ยุบรวมเบอร์ฉุกเฉิน

เมื่อไทยเตรียมยุบเบอร์ฉุกเฉินให้เหลือ ‘191’ การขอความช่วยเหลือของคนไทยจะเป็นอย่างไร?


ยุบสายด่วน 1669 ไปรวมกับ 191 แทน

แนวทางการทำงานใหม่ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะประกาศใช้หรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น สพฉ.ให้เหตุผลว่า ต้องการให้ประชาชนมีความสะดวกในการติดต่อเรื่องฉุกเฉิน หากยุบเหลือเบอร์เดียวจะทำให้ประชาชนไม่ต้องสับสนหรือเกิดความงงว่า จะต้องกดโทรเบอร์ไหนอีกต่อไป

“จากข้อมูลการโทรสายด่วน 1669 อยู่ที่ประมาณ 6 ล้านครั้งต่อปี ส่วนสายด่วน 191 อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านครั้งต่อปี หากรวมกันก็จะมีปริมาณสายที่โทรเข้ามาอยู่ที่ราวๆ 11 ล้านครั้งต่อปี หากเริ่มดำเนินการรวมหมายเลขฉุกเฉินแล้ว จะต้องโทรเข้า 191 เป็นอันดับแรก (First call) เพื่อคัดกรอง หากเป็นเรื่องฉุกเฉินทางการแพทย์ ก็จะส่งต่อไปที่ 1669 (Second call) ดังนั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนให้ประชาชนโทร 191 เพียงหมายเลขเดียว” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสพฉ. กล่าว

ร.อ.นพ.อัจฉริยะย้ำว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำภายใน 2 นาที และหน่วยพยาบาลออกไปหาผู้แจ้งภายใน 6 นาที รวมแล้วเป็น 8 นาที

“โทรไปเบอร์ไหนก็ไม่ติดอยู่แล้ว”

“191 ไม่รับโทรศัพท์เลย”

“โทรไม่ค่อยติดทั้ง 2 เบอร์ แต่ถ้าโทรไปเบอร์สายไหนต้องรอด ติดทุกที”

ส่วนหนึ่งของความคิดเห็นประชาชนที่ปรากฎบนโลกโซเชียลต่อเรื่องนี้ มีบางส่วนที่เกิดความกังวลว่า การควบรวมนี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าในติดต่อไปอีก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่ติดต่อเรื่องฉุกเฉินแล้วเจอการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ล่าช้า

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็มองว่า การยุบรวมอาจเป็นวิธีที่ดี ลดภาระในการจำ จำเบอร์เดียวสามารถแจ้งได้ทุกเรื่องฉุกเฉิน

มีบางประเทศเองที่ก็ใช้เบอร์ฉุกเฉินเอนกประสงค์ คือ โทรเบอร์เดียวสามารถแจ้งได้สารพัดเรื่อง เช่น ที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะใช้เป็นเบอร์ 911 ที่สหภาพยุโรปเป็นเบอร์ 112 หรือที่ญี่ปุ่นจะแยกเป็น 2 เบอร์ คือ 110 สำหรับแจ้งตำรวจ และ 119 เหตุไฟไหม้และรถพยาบาล

ที่ไทยเอง ปัจจุบันเบอร์ฉุกเฉินจะมีหลากหลายเบอร์ตามประเด็นและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ถ้าแจ้งเรื่องฉุกเฉินทางการแพทย์จะเป็นเบอร์ 1669 ติดต่อเหตุด่วนเหตุร้ายเบอร์ 191 แจ้งถนนชำรุด เบอร์ 1146 หรือแจ้งอุบัติเหตุเป็นเบอร์ 1137 เป็นต้น

ป้องกันการฆ่าตัวตาย รักษาโรคกินผิดปกติ บำบัดสารเสพติด : สารพัดสายด่วนสุขภาพในอเมริกา 

การมีเบอร์ไว้แจ้งเรื่องฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องการได้รับ ‘ความช่วยเหลือ’ ต่อไป ขณะเดียวกัน ความช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องฉุกเฉินเท่านั้น มีเรื่องอื่นๆ ที่คนต้องการเหมือนกัน แล้ว ‘สายด่วน’ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ได้รับความช่วยเหลือที่ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพ

ที่อเมริกาในช่วงโควิดระบาด สถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ทำให้ประชาชนประสบปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น จนส่งผลให้อัตราฆ่าตัวตายสูงภาครัฐหาทางแก้ด้วยการออกสายด่วนที่ให้บริการคำปรึกษา และช่วยเหลือคนที่เกิดภาวะอยากฆ่าตัวตายผ่านเบอร์ ‘988’ เป็นตัวเลขที่รัฐมองว่าจดจำง่าย และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะได้รับคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและสเปน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนใช้บริการมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีสายด่วนที่รองรับปัญหาอื่นๆ ในหมวดสุขภาพ มีทั้งทำโดยภาครัฐและเอกชน เช่น 

สายด่วน Línea PAS (1-800-981-0023) ให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตกับพลเมืองเปอร์โตริโกที่อาศัยอยู่ในอเมริกาโดยเฉพาะ 

สายด่วน The National Substance Abuse Hotline (1-866-210-1303) ให้บริการคำปรึกษาคนที่มีปัญหาการใช้สารเสพติด 

สายด่วน Crisis Text Line บริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตสำหรับคนที่ไม่สามารถโทรได้ หรือต้องการสื่อสารผ่านข้อความ สามารถส่งข้อความไปที่เว็บไซต์โดยตรง หรือผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

สายด่วน The National Domestic Violence Hotline (1-800-799-SAFE (7233)) ให้บริการปรึกษาและให้ความช่วยเหลือปัญหาความรุนแรงครอบครัว

สายด่วน National Association of Anorexia Nervosa and Associated Disorders Helpline (1-888-375-7767) บริการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคนที่พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ เช่น มีอาการเบื่ออาหาร เป็นโรคบูลิเมีย (Bulimia) โรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder)

สายด่วน The Trevor Lifeline (1-866-488-7386) บริการให้คำปรึกษาเยาวชนในกลุ่ม LGBTQ+

นี่เป็นส่วนหนึ่งของสายด่วนที่ให้บริการทางสุขภาพในอเมริกา 

ข้ามมาที่ฝั่งบ้านเรา มีการให้บริการสุขภาพผ่านสายด่วนเช่นกัน โดยสายด่วนที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ 1323 บริการสายด่วนสุขภาพจิต โดย กรมสุขภาพจิต เปิดให้บริการจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. หรือสามารถติดต่อผ่านเพจได้ มีนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา

นอกจากนี้ยังมีสายด่วนอื่นๆ ที่ให้บริการทางสุขภาพโดยรัฐ เช่น สายด่วนบำบัดยาเสพติด (1165) หรือสายด่วนเลิกยาเสพติด (1567) ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ตลอด 24 ชั่วโมง

ก็เป็นเรื่องที่รอดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วเบอร์ฉุกเฉินของไทยจะมีกี่เบอร์ เหลือเบอร์เดียวหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ในมุมของคนแจ้งเรื่องฉุกเฉินก็คงอยากได้เบอร์ที่จดจำง่าย สามารถติดต่อได้ และได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว


อ้างอิง