฝากบอกตัวเอง โดยเฉพาะ ในปี 2023 ที่กำลังเป็นเด็กวัยรุ่นผู้แตกสลายว่าจงรู้ว่าคุณเป็นที่รัก 

และเป็นเหตุผลว่าทำไมอีเลียสในวัยกลางคนถึงต้องย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อสร้างโลกใหม่ในปี 2053 เพราะเขาอยากเป็นที่รักของใครสักคน 

เพราะเมื่อสถาบันที่ครอบครัวปฏิเสธการมีอยู่ของเขา อีเลียสจึงเลือกที่จะรื้อสร้างโครงสร้างสังคมใหม่ทั้งหมด ในเมื่อโลกเก่าปฏิเสธเขา เขาจึงสร้างโลกใหม่ที่เขากลายเป็นบิดา ผู้มอบความรักให้กับทุกคนผ่านคำว่า Know You Are Loved มันคือการบำบัดปมด้อยของตัวเองในแบบที่หนังไซไฟสะท้อนออกมา 

ในโลกความเป็นจริง เรามีเด็กแบบ อีเลียส แมนนิกซ์อยู่เต็มไปหมด เด็กที่กำลังกรีดร้องผ่านความเงียบในห้องนอน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไร้ตัวตนและไม่ได้รับการยอมรับ 

หากมองดูสถิติด้านสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตและรายงานของ UNICEF สรุปว่า 1 ใน 7 ของวัยรุ่นไทย อายุ 10-19 ปี กำลังเผชิญกับภาวะผิดปกติทางจิตเวช ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความรู้สึกโดดเดี่ยว และการไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวหรือสังคมรอบข้าง

ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลในกลุ่มวัยรุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาด ‘Self-Esteem’ (ความภาคภูมิใจในตนเอง) ซึ่งเกิดจากการที่ตัวตนของพวกเขาถูกปฏิเสธ หรือถูกตั้งเงื่อนไขจากผู้ใหญ่ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ถึงจะคู่ควรกับการถูกรัก

เมื่อเด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าต่อให้ฉันอยู่หรือตาย ก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดี กลไกป้องกันตัวเองจะเริ่มทำงาน บางคนเลือกที่จะทำลายตัวเอง (Self-destruction) แต่ในบางคนที่บาดแผลถูกเปลี่ยนเป็นความแค้นเหมือนอีเลียส แมนนิกซ์ ที่เลือกย้อนเวลากลับไปทำลายผู้คน

Bodies จึงเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนกลับมายังสังคมและสถาบันครอบครัวในโลกจริง ว่าบาดแผลจากการไม่ถูกยอมรับในตัวตนนั้นมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงแค่ไหน

ก่อนที่เด็กสักคนในสังคมจะเปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นความเกลียดชัง เราสบตาพวกเขาตรงๆ แล้วหรือยัง? เราฟังเสียงของพวกเขาจริงๆ ไหม? และเราพร้อมหรือยังที่จะบอกพวกเขาด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ว่า 

“จงรู้ว่าคุณเป็นที่รักในแบบที่คุณเป็นจริงๆ”