Come To Japan : ดูความสำเร็จของ Soft Power แบบไม่ต้องตะโกน

[แจ้งผู้อ่าน : บทความนี้ขอไม่อธิบายความหมายของคำว่า Soft Power และไม่ขอแปลเป็นบริบทภาษาไทยว่า ‘อำนาจอ่อน’ ‘มานานุภาพ’ หรือ ‘พลังเย็น’]

น่ารักแบบเฮลโล คิตตี้ สู้กับไคจู บินได้แบบโดเรมอน 

3 สิ่งที่ข้างต้น คือ สินค้า Made In Japan และยังมีอีกประมาณหมื่นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถนึกถึงประเทศญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเอ่ยว่า นี่คือญี่ปุ่น ทั่วโลกต่างนิยามให้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็น Soft Power ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ก่อนที่จะมีการบัญญัติคำว่า Soft Power ในพจนานุกรมเสียอีก 

ญี่ปุ่นเหมือนน้ำตาลหรือเกลือ ต้องชิมถึงจะรู้รส 

เรื่องราวของ Soft Power ในญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ไร้อำนาจทางการทหาร หรือ Hard Power ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 ของประเทศที่ถูกร่างโดยสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันการเกิดสงครามในอนาคต 

ความบอบช้ำจากสงคราม และเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่กับญี่ปุ่นได้ไม่นาน ประเทศก็สามารถกลับมามีมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการส่งออก การท่า และงานด้านอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Industry) แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับการสร้างรายได้เข้าประเทศ 

ปี 1977 รัฐบาลสมัยฟุกุดะ ทาเคโอะ (Fukuda Takeo) จึงมีการสร้างนโยบายการทูตสาธารณะ (Public Diplomacy) กับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามหลักการฟุกุดะ (Fukuda Doctrine) คือ ไปแบบละมุนละม่อม ใจแลกใจ โดยไม่มีการพูดถึงกำลังทางการทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง 

ต่อมาในรัฐบาลของ ยาสุฮิโระ นากาโซเนะ (Yasuhiro Nakasone) จึงมีการผลักดันเชิงวัฒนธรรมส่งออกสู่ต่างประเทศ

“ญี่ปุ่นเป็นเหมือนน้ำตาลหรือเกลือ ถ้าไม่มีใครลองชิมก็คงจะไม่มีวันเข้าใจประเทศญี่ปุ่นได้เลย ในอดีตเราขาดความพยายามในการเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่น เราทำการส่งออกสินค้าได้ค่อนข้างดี แต่จากนี้ไปเราจะต้องพยายามส่งออกข้อมูลวัฒนธรรมให้มากขึ้น” 

นากาโซเนะ รัฐมนตรีของญี่ปุ่นในขณะนั้นให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์ในหัวข้อ Japan : A Nation in Search of Itself

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่ยังไม่มีนิยามของคำว่า Soft Power ด้วยซ้ำ 

คนทั่วโลกเริ่มเสพติดความหวาน หรือรสเค็มที่เรียกว่าญี่ปุ่นแบบไม่รู้ตัว 

การดำเนินการส่งออกเชิงวัฒนธรมของญี่ปุ่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การส่งออกหนัง ละคร โดยไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ ส่งออกเพลง J – Pop วิดีโอเกม ภาพยนตร์ แฟชั่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุตสหกรรมบันเทิงผู้ใหญ่ 18+ ที่ถูกเรียกรวมๆ กันว่า นโยบาย Cool Japan ที่มีที่มาจากการพาดหัวของนิตยสาร Foreign Affairs ว่า Japan’s Gross National Cool เนื้อหาพูดถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันทรงพลังในทศวรรษ 1980 และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทศวรรษต่อมา 

และกลายเป็นผลงานเด่นของ ชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe) ที่มีการออกยุทธศาสตร์ด้านการส่งออกวัฒนธรรม รวมถึงการตั้ง Cool Japan Fund ในการสนับสนุนเงินทุนให้กับภาคเอกชนและสาธารณะ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสินค้าทางวัฒนธรรมเหล่านี้

ทำให้ประเทศไทยของเราได้ฟัง Fortune Cookie เวอร์ชันภาษาไทย 

ญี่ปุ่นบอกว่า Soft Power ไม่ใช่หนัง การ์ตูน หรืออาหารอย่างเดียว 

ปัจจุบันนี้คนอาจจะคิดว่ากระแสของ Soft Power ไม่ใช่ญี่ปุ่นอีกต่อไป ซึ่งถูกแทนที่ด้วย Soft Power จากเกาหลีใต้แทน แต่จากผลสำรวจคนจาก 19 ประเทศของมหาวิทยาลัยเยลก็พบว่า คนส่วนใหญ่มองว่าวัฒนธรรมที่ญี่ปุ่นส่งออกสู่สายตาคนทั้งโลก ยังคงแข็งแกร่งอยู่เช่นเดิม 

มีหลายงานวิจัยสรุปความสำเร็จว่า ที่ Soft Power ญี่ปุ่นสำเร็จได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะญี่ปุ่นหวังถึงการสร้างฐานเม็ดเงินอย่างเดียวตั้งแต่แรก แต่หลักการถูกวางไว้ตั้งแต่การสร้างฐานแฟนๆ ทั่วโลกสำหรับวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่น ความนิยมของวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นยังส่งผลให้จำนวนผู้เรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทั่วโลก เพิ่มภาพลักษณ์ระดับนานาชาติของญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่ทันสมัยและมีนวัตกรรม 

