ถ้าการรักตัวเองของศิลปินแดนปลาดิบอย่างฟูจิอิ คาเสะ (Fujii Kaze) คือ การให้เกียรติและยอมรับในความเป็นมนุษย์ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
การรักตัวเองในเวอร์ชันของสาวๆ วง IVE คงเป็นความมั่นใจที่จะยืนหยัดอยู่บนสองเท้าของตนโดยไม่หวั่นไปกับคำครหาจากคนที่ตัดสินพวกเธอจากภายนอก
IVE (ไอบ์ หรือที่แฟนคลับมักเรียกว่า ไอบึ ; 아이브) เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติเกาหลีจากค่าย Starship Entertainment มีสมาชิกทั้งหมด 6 คนด้วยกัน ประกอบไปด้วย กาอึล ยูจิน เรย์ วอนยอง ลิซ และ อีซอ
IVE เป็นหนึ่งในวง KPOP ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัว เพราะสามารถคว้าถ้วยรางวัลแรกจากรายการเพลงตั้งแต่ 7 วันแรกหลังจากการเดบิวต์ (Debute) และตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาทั้งเพลงและตัววงเองต่างได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมิวสิกวิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุดใน Youtube ของพวกเธอ คือ ‘After Like’ เพลงจังหวะสนุกสนานที่มียอดเข้าชมกว่า 305 ล้านวิวด้วยกัน
ทว่าความสำเร็จและชื่อเสียงที่ได้รับเปรียบเสมือนดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคม ในด้านหนึ่งที่แฟนคลับทั่วโลกกำลังชื่นชมและเสพผลงานของ IVE ด้วยความรัก อีกฟากหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ตก็มีคนอีกกลุ่มที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์สมาชิกวง IVE กันอย่างสนุกปากโดยไม่สนใจว่าเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องที่สมควรหรือไม่
ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า แอนตี้แฟน (Anti Fan) ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของแฟนคลับ เมื่อแฟนคลับให้ความรัก สิ่งที่คนกลุ่มนี้มอบให้ศิลปินจึงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอบนโลกออนไลน์ การปล่อยข่าวปลอม หรือแม้กระทั่งการส่งจดหมายขู่ฆ่า
สำหรับวง IVE พวกเธอเจอกับแอนตี้แฟนในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการด้อยค่าความสามารถด้วยการตัดสินว่ามีดีแค่หน้าตา การด่าทอจริตจะก้านของเมมเบอร์ การล้อเลียนหุ่น ตลอดจนการคุกคามที่ต้นสังกัดและศิลปินต้องออกมาจัดการด้วยกฎหมาย อย่าง กรณีช่องยูทูบ Sojang (Taldeok Camp) ของพัคโซจัง (ยูทูบเบอร์ที่มักลงข่าวโจมตีศิลปินเกาหลีอยู่บ่อยครั้ง) ที่มีการอัปโหลดคลิปเฟกนิวส์โจมตีวอนยอง สมาชิกวง IVE ทำให้เธอได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบมากมายจากสิ่งที่ไม่ได้ทำ วอนยองและต้นสังกัดจึงต้องออกมาฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท
หรือกรณีล่าสุดของยูจินที่โดนกลุ่มแอนตี้แฟนจากประเทศจีนคอยตามด่าและข่มขู่เธอในทุกครั้งที่ต้นสังกัดเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับวง IVE ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของประเทศจีน มิหนำซ้ำแอนตี้แฟนกลุ่มนี้ยังนำภาพของยูจินไปประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AI และ โปรแกรม Deepfake ทำเป็นสื่ออนาจาร เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อตามกระทู้ออนไลน์ต่างๆ ทำให้เกิดความเสียหายต่อยูจินเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะโดนด่าทอผ่านตัวอักษรแล้ว พฤติกรรมของแอนตี้แฟนชาวจีนยังเป็นการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อออนไลน์อีกด้วย
