โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

“อาหารกับความเชื่อมีสิ่งที่เหมือนกัน คือ สร้างความสุขให้คน” โหราอาหาร นิทรรศการเล่าเรื่องการกินตามธาตุ วิธีดูแลสุขภาพดั้งเดิมของคนไทยที่ผูกอาหารเข้ากับความเชื่อ

กะเพรา ในสายตาคนไทยจัดเป็นพืชยอดนิยมที่นำมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะเมนูเด็ด ‘ผัดกะเพรา’ หรือใช้ทำยารักษาโรคต่างๆ ในสมัยโบราณกาล ตามคุณสมบัติที่เจ้าพืชนี้มี แต่ถ้าข้ามไปที่อินเดีย กะเพราถือเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดูเชื่อกันว่า เป็นร่างอวตารหนึ่งของพระนางลักษมี หนึ่งในเทพที่พวกเขานับถือ ทำให้พืชชนิดนี้ไม่นิยมปลูกไว้กิน แต่ปลูกไว้ป้องกันอันตรายรอบๆ บ้านมากกว่า 

บินข้ามไปอีกทวีปหนึ่ง ชาวคริสต์ในกรีกก็เชื่อเช่นกันว่า กะเพราเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ เพราะงอกมาจากหลุมศพของพระเยซู มีวัน Saint Basil’s Day หรือวันนักบุญกะเพรา เป็นอีกเหตุผลที่ว่า ทำไมชื่อภาษาอังกฤษของกะเพรา คือ Holy Basil ซึ่ง โฮลี่ (Holy) แปลว่าศักดิ์สิทธิ์ (ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของกะเพรา คือ Ocimum tenuiflorum)

พืชชนิดเดียวกัน แต่ถ้าอยู่คนละประเทศ หรือคนละบ้าน ความหมายการมีอยู่ของมันก็แตกต่างกันไป อาจเป็นเสน่ห์ของโลกใบนี้ที่เรามีมุมมองต่อสิ่งสิ่ง หนึ่งหลากหลาย

โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

‘โหราอาหาร’ นิทรรศการจัดโดย คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนหนึ่งของโครงการ Foodinnopolis@Kasetsart (FI@KU) เมืองนวัตกรรมอาหารส่วนขยายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเครือข่าย หยิบ 2 สิ่งที่ดูไม่น่าสัมพันธ์กันได้ อย่างอาหารและความเชื่อเข้าด้วยกัน ผศ.ดร.อุศมา สุนทรนฤรังษี อาจารย์ประจำภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ หนึ่งในคนเบื้องหลังงานนี้ เล่าให้เราฟังว่า เทรนด์ ‘รักสุขภาพ’ กำลังเป็นที่สนใจของคน การกินเลยเป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญ กินอย่างไรที่จะไม่ทำร้าย แต่ส่งเสริมสุขภาพพวกเขาให้ดียิ่งๆ ขึ้น

“แนวทางบริโภคหนึ่งที่น่าสนใจในตอนนี้ คือ Personalized Nutrition การกินตามเฉพาะบุคคล ซึ่งของไทยเราก็มีการกินตามธาตุที่คิดว่าน่าสนใจ น่าหยิบมาเล่าผ่านงานนิทรรศการ เป็น Personalized Nutrition ฉบับไทยๆ”

เราชวนไปคุยกับอาจารย์อุศมาถึงเบื้องหลังงานครั้งนี้ ทุกๆ บรรทัดจะตอกย้ำประโยคว่า คนไทยเรื่องกินเรื่องใหญ่ พอๆ กับที่ความเชื่อและอาหารเป็นสิ่งที่ผูกพันอย่างตัดไม่ขาด และทำให้เราสุขภาพดีได้

ใบเซียมซีที่ 1 การกินตามธาตุ

ตามข้อมูลของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก การกินตามธาตุเป็นภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นมานาน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยที่บอกว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แล้วจะมีธาตุที่เป็นธาตุเด่นประจำตัวเรียกว่าธาตุเจ้าเรือน แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ธาตุเจ้าเรือนเกิด จะขึ้นอยู่กับวันเดือนปีเกิดของเจ้าตัว กับธาตุเจ้าเรือนปัจจุบัน ที่พิจารณาจากบุคลิก ลักษณะ อุปนิสัยว่า ตรงกับธาตุเจ้าเรือนไหน

