“ผมรู้สึกแปลกๆ หรืออาจจะเรียกได้ว่ารู้สึกไม่ดีเลยที่กอดกับผู้ชายด้วยกัน”
แฮมปัส ลินเดอร์ (Hampus Linder) กล่าวในสารคดี Confession of a Swedish Man ที่เทศกาลภาพยนตร์ผู้หญิง Baturu Women’s Film Festival 2025 Baturu Women‘s Film Festival เลือกนำมาฉายเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Jim Thompson Art Center
ประโยคเปิดของ แฮมปัส ลินเดอร์ (Hampus Linder) ในสารคดี Confession of a Swedish Man ไม่ได้เป็นเพียงการบอกเล่าความรู้สึกส่วนตัว หากแต่เป็นการเปิดโปงกลไกของความเป็นชายแบบกระแสหลัก (hegemonic masculinity) ที่ฝังรากลึกในสังคม แม้แต่ในประเทศอย่างสวีเดนซึ่งมักถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสังคมที่ก้าวหน้าที่สุดด้านความเท่าเทียมทางเพศก็ตาม
พ่อเลี้ยงเดี่ยว เฟมินิสต์ และความกลัวที่ไม่เคยถูกพูดถึง
ลินเดอร์เริ่มต้นสารคดีด้วยการบอกว่าตัวเองคือ พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ประกาศตัวว่าเป็นเฟมินิสต์ และเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ในฐานะ ‘ผู้ชายคนหนึ่ง’ ที่เติบโตมากับบรรทัดฐานความเป็นชายแบบเดียวกับชายอื่นๆ ในสังคมยุโรป
“ลูกคนแรกผมคาดหวังว่าจะเป็นลูกสาวที่น่ารักน่าชัง น่าทะนุถนอม แต่เมื่อผลอัลตราซาวน์ออกมาเป็นลูกชาย ผมผิดหวัง และเสียใจลึกๆ อย่างบอกไม่ถูก เพราะผมไม่รู้ว่าจะสอนลูกชายยังไงว่าเมื่อเราอ่อนแอเราสามารถร้องไห้ได้ทั้งๆ ที่ผมก็ยังไม่กล้าร้องไห้ ผมไม่รู้ว่าจะสอนลูกชายยังไงให้จัดการกับปัญหาสุขภาพจิตที่มีอยู่ในเมื่อผมก็ยังไม่กล้าไปปรึกษาใคร ผมไม่รู้จะสอนลูกชายยังไงให้ยอมรับความเปราะบางของตัวเอง ยอมรับผลความรุนแรงที่ตัวเองอาจจะเป็นทั้งผู้กระทำ และเป็นผู้ถูกกระทำ”
ลินเดอร์ เอ่ยถึงความรู้สึกผิด ความกลัว และความสับสนที่หลายคนอาจไม่ค่อยได้ยินจากปากผู้ชาย โดยเฉพาะในสังคมยุโรปที่มักถูกมองว่าตื่นรู้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศอยู่แล้ว
การยอมรับว่า ‘ไม่สบายใจเมื่อกอดผู้ชายด้วยกัน’ กลายเป็นประโยคเล็กๆ ที่สะท้อนโครงสร้างใหญ่ของความเป็นชายแบบปิตาธิปไตย ซึ่งฝังลึกจนแม้แต่ผู้ที่ลินเดอร์ที่ตั้งใจต่อต้านมันก็ยังถูกหล่อหลอมโดยไม่รู้ตัว
จุดแข็งของสารคดีอยู่ที่ความเปราะบาง (vulnerability) ที่ลินเดอร์ยอมวางไว้ตรงหน้าผู้ชม เขาไม่ได้พยายามทำตัวเป็น ‘ผู้ชายที่ตื่นรู้แล้ว’ หากแต่ยอมรับว่าตัวเองยังไปไม่ถึงจุดนั้น ความผิดหวังเมื่อรู้ว่าลูกคนแรกเป็นผู้ชาย ไม่ได้สะท้อนการไม่รักลูก แต่สะท้อนความกลัวว่าเขาจะถ่ายทอดบาดแผลแบบเดียวกับที่ตนเองได้รับมาโดยไม่ตั้งใจ
ลินเดอร์ จึงพาตัวเองเข้าไปสำรวจกิจกรรม ‘Manosphere’ หรือเครือข่ายผู้ชายที่มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาผู้ชายผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั่วยุโรปเพื่อทลายคำถามที่ตั้งถึงตัวตนของเขาเอง
ความเป็นชายในฐานะบาดแผลที่ถ่ายทอดข้ามรุ่น
“พ่อเคยถูกปู่แสดงความรักยังไงบ้าง?”