เวลามีใครสักคนเอ่ยปากให้หยุดโจมตีศิลปินด้วยคำวิจารณ์ที่เป็นลบ มักมีคนอีกกลุ่มหนึ่งแย้งว่า ‘การวิจารณ์บุคคลสาธารณะเป็นเรื่องปกติ’ ซึ่งข้อความโต้แย้งนี้ไม่ผิดไปเสียทีเดียวหากคำวิจารณ์นั้นอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม แต่คำวิจารณ์ส่วนมากที่มักพบเจอกลับเป็นการวิจารณ์ให้ร้าย ด้อยค่า และมักหลงลืมไปว่าศิลปินก็เป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ สามารถเจ็บปวดได้เหมือนกับทุกคน คำพูดลบๆ ที่มากเกินไปย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจไม่มากก็น้อยเช่นกัน
แม้คอนเซ็ปต์หลักตอนเปิดตัวของวงจะอธิบายว่า IVE คือ ความสมบูรณ์แบบ แต่เรื่องราวที่สมาชิกแต่ละคนได้พบเจอทำให้เพลงหลายเพลงของ IVE เล่าถึงการยืนหยัดเพื่อรักตัวเอง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่เข้าใจพวกเธอก็ตาม
อย่างปี 2566 ที่ผ่านมา เพลง I AM ของ IVE ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนมียอดเข้าชมกว่า 290 ล้านวิว ก็เป็นหนึ่งเพลงที่สะท้อนถึงความมั่นใจในเส้นทางที่ตัวเองเลือกเอง
That’s my life is 아름다운 galaxy
นี่คือชีวิตของฉันที่สมบูรณ์แบบดั่งกาแล็คซีผืนกว้าง
Be a writer, 장르로는 fantasy
เขียนบทใหม่ขึ้นมา ใช้ชีวิตให้สุดไปเลย
내일 내게 열리는 건 big, big stage
เวทีที่ยิ่งใหญ่ยังรอเราอยู่ข้างหน้า
So that is who I am
และนี่คือตัวฉันเอง

ในระหว่างการโปรโมทอัลบั้มเต็มชุดแรก I’ve IVE นิตยสาร Billboard นิตยสารทางด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลง สัญชาติอเมริกัน ได้ถามถึงคอนเซปต์ของอัลบั้ม ซึ่งวอนยองตอบว่า ในความคิดของเธอ คอนเซ็ปต์ส่วนใหญ่ของ IVE คือ การรักตัวเอง (Self-love) ที่อยากให้คนฟังรักตัวเองด้วย
ซึ่งเมื่อ 24 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ต้นสังกัดของ 6 สาวได้ประกาศอัลบั้มใหม่ของวงภายใต้ชื่อ ‘EMPATHY’ ที่ชวนให้แฟนเพลงต่างเฝ้ารอว่า ความเข้าอกเข้าใจในฉบับวง IVE คืออะไร? แล้วเพลง REBEL HEART เพลงแรกที่ปล่อยออกมา จะสื่อสารคำว่ารักตัวเองด้วยเรื่องราวแบบไหนกันนะ?
เล่าเรื่องความเข้าอกเข้าใจผ่าน Telephone Game
ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) คือการพยายามเข้าใจกันอย่างแท้จริงโดยไม่มีการใช้เลนส์ของตัวเองมาตัดสินอีกฝ่าย ทำให้เกิดการยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
Empathy เป็นคอนเซปต์ที่ใครต่อใครต่างพูดถึง เพราะเชื่อว่าเป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้น และ Empathy เองก็มีหลายมุมที่น่าสนใจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน
IVE ปล่อยตัวอย่าง (Trailer) ของอัลบั้ม EMPATHY ออกมารับต้นปี 2568 ในรูปแบบหนังสั้น โดยเป็นการเล่าให้เห็นว่าเพลงในอัลบั้มนี้จะนำเสนอเรื่องอะไรบ้าง
ซึ่งในคลิปตัวอย่างอัลบั้มได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ตอน (Chapter) ด้วยกัน คือ
Chapter 1 : NOT PERFECT, BUT IT’S FINE

บทแรกของเทรลเลอร์เปิดมาด้วยท่าทางและสีหน้าของยูจินที่กำลังโมโหและไม่พอใจ ก่อนสลับไปยังสมาชิกคนอื่นๆ และฉากที่แตกต่าง พร้อมกับข้อความเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็น ความสุข ความเสียใจ ความเศร้า ตลอดจนประโยคที่บอกว่า “ถ้าเธอมีความสุข ฉันก็มีความสุข”
