ปูเป้ ศศิกาญจน์ เลิศสาระ คือคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่อง ‘ผี’ และกลัวผี แต่ทุกวันนี้ปูเป้ในวัย 24 ปี คิดว่าถ้าเธอไม่ได้เสพเรื่องผี ผ่านความบันเทิงต่างๆ ทั้งรายการเล่าเรื่อง หรือภาพยนตร์ผี ความน่ากลัวที่มีต่อสิ่งลี้ลับนี้ก็ไม่ค่อยน่ากลัวมากเท่าไร แต่รายการ เดอะ โกสท์ เรดิโอ หรือหนังผีหลายๆ เรื่องสิ่งเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่เธอชอบนะสิ
ผี สำหรับปูเป้ไม่มีเป็นตัวตน หรือไม่ได้มีรูปร่างชัดเจน แต่ผีที่น่ากลัว คือบรรยากาศโดยรอบมากกว่า
“หนูจะจินตนาการตามเรื่องนั้นๆ มากกว่าจินตนาการว่ามีเป็นรูปร่างยังไง อย่างหนูฟังเรื่องผีเกี่ยวกับผู้หญิงโดนบาดคอ เวลาลงไปข้างล่างบ้านตอนดึกๆ หนูจะกลัวว่าจะได้ยินแบบเสียงคนหายใจไม่ออกหรือเปล่า แบบเสียงคนทำเสียงแค่กๆ อะไรแบบนี้”
จินตนาการจำเป็นสำหรับปูเป้มากๆ เพราะปูเป้เป็นผู้พิการทางสายตาแบบเลือนรางตั้งแต่อายุ 2 ขวบครึ่ง จากโรคเนื้องอกในสมองทับเส้นประสาท การใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่อาศัยไม้เท้าในการดำเนินชีวิต แต่สายตาก็ยังสามารถมองเห็นแบบรางๆ ได้อยู่
ปูเป้ชอบฟังเรื่องเล่าผีเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าใครนิยามว่าความน่ากลัวของผีมาพร้อมกับความมืด สำหรับปูเป้ก็คงไม่ใช่ เพราะการใช้ชีวิตในโลกที่เกือบมืดสนิทตลอดเวลา หรือเรียกว่าสนิทกับความมืดก็ไม่ได้ทำให้ปูเป้รู้สึกไม่กลัวผีมากกว่าคนอื่น
“ที่บ้านเชื่อเรื่องผีอยู่แล้ว บวกกับญาติๆ ชอบหลอกเรื่องผีว่าอย่านอนดึกนะอะไรแบบนี้ แต่ที่หนูชอบฟังเรื่องผี ส่วนใหญ่น่าจะมาจากเวลาไปเที่ยวกับครอบครัว พี่น้องก็จะดูพระอาทิตย์ตก ชมเขา ทะเลซึ่งหนูดูไม่ได้ก็จะมาหาไรฟัง ซึ่งก็คือเรื่องผี ซึ่งตอนนี้อาทิตย์หนึ่งจะฟังเรื่องผีประมาณ 3-4 วันเลย”
นอกจากเรื่องผี ปูเป้ก็ไม่พลาดที่จะดูหนังผี ซึ่งปูเป้ย้ำว่าแม้ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตาก็สามารถดูหนังได้เหมือนคนทั่วไป
“หนูชอบเรื่องบ้านเช่าบูชายัญ หรือล่าสุดที่ไปดูในโรงคือเรื่องธี่หยด แต่ชอบเรื่องแรกมากกว่าเพราะว่าหนังไม่ได้แต่ฉากเงียบๆ แล้วผีโผล่มา แต่ยังมีบทสนทนาทำให้หนูเข้าใจหรืออินเพิ่ม ”
แต่ถ้าเทียบกับการฟังเรื่องเล่าผี และการเข้าโรงภาพยนตร์ดูหนังผี ปูเป้ชอบฟังมากกว่า
“หนูเองก็ไม่ได้มองเห็นรายละเอียดขนาดนั้น จะเห็นเป็นเงาเห็นเป็นรางๆ แต่จะไม่เห็นรายละเอียดว่าเขาใส่เสื้อสีนี้แต่งตัวแบบนี้ไม่สามารถจําหน้าคนอื่นได้ ซึ่งหนังบางเรื่องเขาจะมีโครงการ AD คือเสียงคำบรรยายจากแอปพรรณาที่ช่วยผู้พิการดูหนังได้ ซึ่งมันก็ช่วยได้มากแต่ถ้าบางเรื่องที่ไม่มีตัวช่วยก้ตัดสินใจไม่ดู หรืออย่างเรื่องธี่หยดที่ก็ไม่มีตัวช่วยเหมือนกัน แต่เค้าโครงเรื่องสร้างมาจากเรื่องจริง หนูก็จะไปฟังเรื่องมาก่อน พอจำเค้าโครงได้ก็เข้าไปดูในโรงได้เหมือนกัน”
“ล่าสุดที่ดูเรื่องผีหรอ โห จำไม่ได้เลย เพราะนานมาก จำไม่ได้ด้วยว่าเรื่องอะไร”
คำตอบที่ได้จาก ‘แอล’ ธนัญชกร สันติพรธดา เธอเล่าให้ฟังว่าล่าสุดที่ดูน่าจะเป็นตอนเรียนมัธยม คลับคล้ายคลับคลาว่าเพื่อนเอาหนังผีมาเปิดในห้อง ซึ่งเธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะดูและหนังเรื่องนั้นทำให้เธอกลัวมากๆ นั้นน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้ดูหนังประเภทนี้
