ไม่รู้ว่ารักที่สุดไหม แต่เป็นลูกที่อยากอยู่ด้วย : สถานะของ ‘ผู้หญิง’ ในครอบครัวคนจีนและ ‘หลานม่า’

ได้รับความรักไม่เท่าลูกชาย ถูกกดดันให้ต้องดูแลครอบครัว เป็นช้างเท้าหลังซัปพอร์ตทุกชีวิตในครอบครัว บทบาทของผู้หญิงในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่เราเห็นจนชินตา ไม่ว่าจากซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือชีวิตจริง 

แม้ว่าในชีวิตจริง ตัวตนพวกเขาเหล่านี้จะถูกมองข้าม หรือแบกรับความทุกข์ทรมานสักเท่าไร แต่ในโลกจอแก้ว สถานะพวกเขาถือเป็นวัตถุดิบหลักที่ทำให้เนื้อเรื่องกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นอาบุ๊ง พี่สาวคนโตในซิตคอมเฮง เฮง เฮง หรือ ภัสสร ลูกสาวจากซีรีส์เลือดข้นคนจาง ที่ทุ่มเททำงานสร้างบริษัท ไม่ต่างจากลูกชายคนอื่นๆ แต่ความว่างเปล่าและถูกมองข้าม เป็นสิ่งที่ได้รับตอบแทน หรือ หลิว จากละครหงส์เหนือมังกร เพราะความเป็นหญิงทำให้เธอถูกตั้งคำถามในการรับตำแหน่งผู้นำตระกูล จนต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าใคร

หลานม่า ภาพยนตร์ล่าสุดจาก GDH 555 ก็ไม่พลาดที่จะหยิบตัวละครผู้หญิงมาใส่ด้วย เนื้อหาหลักของเรื่องอยู่ที่ อาม่าเหม้งจู ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย กับหลานชายที่ต้องการหาเงิน จึงทุ่มสุดตัวมาดูแลอาม่าในช่วงชีวิตสุดท้าย หวังว่าจะได้เงินก้อนโตตอบแทน

ถึงเส้นเรื่องหลักจะอยู่ที่ เอ็ม ผู้เป็นหลานชายกับอาม่า และการดูแลผู้สูงวัย แต่ยังมีตัวละครอื่นๆ ที่ถ้าขาดไปคงทำให้รสชาติหนังเรื่องนี้ไม่กลมกล่อมอย่างตอนนี้ สุ่ย แม่ของเอ็ม และ มุ่ย ลูกพี่ลูกน้องเอ็ม ที่ทำให้เราเห็นบทบาทผู้หญิงในครอบครัวคนจีน ณ ปัจจุบันนี้ 

ลูกสาว

บรรดาลูกทั้ง 3 คนของอาม่า สุ่ยรับหน้าที่ดูแลแม่เป็นหลัก ขณะที่พี่น้องอีก 2 คนต่างมีชีวิตที่วุ่นวาย จนไม่สามารถปลีกตัวมาดูแลแม่ได้ สุ่ยเลือกแม่เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ยอมเปลี่ยนไปทำงานที่ทำให้มีเวลามาดูแลแม่มากขึ้น พร้อมกับไหว้วานให้ลูกอย่างเอ็มไปดูแลอีกคน 

แต่ความทุ่มเทของสุ่ยในสายตาคนเป็นแม่ มีแต่การตั้งคำถามและไม่เคยพอใจ 

“ลูกชายได้สมบัติ ลูกสาวได้มะเร็ง” ประโยคที่สุ่ยพูดกับคนเป็นแม่ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่มีการโวยวาย หรือแสดงความน้อยใจ อาจเพราะสุ่ยเลยจุดพวกนั้นมาแล้ว ตอนนี้เธออาจจะอยู่ในจุดที่ยอมรับได้ทุกอย่าง หรือเข้าขั้น ‘ปลง’ 

น้องสาว

ก่อนจะเป็นอาม๊าและอาม่า เหม้งจูเองก็เป็นลูกสาวมาก่อน ชีวิตเธอก็ถูกปฏิบัตไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เติบโตมาในครอบครัวคนจีน ถูกจับแต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ ไม่ได้รับสมบัติเท่าลูกชาย ทำให้คนดูตั้งคำถามว่า ทำไมอาม่าที่เคยถูกปฏิบัติไม่ดี ถึงส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปยังลูกสาวตัวเอง

ในความรู้สึกคนเขียน หนังพยายามให้คนดูมองเห็นว่า ความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้น มันกลายเป็นรากที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรม ทำให้แม้แต่คนที่ถูกกดขี่เองก็ไม่รับรู้ และมองเช่นเดียวกันว่า เป็นเรื่องปกติ จึงไม่แปลกที่เหม้งจูจะปฏิบัติกับลูกสาวเหมือนที่ตัวเองเคยได้รับ

แต่หนังก็ไม่ได้ใจร้ายกับสุ่ยและคนดูมากนัก เพราะเหม้งจูไม่ใช่คนหัวแข็ง หรือยึดติดกับสิ่งเดิมๆ เธอเองก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนหากมีคนชี้ให้เธอเห็นสิ่งผิดปกติเหล่านี้

แม้ว่าจะช้าไปบ้าง ถ้ามองจากมุมลูกสาวอย่างสุ่ย แต่สุดท้ายก็ได้รับรู้ว่า แม่เองก็เห็นความรักและความทุ่มเทที่เธอมอบให้เช่นเดียวกัน 