ทว่าช่วงท้ายของบทกลับมีเสียงจากยูจินถามขึ้นมาว่า “แต่การตื่นเต้นแบบนี้มันโอเคแล้วเหรอ?” ซึ่งอาจตีความได้ว่ายูจินกำลังกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง
แน่นอนว่าไม่ว่าใครก็อยากให้ตัวเองสมบูรณ์แบบ จนทำให้หลายครั้งเราเผลอโบยตีตัวเองเมื่อตัวเราไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ เช่น ต่อว่าตัวเองที่ตื่นเต้นจนเกินไป ทำให้การนำเสนองานไม่ราบรื่น แต่การโบยตีตัวเองบ่อยครั้งจะทำให้เราเกิดแผลในใจ และทำให้เรารักตัวเองน้อยลง
เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะมีความเข้าอกเข้าใจให้ตัวเองผ่านกุญแจสำคัญอย่าง การให้อภัยตัวเอง (Self-Compassion) ซึ่งหมายถึงการทำความเข้าใจว่าความเจ็บปวด ความล้มเหลว และความไม่สมบูรณ์แบบคือเรื่องธรรมดาของมนุษย์ทุกคน เราไม่จำเป็นที่ต้องใจร้ายกับตัวเองเพียงเพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เหมือนกับชื่อตอนที่บอกว่า “ไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ไม่เป็นไร (NOT PERFECT, BUT IT’S FINE)”
Chapter 2 : Describe Empathy
ฉากนี้เปิดด้วยการนั่งเรียงกันของ 6 สาวกับการเล่นเกมส่งสาร (Telephone Game) โดยมีโจทย์ว่า ‘Empathy’

เกมส่งสาร คือ เกมที่คนแรกของแถวจะบอกข้อความที่ตนได้รับกับคนที่อยู่ปลายแถวด้วยการส่งต่อให้กับคนที่อยู่ถัดไป ซึ่งความสนุกของเกมนี้คือ เราจะไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร ต้องอาศัยการอธิบายผ่านท่าทางและการอ่านปาก ซึ่งเมื่อข้อความไปถึงคนสุดท้าย โอกาสที่จะทายผิดนั้นมากกว่าทายถูก เพราะสารตั้งต้นถูกบิดระหว่างทาง
ซึ่งในวิดีโอจะเห็นว่าลีซอเป็นคนใส่หูฟังเพื่อรับฟังว่าโจทย์คืออะไร แต่กาอึลที่กำลังนั่งฟังลีซออธิบายคำว่า Empathy นั้นกลับมีสีหน้าไม่เข้าใจ จนลีซอต้องถอดหูฟังออกมาเพื่อถามว่า “ไม่เข้าใจในสิ่งที่พูดไปเหรอ” ก่อนที่กาอึลจะหันกลับไปส่งข้อความต่อให้วอนยองที่ไม่ได้ใส่หูฟังเหมือนกันด้วยอารมณ์ลบ ในขณะที่รูปเด็กผู้หญิงจับมือกันด้านหลังห้องค่อยๆ ผุกร่อนลง
ในฉากนี้อาจตีความได้ว่า ลีซอเป็นตัวแทนของคนที่ไม่ถูกรับฟัง ในขณะที่กาอึลคือคนที่ได้ยินแต่ไม่เข้าใจ ทำให้เกิดการส่งต่อข้อความที่ผิดตามการตัดสินใจของตัวเอง โดยไม่ได้พยายามรับฟังว่าจริงๆ แล้วลีซอกำลังพูดถึงอะไรกันแน่
เมื่อโดมิโน่ตัวแรกล้ม ตัวต่อไปก็ล้มตามเช่นกัน การไม่พยายามทำความเข้าใจอีกฝ่าย และการส่งต่อสิ่งที่ผิดทำให้ความสัมพันธ์ของสมาชิกแต่ละคนค่อยๆ แย่ลง เกิดการทะเลาะเบาะแว้งขึ้นจน ‘น้ำแข็ง’ ตัวแทนแห่งความเย็นชาและไม่ใส่ใจ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในห้อง และต่อให้วอนยองจะตะโกนคำว่า Empathy ดังแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไร เพราะยูจินปิดหูไม่รับฟัง เหลือเพียงแค่เรย์เท่านั้นที่ยังยิ้มได้ในสถานการณ์แบบนี้ เพราะในฐานะปลายแถวของเกม เธอคิดว่าเธอรู้คำตอบแล้ว

ทว่าคำตอบที่เรย์ตอบออกมากลับเป็นคำว่า Hatred หรือ ความเกลียดชัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปวิดิโอพาร์ทนี้ และทำให้มีก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ปรากฏขึ้นกลางห้อง
