Bystander

เพราะกลัว เราจึงนิ่งเฉย ‘Bystander’ พยานในเหตุการณ์กลั่นแกล้งที่พวกเราต่างเคยเป็น

ถ้าเห็นคนกำลังถูกแกล้งเราจะทำยังไง?

เข้าไปช่วยเหลือทันที หรือเดินผ่านไปเพราะไม่ใช่คนที่เรารู้จัก หรือยืนดูเหตุการณ์เฉยๆ เพราะไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี

คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มหลังสุด ตามการสำรวจของเว็บไซต์ stopbullying ที่ก่อตั้งโดยกระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา เพราะคนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร หรือด้วยความกลัว ทำให้พวกเขาเลือกที่จะนิ่งเฉยแทน

มันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาการนิ่งเฉยหรือเดินผ่านก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ทุกๆ วันการกลั่นแกล้ง (Bully) ยังคงเกิดขึ้นเสมอ และไม่ใช่มีแค่ผู้กระทำหรือถูกกระทำ แต่คนเหล่านี้ที่เป็นหน่วยยืนดูก็มีควบคู่เสมอ และเป็นปัจจัยสำคัญต่อเหตุการณ์นี้เช่นกัน

ภาษาอังกฤษมีคำที่เรียกพวกเขาเหล่านี้ว่า Bystander หรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ หรือภาษาไทยๆ ของเราอย่างคำว่า ‘ไทยมุง’ พวกเขาอาจเป็นคนขายของในตลาดที่มีคนกำลังทะเลาะกัน หรือเป็นพนักออฟฟิศที่นั่งบีทีเอสไปทำงาน แต่เจอกับเหตุการณ์คนยืนเถียงกัน หรือเป็นนักเรียนที่กำลังเดินไปเปลี่ยนห้องเรียน แต่ไปเจอเข้ากับนักเรียนที่กำลังถูกกลุ่มเพื่อนรุมทำร้ายร่างกาย

หลักสูตรทักษะชีวิตพิชิตการรังแก โดย มหาวิทยาลัยมหิดล ( Mahidol University Extension) ให้ข้อมูลลักษณะของคนที่อยู่ในเหตุการณ์คนที่ถูกกลั่นแกล้งว่ามีทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

1.Outsiders คนที่เห็นเหตุการณ์

2.Defenders คนที่เห็นแล้วตัดสินใจเข้ามาช่วยคนที่ถูกรังแก เช่น พยายามเข้ามาห้ามปราม

3.Reinforcers เป็นคนที่สนับสนุน เสริมแรงให้คนที่กระทำ เช่น ส่งเสียงเชียร์

และประเภทสุดท้าย 4.Assistants เป็นคนที่เข้าไปร่วมช่วยเหลือคนที่กระทำ เช่น ป้องกันไม่ให้คนที่ถูกแกล้งหนี หรือเป็นคนคอยดูต้นทาง เป็นต้น

เว็บไซต์ stopbullying บอกถึงปัจจัยที่ทำให้พยานเห็นเหตุการณ์ไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ คือ พวกเขากลัวว่าตัวเองจะเป็นคนที่ถูกกระทำเหมือนกัน หรือกลัวว่าจะสูญเสียสถานะทางสังคมบางอย่าง บางคนไม่รู้จะเข้ามาช่วยอย่างไร หรือคนที่ถูกกระทำไม่ใช่คนที่เขารู้จักหรือเป็นเพื่อน ทำให้เหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามามีน้ำหนักน้อยลง

ขณะเดียวกัน เหตุผลของคนที่เข้ามา ก็เพราะพวกเขาเชื่อว่า การกลั่นแกล้งเป็นพฤติกรรมที่ผิดและเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ คนที่ถูกกระทำเป็นเพื่อนที่พวกเขาต้องปกป้อง และที่สำคัญพวกเขาเชื่อว่า โรงเรียนหรือครูที่มีอำนาจจะจัดการเรื่องนี้ได้

อย่างที่กล่าวไปว่า การเดินจากไปไม่ใช่เรื่องผิด ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง หรือใครอยากยื่นมือมาช่วยเหลือก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง หลายๆ ครั้งที่คนที่เข้ามาช่วยเหลืออาจโดยลูกหลงไปด้วย

ในหลักสูตรทักษะชีวิตพิชิตการรังแก แนะนำวิธีสำหรับคนที่เห็นเหตุการณ์บูลลี่เกิดขึ้นแล้วอยากเข้าไปช่วยเหลือ อันดับแรก สังเกตสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เรื่องเกิดในมุมลับตาคน หรือพื้นที่โล่งที่สามารถเรียกความสนใจจากคนอื่นๆ ได้ คนที่กระทำมีอาวุธหรือไม่ เพื่อเซฟตัวเราและคนที่ถูกแกล้ง จากนั้นประเมินวิธีที่เราสามารถช่วยเหลือได้ อาจเริ่มต้นจากส่งเสียงดังเพื่อให้คนกระทำเกิดการชะงัก ไปขอความช่วยเหลือคนที่มีอำนาจ เช่น ครู

หรือถ้าอยากช่วยเหลือคนที่ถูกแกล้งมากขึ้นหลังเหตุการณ์จบแล้ว อาจเข้าไปไถ่ถามพวกเขาว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม เพื่อให้สิ่งที่พวกเขาต้องการได้

ไทยมุงเป็นบทบาทที่เราต่างเคยสวมกันทั้งนั้น และเราจะเป็นไทยมุงแบบไหนอาจเป็นสิ่งที่เราสามารถเลือกเองได้

อ้างอิง