“กูก็ไม่รู้หรอกนะว่าลูกคนไหนที่กูรักที่สุด แต่คนที่กูอยากอยู่ด้วยที่สุดคือมึงนะ” ประโยคจากแม่เหม้งจูที่มอบให้ลูกสาวคนนี้

หลานสาว

มุ่ย ลูกพี่ลูกน้องของเอ็ม แรงบันดาลใจที่ทำให้เอ็มตัดสินใจรับบทหลานดูแลอาม่าเต็มที่ ภูมิหลังของมุ่ยที่หนังฉายให้เห็น คือ เรียนจบพยาบาล แล้วก็เข้ามาดูแลอากงที่กลายเป็นคนป่วยติดเตียง การดูแลของมุ่ยทำให้ท้ายที่สุดอากงจากไป ก็ทิ้งสมบัติบ้านหลังโตไว้ให้มุ่ย 

มุ่ยก็เหมือนเอ็ม คนรุ่นใหม่ที่ชีวิตไม่ได้มีต้นทุนมากนัก พวกเขาต่างดิ้นรนพยายามหาทุนให้ชีวิตตัวเอง การดูแลคนแก่เป็นหนทางหนึ่งที่พวกเขามองเห็น แต่การดูแลนี้ไม่ได้แค่เงินตอบแทน พวกเขายังได้รับรู้ปัญหาที่ผู้สูงวัยเผชิญ คือ ความเจ็บป่วยจากโรคที่รุมเร้ามากขึ้นเรื่อยๆ และความเหงาที่ต้องเป็นฝ่ายรอลูกหลานมาหา  

การที่มุ่ยได้รับสมบัติตอบแทน ก็อาจอนุมานได้ว่า ยังมีคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องเพศ เท่ากับว่าคนนั้นสามารถให้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ ในเมื่อมุ่ยที่เป็นหลานสาว ให้เวลาและความอบอุ่นในช่วงบั้นปลายได้ เธอก็ควรได้รับสิ่งตอบแทน

ลูกชายและหลานชาย

หนังให้พื้นที่เหล่าตัวละครหญิงได้ฉายแสง ขณะเดียวกันตัวละครชายก็ไม่ได้พลิกขั้ว กลายเป็นตัวร้ายซะทีเดียว ความมีชีวิตและสีเทาๆ คือ จุดเด่นของการสร้างตัวละครในหลนาม่าที่คนเขียนรับรู้ได้ เคี้ยง พี่ชายคนโตที่ดูชีวิตจะวุ่นวายอยู่กับงานและการดูแลครอบครัวของเขาเอง จนไม่มีเวลามาดูแลแม่ นอกจากซัปพอร์ตด้านเงินเท่านั้นที่เขาทำได้ ทำให้มุมหนึ่งเคี้ยงก็ดูเป็นลูกที่ละเลยแม่ แม้ว่าแม่จะให้ความสำคัญเขามากกว่าลูกคนอื่นๆ

ในความรู้สึกของเคี้ยง อาจเพราะมองว่าตัวเองถนัดทำเรื่องไหนที่สุด การดูแลแม่หนึ่งคนไม่ได้ใช้แค่เวลาและความรัก แต่ เงิน ก็สำคัญ เขาจึงรับบทซัปพอร์ตเรื่องนี้เป็นหลัก

ถ้าลูกชายคืออันดับหนึ่ง อันดับสองคงเป็นลูกชายคนเล็กอย่าง โส่ย เขาไม่สามารถให้เงินแม่ได้มากเท่าที่เคี้ยงให้ แล้วก็ไม่สามารถดูแลแม่ได้เต็มที่อย่างที่สุ่ยทำ สิ่งที่โส่ยทำได้คือดูแลแม่เล็กๆ น้อยๆ ซ่อมบ้านให้ ทำสิ่งที่เขาพอจะทำได้ ไปพร้อมๆ กับเป็นลูกที่แม่ต้องดูแลไปตลอด

เอ็ม หลานชายที่ดูจะห่างเหินจากอาม่า จนตัดสินใจกลับมาดูแลอาม่าเต็มเวลาเพราะอยากได้เงิน แต่กาลเวลาผ่านไป การอยู่ด้วยกันก็ทำให้ความผูกพันก่อตัวขึ้น เอ็มไม่ได้หวังเงินเป็นสิ่งแรกจากอาม่า แต่เป็นคนที่อาม่ารักอันดับหนึ่ง และด้วยความอายุน้อย ประสบการณ์ชีวิตไม่เท่าคนอื่นๆ ทำให้เอ็มรู้สึกผิดหวังเมื่อเขายังคงมีสถานะรองๆ จากลูกอาม่า ถึงแม้ว่าเขาจะทุ่มเทดูแลอาม่าขนาดไหนก็ตาม

หนังอาจจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่เรารับรู้ได้ว่า เอ็มเองก็สัมผัสถึงความไม่เท่าเทียมที่แม่ได้รับจากครอบครัว เขาก็เลยไม่ใช่ลูกชายที่ถูกเลี้ยงจนตามใจตัวเองเหมือนลูกชายครอบครัวคนจีนอื่นๆ แต่เอ็มซัปพอร์ตทั้งอาม่าและแม่อย่างที่เขาจะทำได้