โครงการ Manga Ambassador เป็นตัวอย่างสำคัญของวิธีที่ญี่ปุ่นใช้วัฒนธรรมสมัยนิยมเป็นเครื่องมือในการทูตสาธารณะ รัฐบาลญี่ปุ่นได้แต่งตั้งศิลปินมังงะคนหนึ่งให้เป็นทูตวัฒนธรรม เพื่อยกระดับความนิยมของมังงะและแอนิเมชันทั่วโลก  

และญี่ปุ่นไม่ได้มองแค่การส่งออกวัฒนธรรมของตัวเอง ผ่านอุตสาหกรรมความบันเทิง หรือการท่องเที่ยวอย่างเดียว 

โครงการช่วยเหลือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นยังเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Soft Power อีกด้วย ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้บริจาคความช่วยเหลือต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยให้เงินทุนสำหรับโครงการพัฒนาต่างๆ ในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา 

โครงการช่วยเหลือของญี่ปุ่นได้ช่วยสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในประเทศกำลังพัฒนา ปรับปรุงชีวิตของผู้คนหลายล้านคน และเพิ่มชื่อเสียงของญี่ปุ่นในฐานะพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบ 

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้จัดตั้งเครือข่ายศูนย์วัฒนธรรมที่เรียกว่า เจแปนฟาวน์เดชั่น (The Japan Foundation) ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและภาษาญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ดำเนินโครงการรณรงค์การทูตสาธารณะ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนและการสอนของญี่ปุ่น (JET) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในพ.ศ. 2530 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ โปรแกรมนี้เชิญชวนเยาวชนจากทั่วโลกมาอาศัยและทำงานในญี่ปุ่น ในตำแหน่งผู้ช่วยครูสอนภาษา หรือผู้ประสานงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การทำงานแบบญี่ปุ่นก็ถูกส่งออกในฐานะ Soft Power อย่างหนึ่ง รูปแบบการบริหารจัดการ ‘วิถีโตโยต้า’ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือ และการเคารพต่อผู้คน เป็นหนึ่งในความพยายามทางการทูตสาธารณะที่มีประสิทธิผล ซึ่งดำเนินการโดยภาคเอกชนในญี่ปุ่น ด้วยความพยายามในการฝึกอบรม ความร่วมมือกับวิทยาลัย และกิจกรรมอื่นๆ โตโยต้าได้ผลักดันอุดมการณ์นี้ไปทั่วโลกอย่างแข็งขัน ‘วิถีโตโยต้า’ ได้รับการยกย่องถึงความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร สิ่งนี้ได้ปรับปรุงจุดยืนของญี่ปุ่น ในฐานะผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมและการควบคุมคุณภาพ

ตอนนี้อะไรในไทยก็ Soft Power Soft Power Soft Power Soft Power Soft Power ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนพยายามผลักดันสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น แต่อีกด้านก็ถูกนักวิชาการหลายคนมองว่า สิ่งเหล่านี้กำลังมีปัญหา เพราะการนิยามความหมายไม่ตรงกัน รวมถึงการจับสิ่งสัพเพเหระแล้วห้อยท้ายด้วยคำว่า Soft Power 

บทความหนึ่งของ ‘โครงการติดตามสถานการณ์ การปรับตัวและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาจากปัญหาโควิด-19: สู่การพลิกฟื้นอย่างยั่งยืน (ระยะที่ 2)’ สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตั้งคำถามว่า หน่วยงานของไทยยังมีเรื่องที่สะท้อนความไม่เข้าใจในมโนทัศน์คำว่า Soft Power อย่างถ่องแท้ เช่น กระทรวงวัฒนธรรมสั่งห้ามนำท่ารำใส่ในเกมผี เพราะอาจทำให้คนกลัวการรำไทย

กรณีดราม่า ‘ทศกัณฐ์เที่ยวไทย’ ที่มีข้อร้องเรียนว่า มีการนำเสนอไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียวัฒนธรรมของชาติ เพราะนำตัวละครทศกัณฐ์มาใช้งานอย่างไม่เหมาะสม 

หรือกรณี ‘อาลัวพระเครื่อง’ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่สมควรทำขนมอาลัวรูปทรงพระเครื่อง เป็นต้น 

หากมองจากมุมคนภายนอก อย่างแรกก่อนที่ผลักดัน Soft Power ก็อาจจะต้องนิยามให้ตรงกันก่อนว่าอะไร คือ Soft Power ของไทยกันแน่ 

อ้างอิง

tci-thaijo.org/การส่งเสริมการ์ตูนของญี่ปุ่น: เครื่องมือเพิ่ม Soft Power และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

tdri.or.th/Soft power ไทย เหตุใดจึงยังไม่เวิร์ค

japantimes.co.jp/Soft power and Japan’s role in a complex world

time.com/Japan: An Interview with Yasuhiro Nakasone

จาก Cool Japan สู่ Cold Japan: จากความแจ๋วสู่ภาวะยะเยือกของ Soft Power ญี่ปุ่น

thegeopolitics.com/The Role of Public Diplomacy in Shaping International Relations: Lessons from Japan’s Soft Power Strategy

yale.edu/Global Survey on Japan’s Soft Power