แอลเป็นต้อหินมาตั้งแต่เกิด ทำให้ตอนเด็กๆ ยังมองเห็นได้อยู่แต่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เธอเล่าว่าอาการของโรคนี้ยิ่งนานไปจะทำให้สายตาเลือนรางมากขึ้นไปจนถึงขั้นบอดสนิท ซึ่งตอนนี้เธออยู่ในขั้นที่มองไม่เห็นอะไรแล้ว แต่เธอเองก็บอกว่าชินกับการมองไม่เห็นอะไรแล้ว
เรื่องผีสางต่างๆ แอลทั้งเคยเห็นในหนังและได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ใช่คนที่เกิดมาแล้วจะกลัวผีเลยทันที แต่ความกลัวมันค่อยๆ เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย
“เราน่าจะกลัวเพราะดูหนังผีตอนเด็ก และเพราะมีคนเอาเรื่องผีมาเล่าให้ฟัง จำได้เลยว่าตอนประถมมีครูชอบเล่าเรื่องผี เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เด็กกลัวนะ เขาเล่าให้ฟังเพราะมันเป็นรางวัลที่เด็กๆ ตั้งใจเรียน”
แอลมองว่าผีมี 2 ประเภท ประเภทแรกคือผีที่ดูเหมือนผีไม่จริง มีเนื้อมีหนัง เช่น ซอมบี้ แวมไพร์ หรือจูออน ผีประเภทนี้ทำให้แอลกลัวปนขยะแขยง ส่วนผีอีกประเภทที่แอลเรียกว่าผีจริงๆ คือผีที่มาจากคนตาย เธอบอกว่ามันคือผีที่มีเรื่องราว เช่น เพื่อนตายแล้วตามมาหา หรือมีคนไปลบหลู่แล้วผีตามมาแก้แค้น ซึ่งเธอก็กลัวเหมือนกัน
ผีก็คือจิตวิญญาณรูปแบบหนึ่งในมุมมองของแอล แต่แค่อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์ไม่ได้คุ้นชิน เธอเชื่อว่าผีมีจริง แต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยเจอและไม่อยากเจอด้วย
“เวลาดูหนังผีเราก็กลัวเพราะเนื้อเรื่อง เพราะเสียงประกอบ แล้วอีกอย่างก็คือเราไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของผีบางอย่าง มันขัดกับความคิดของเรา หนังผีมันเครียดด้วยเราเองเป็นคนไม่ชอบดูเนื้อหาเครียดๆ”
เวลาเราพูดว่า “เคยเจอผีไหม?” เราอาจจะนึกถึงการประจันหน้ากับผีโดยตรง แต่สำหรับคนตาบอดการเจอผีคือการได้ยินเสียงแปลกๆ และการได้กลิ่นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ควรจะมี เช่น อยู่ในบ้านแต่ได้กลิ่นธูป
“สำหรับคนตาบอดก็แล้วแต่คนนะว่าเขามีภาพจำผีเป็นแบบไหน บางคนเล่าให้ฟังว่าเคยเจอผี ซึ่งมาในรูปแบบของกลิ่น แล้วก็มีแบบได้ยินเสียงดนตรีลอยมา ถ้าเป็นคนที่พอมองเห็นบ้างเขาก็คงจะเห็นเป็นรูปร่าง”
ถ้าให้เลือกดูหนัง แอลบอกว่าเธอขอเลือกดูพวกหนังตลกและการ์ตูนไปเลยดีกว่า เพราะมันไม่เครียดและไม่ต้องคิดมาก หนังที่แอลเลือกดูซ้ำๆ คือ The Intern (เดอะ อินเทิร์น) ที่เป็นเรื่องราวของชายเกษียณเข้ามาเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทแฟชั่น
เราถามแอลต่อว่านอกจากผีมีอะไรที่เธอกลัวอีกไหม เธอเงียบสักพัก ก่อนจะตอบว่า กลัวสิ่งที่ไม่คุ้นเคย กลัวความผิดหวัง กลัวการเผชิญหน้าในสถานการณ์ที่รับมือไม่ได้ อะไรแบบนี้แอลบอกว่ากลัวยิ่งกว่าผีเสียอีก
ทั้งปูเป้ และแอล ก็ทำให้รู้ว่าแม้ว่าจะถูกนิยามว่าเป็นผู้พิการที่ทางสายตาอย่างไรก็กลัวผีได้ สามารถดูหนังผีได้เหมือนกัน ถ้าใครตั้งคำถามว่า ตาบอดแล้วทำไมยังกลัวผี? อาจจะเป็นเพราะว่าผีของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คนตาบอดดูหนังได้นะ