การมีอยู่ของธาตุเหล่านี้ส่งผลต่อสภาพร่างกายของเราว่าจะแข็งแรง หรือเจ็บป่วยง่าย ทำให้ต้องมีวิธีจัดสมดุลธาตุในร่างกาย ในหนึ่งนั้น คือ การกิน หรือที่เรียกว่ากินตามธาตุ กินอาหารที่ส่งเสริมกับธาตุในร่างกาย

ตอนนี้คนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น ในมุมอุศมา ‘โรคระบาด’ เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้คนหันมาสนใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ถ้าร่างกายแข็งแรง โอกาสติดเชื้อก็จะน้อยลง และการเรียนการสอนในภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ต้องสอนให้นักศึกษาหาวิธีออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ต้องการของตลาด เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดนิทรรศการครั้งนี้ นำเสนออาหารและความเชื่อ การกินตามธาตุ เพื่อผลลัพธ์คือการดูแลตัวเอง

ใบเซียมซีที่ 2 โหราอาหาร ดูแลกายและใจ

“โหราอาหารตามคอนเซปต์ของอาจารย์ คือ เราต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่า ฉันเป็นยังไง ทั้งทางร่างกายและอารมณ์จิตใจ โหราอาหารเลยเป็นเรื่องของกาย ใจ และอารมณ์ เป็นวิธีดูแลตัวเองในเรื่องของกินอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจ” นิยามของคำว่าโหราอาหารในมุมอุศมา

ตัวนิทรรศการจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก ‘โหรารอบตัวและโหราสากล’ เป็นการพูดถึงสภาพแวดล้อมที่เปรียบเสมือนร่างกายอย่างหนึ่ง การจะเลือกตั้งเมืองหรือถิ่นที่อยู่อาศัยก็ต้องศึกษาว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นอย่างไร มีความอุดมสมบูรณ์มากพอหรือไม่ เปรียบได้กับร่างกายของคน ส่วนโหราสากล คือ การให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าแต่ละท้องถิ่นมีความเชื่อเกี่ยวกับอาหารอย่างไร เป็นความตั้งใจของทีมงานที่อยากบอกว่า ไทยไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่เชื่อเรื่องพวกนี้ ยังมีเพื่อนๆ อีก 

โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

เกลือ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ หลายๆ วัดจะมีการทำพิธีโปรยเกลือรอบๆ เพื่อป้องกันสิ่งอันตราย ในทางวิทยาศาสตร์ เกลือมีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสียได้ เกลือเลยนิยมใช้ในการถนอมอาหาร 

คนสเปนมีความเชื่อว่า ถ้ากินองุ่น 12 ผลช่วงเที่ยงคืนวันปีใหม่ จะนำโชคและความรุ่งเรืองมาให้ เรียกว่า las doce uvas de la suerte ในมุมสุขภาพ องุ่นถือเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มาก ไม่ว่าจะสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินต่างๆ

ส่วนที่ 2 ของนิทรรศการ ‘โหรากายา’ ดึงประสาทสัมผัสเข้ามา คือ การดม อุศมาอธิบายว่า ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่มนุษย์มีที่ส่งผลต่ออารมณ์และความทรงจำได้มากที่สุด ก็คือการดม ตามหลักวิทยาศาสตร์กลิ่นเป็นสิ่งที่มนุษย์สัมผัสได้เร็วกว่าสิ่งอื่นๆ โหรากายาเลยชูเรื่องกลิ่น จัดว่าธาตุไหนเหมาะกับกลิ่นอะไร ดมแล้วจะช่วยเรื่องอะไรบ้าง 

โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

และส่วนสุดท้าย จะเป็นส่วนที่เล่าเรื่องโหราอาหารเต็มๆ กินพื้นที่ชั้น 2 ที่จัดงานทั้งหมด สิ่งแรกที่เราจะเห็น คือ ท่อต่อกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ห้อยด้วยซองใส่ที่บรรจุสิ่งต่างๆ ออกไป ดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่าเป็นวัตถุดิบอบแห้ง เช่น เก๊กฮวย บวบ ลิ้นจี่ สายบัว ฯลฯ มีซองเรียงรายที่เรากะด้วยสายตาว่าน่าจะมากกว่า 30 ซอง การจัดวางของมันจะเรียงตามธาตุ กล่าวคือเป็นการแนะนำวัตถุดิบที่เหมาะกับการปรุงยา อาหาร ให้คนแต่ละธาตุ ‘อาหารยา 9 รส’ เช่น ธาตุไฟ มักมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน หรือไทรอยด์ได้ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเลยคืออาหารที่ให้รสเผ็ดร้อน ควรกินของรสขมแทน เช่น มะระ มะเขือ สายบัว ฯลฯ

โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

ถัดมาจะเป็นแผ่นวงกลมขนาดใหญ่ที่อุศมาบอกว่า ทุกคนตั้งชื่อให้ว่า ‘วงกลมธาตุ’ ที่ดร.พิธาลัย ผู้พัฒน์ หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสิ่งทอ ได้ออกแบบขึ้น  โดยวงกลมประกอบด้วยข้อมูลดูแลสุขภาพตามราศี เช่น ควรระมัดระวังกิจกรรมอะไรที่จะก่อผลเสียกับสุขภาพ รวมทั้งคำแนะนำที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น

ส่วนสุดท้ายของพาร์ทนี้ คือ การผสมชาตามธาตุ จะให้ผู้เข้าร่วมออกแบบชาของตัวเอง โดยเลือกส่วนผสมที่เหมาะกับธาตุของตัวเอง

ใบเซียมซีที่ 3 อาหารและความเชื่อ 2 สิ่งที่มีขึ้นเพื่อสร้างความสุขให้คน

บางคนอาจมองว่า นี่จัดอยู่ในหมวดเรื่องงมงายหรือเปล่า เป็นสิ่งที่ทีมงานต้องนำมาคิดในการจัดงานด้วย ทางออกที่พวกเขาใช้ คือ นำหลักวิทยาศาสตร์มาซัพพอร์ตข้อมูล รวมถึงการทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วจะได้ผลเป๊ะๆ มีปัจจัยอื่นๆ อีกที่ส่งผลต่อการมีสุขภาพดี

“เรามองมันเป็นข้อมูลสถิติอย่างหนึ่ง บางคนอาจจะทำแล้วได้ 100% หรือบางคนอาจจะไม่ได้เลย อาจารย์รู้สึกว่าการกินตามธาตุ ไม่ใช่ทำแล้วเราจะได้อย่างที่เขาบอก เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเรา พฤติกรรมดั้งเดิมของเรา ประสบการณ์ที่เรามีจนทำให้เราเกิดชุดความรู้ในการใช้ชีวิตแบบหนึ่ง สิ่งที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ฯลฯ ไม่อยากให้คนยึดสิ่งนี้อย่างเดียว แต่ดูเป็นข้อมูลประกอบในการดูแลสุขภาพตัวเอง”

โหราอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรศาสตร์

ในมุมคนทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ อุศมามองว่า โหราอาหาร หรือการกินตามธาตุ เป็นแนวทางนำเสนออาหารแบบหนึ่งที่จะสร้างมูลค่าให้สินค้าเพิ่ม แล้วก็เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว 

“อาจารย์รู้สึกว่าความเชื่อกับอาหารสิ่งที่มีเหมือนกัน คือ ทำให้คนคนหนึ่งมีความสุข สมมติเรากำลังทุกข์กับเรื่องบางอย่าง อาจมีความเชื่อที่เข้ามาช่วยเราให้แก้ความทุกข์นั้นได้ อย่างอาจารย์เชื่อในเรื่องนั่งสมาธิทำให้จิตใจเราสงบ ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือความเชื่อที่เราไหว้บรรพบุรุษ เพราะรู้สึกว่าได้ตอบแทนบุญคุณ ถามว่าท่านรู้ไหมสิ่งที่เราทำ เราก็ไม่รู้หรอก แต่คนทำคือคนที่ได้ ได้รู้สึกดีที่ได้ทำ

“การกินอาหารก็เหมือนกัน อาจารย์เชื่อว่าคนเราไม่ได้กินเพื่อทำร้ายตัวเอง เขาอาจจะกินแล้วอ้วนขึ้น แต่ว่าเขาได้มีความสุขตอบแทนไง สุดท้ายสิ่งที่สำคัญคือการบาลานซ์ ไม่ใช่ว่ากินไปเถอะมีความสุขแล้วกินไปเถอะ อาหารมันก็คือสุขภาพ ต้องหาทางจัดสมดุลให้เรากินแล้วมีสุขภาพดีระยะยาว”

ถ้าใครสนใจอยากหาข้อมูล หรือติดตามงานโหราอาหาร สามารถดูได้ที่เพจคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Kasetsart Agro-Industry และหากสนใจชมนิทรรศการโหราอาหาร ตอนนี้ได้ถูกนำไปจัดแสดงที่ TCDC Common ศรีนครินทร์ จนถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567