“พ่อจำไม่ได้แล้วว่าปู่ของแกทำแบบนั้นเมื่อไร หรืออาจจะไม่เคยทำเลยก็ได้”
ลินเดอร์ถามพ่อของเขาเองถึงการแสดงความรักแบบผู้ชายที่ทำกัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของ Confession of a Swedish Man คือแนวคิดเรื่อง ‘ความเป็นชายในฐานะบาดแผล’ (masculinity as trauma) ลินเดอร์ตั้งคำถามว่า หากผู้ชายถูกสอนมาให้แข็งแกร่ง อดทน และไม่แสดงความอ่อนแอ แล้วใครกันที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดเหล่านั้นไว้ตลอดชีวิต
ลินเดอร์ ไม่ได้ชวนมองผู้ชายในฐานะเหยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หากแต่ชี้ให้เห็นโครงสร้างที่ทำให้ผู้ชายสามารถเป็นได้ทั้ง ‘ผู้กระทำ’ และ ’ผู้ถูกกระทำ’ ในเวลาเดียวกัน ความไม่สามารถแสดงอารมณ์ ไม่ใช่เพียงปัญหาส่วนบุคคล แต่เป็นผลลัพธ์ของระบบที่ฝึกให้ผู้ชายตัดขาดจากร่างกาย ความรู้สึก และความสัมพันธ์กับผู้อื่น

Manosphere พื้นที่เยียวยาหรือกับดักของความเป็นชายรูปแบบเดิม
บางคลับก็เอาเลือดมาทา กินตัวเดียวอันเดียวเพื่อแสดงถึงความเป็นชาย บางคลับก็ให้ทำสมาธิตั้งมั่นถึงพลังงานหยินหยาง คือหนึ่งในกิจกรรมของ Manosphere ที่ลินเดอร์ได้เข้าร่วม
เขาเข้าร่วมเวิร์กช็อป การสนทนา และพิธีกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายได้พูดถึงความเจ็บปวดของตัวเอง ซึ่งบางพื้นที่ นี่คือพื้นที่ที่ผู้ชายจำนวนมากไม่เคยมีมาก่อน
ลินเดอร์กล่าวว่า การเยียวยาที่ไม่แตะต้องโครงสร้างอำนาจมันส่งผลจริงๆ ใช่ไหม เพราะบางกิจกรรมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชายร้องไห้ กอดกัน หรือพูดถึงความกลัว ขณะที่บางกิจกรรมกลับยังคงยึดติดกับแนวคิดเรื่องพลัง ความแข็งแกร่ง และความเป็นผู้นำในแบบปิตาธิปไตย
ท้ายที่สุด Confession of a Swedish Man ไม่ได้มอบสูตรสำเร็จในการเป็นผู้ชายที่ดี ไม่ได้เสนอทางออกที่ชัดเจนในการเลี้ยงลูกชาย หรือการเยียวยาบาดแผลของความเป็นชาย สิ่งที่สารคดีมอบให้คือ ‘พื้นที่ในการรับฟัง ความเงียบ ความลังเล และความไม่แน่ใจ‘ ของผู้ชายคนหนึ่ง