สิ่งที่เกิดขึ้นในพาร์ทอธิบายความเข้าอกเข้าใจ (Describe Empathy) เป็นการเล่าว่า Empathy ใช้การรับฟังเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดการตัดสินจากอคติหรือเลนส์ของตัวเอง หากไม่พยายามทำความเข้าใจในตัวอีกฝ่ายเหมือนกับสิ่งที่กาอึลทำกับลีซอ Empathy ที่เป็นคำตอบของความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลก็จะไม่เกิด
Chapter 3 : You and I, Us
หลังจากทะเลาะกันยกใหญ่ในตอนที่ผ่านมา พาร์ทสุดท้ายของเทรลเลอร์นี้ฉายภาพสมาชิกของวงที่ยังคงมีสายสัมพันธ์และนึกถึงกันอยู่ แม้ว่าจะยังคงอึดอัดใจจากบาดแผลที่เกิดขึ้น
ซึ่งในภายหลังสมาชิกแต่ละคนเริ่มหันหน้ามาพูดคุยกับ โอบกอดกันเพื่อคืนดี ก่อนจะพากันวิ่งไปยังห้องที่มีน้ำแข็งก้อนยักษ์จากการไม่เข้าใจกันก่อนหน้านี้วางอยู่ และค่อยๆ ให้ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ฟื้นคืนละลายก้อนน้ำแข็ง จนแสดงให้เห็นถึงหัวใจที่ซ่อนอยู่ข้างใน

You wanna cry 난 가만히
เธออยากจะร้องไห้ ฉันจะไม่ไปไหน
Yeah I will hold you sadness
ใช่แล้ว ฉันจะกอดความเศร้าโศกของเธอเอาไว้
…
있어줄게 네 곁에
ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ
เพราะฉันเข้าใจตัวเอง ฉันจึงมี Rebel Heart
เคยไหมที่โดนตีตรา (Stigma) หรือเหมารวม (Streotype) จากคนที่ไม่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็น หรือตัดสินเราจากความเกลียดชังและอคติบางอย่าง
เพลง Either Way ของ IVE ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2566 เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เล่าถึงมุมของผู้ถูกกระทำที่ตกตะกอนได้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อได้เป็นอย่างดี
ลิซ หนึ่งในสมาชิกของวงยกท่อนร้องของเธอขึ้นมาอธิบายว่า มีการพูดถึงการถูกสร้างภาพจำจากความเข้าใจผิดโดยคนอื่น แต่สุดท้ายท่อนฮุคที่ร้องว่า “Either Way, I’m good (จะยังไงก็ตาม ฉันไม่เป็นไร)” ก็มาช่วยย้ำว่าการยอมรับในตัวเองและการมีพลังใจคือกุญแจที่สำคัญ

가끔은 이해조차 안 되는 시선들
บางทีฉันไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าคนอื่นมองฉันอย่างไร
억울하기도 하지만
บางครั้งฉันรู้สึกไม่ยุติธรรม แต่
오해가 만든 수많은 나와 얘기해
ฉันในเวอร์ชันนับไม่ถ้วนที่สร้างขึ้นจากความเข้าใจผิด
우리 모두 다 나야
สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็คือ ‘ฉัน’
ซึ่งวอนยองเสริมว่า ข้อความหลักที่ต้องการสื่อผ่านเพลงนี้ คือการบอกให้ผู้ฟังทุกคนรักตัวเองและไม่ต้องสนใจคำพูดของคนอื่น เพราะว่าการเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”
จนมาถึงอัลบั้ม EMPATHY ที่กำลังจะปล่อยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ กลิ่นอายของความรักตัวเองแม้จะโดยคนอื่นด้อยค่ายังคงไม่จางหายไปไหน โดยเพลงที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับการรักและการเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-Esteem) ในอัลบัมนี้ คือ เพลง REBEL HEART เพลง Title Track แรกของอัลบั้มที่เพิ่งปล่อยเอ็มวีออกมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา
คำว่า Rebel Heart แปลได้อย่างตรงตัวว่า หัวใจขบถที่ต่อต้านกฎเกณฑ์ของสังคม และเมื่อนำมาใช้ในเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านบทเพลงของสาวๆ วง IVE อาจหมายถึงหัวใจที่พร้อมยืนหยัดเพื่อตัวเอง แม้ว่าสังคมจะไม่เห็นด้วยกับตัวเราก็ตาม
เพราะเราเข้าอกเข้าใจตัวเองดีว่า เราคือใคร และเรารู้สึกอย่างไร
เนื้อหาของเพลง REBEL HEART เล่าถึงการไม่ยอมจำนนอยู่ภายใต้ถ้อยคำว่าร้ายและความเข้าใจผิดที่คนอื่นสร้างขึ้นมา ซึ่งแฟนคลับส่วนหนึ่งตีความว่า เนื้อหาของเพลงนี้เกิดจากประสบการณ์ของวงที่เจอการโจมตีอย่างหนักมาตั้งแต่เพิ่งเดบิวต์ จึงอยากสื่อสารออกมาให้ทั้งโลกได้รับรู้ว่าจะเกลียดกันต่อไปก็เชิญตามสบาย เพราะพวกเธอจะเข้มแข็งขึ้นโดยไม่สนใจเรื่องลบๆ อีกแล้ว
So you can love me, hate me
You will never be, never be, never be me
Try me, I’ll break free
You will never be, never be, never be me
นอกจากนั้น ท่อนที่ร้องว่า “love me, hate me, you will never be me” สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าอกเข้าใจของวง IVE ที่มีต่อคนที่เกลียดพวกเธอว่า ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง การที่เขาเกลียดพวกเธอ เป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่สมาชิกวง IVE ที่รักตัวเอง

อีกหนึ่งท่อนที่น่าสนใจคือท่อนบริดจ์ของเพลงที่มีการร้องว่า “แทนที่จะปรารถนาความเป็นนิรันดร์ สิ่งที่ต้องการคือความเข้าใจ” โดยเป็นการสื่อสารกับคนฟังว่าพวกเราต่างเข้าอกเข้าใจถึงความยากลำบากของกันและกัน และอยากชวนให้คนฟังทุกคนลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยหัวใจขบถของตัวเอง
서로가 필요할 때가 있어
บางครั้งเราแค่ต้องการกันและกัน
그런 맘이 어떤 건지 잘 알기에
เราต่างรู้ดีว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร
영원을 바라는 사이보단
ดังนั้น แทนที่จะคาดหวังความเป็นนิรันดร์
지금을 이해해주고 싶어
ฉันอยากเข้าใจช่วงเวลาของคุณตอนนี้
We will always be the rebels

Either Way I AM I : ไม่ว่าอย่างไรฉันก็รักตัวเอง
การเข้าอกเข้าใจในตัวเอง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บุคคลสามารถยืนหยัดด้วยความเข้มแข็งทางใจ หรือที่เรียกว่า พลังใจ (Resilience) ได้
โดยในบทความเรื่อง How to Deprogram Bullies: Teaching Kindness 101 โดย ไมอา ซาลาวิตซ์ (Maia Szalavitz) นักวารสารศาสตร์ที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์ นโยบายสาธารณะ และการบำบัดการติดยาเสพติด ได้มีการอธิบายถึงโครงการป้องกันและลดการกลั่นแกล้งในแคนาดา ชื่อ Roots of Empathy ว่า การสอนให้นักเรียนมีความเข้าอกเข้าใจ นอกจากจะช่วยลดจำนวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมกลั่นแกล้งผู้อื่นแล้ว ยังทำให้คนที่ถูกกลั่นแกล้งมีสภาพจิตใจที่แข็งแรงขึ้น เพราะรู้จักที่จะเข้าอกเข้าใจตัวเอง ทำให้สามารถจัดการกับสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งได้
เพลงที่ผ่านมาของวง IVE มักมีกลิ่นอายของความรักและความมั่นใจในตัวเองอยู่เสมอ และมักถ่ายทอดออกมาต่อให้มีเรื่องร้ายๆ เข้ามา พวกเธอก็สามารถโต้กลับได้อย่างไม่หวั่น ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเธอมีความเข้าอกเข้าใจในตัวเอง จนสามารถใช้พลังใจจัดการกับความรู้สึกแง่ลบได้เป็นอย่างดี
และในอัลบั้มนี้ เมื่อ Empathy ถูกหยิบมาเป็นชื่ออัลบั้ม จึงสะท้อนให้เห็นว่าความเข้าอกเข้าใจสำคัญแค่ไหนกับการทำให้คนคนหนึ่งมีสุขภาพใจที่แข็งแรง อย่างที่ความคิดเห็นส่วนหนึ่งใต้มิวสิกวิดีโอ REBEL HEART บอกว่า กว่าจะมีวันที่พร้อมสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง การเข้าอกเข้าใจและความรักในตัวเองสำคัญที่สุด
อ้างอิง
