Lights Out : สิ่งที่น่ากลัวกว่าผีและความมืด คือการแสดงออกของเราเมื่อคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า

ผี นอกจากเป็นตัวแทนของความน่ากลัว หรือสิ่งชั่วร้ายแล้ว ผีถูกนำมาเป็นสัญญะแทนสิ่งต่างๆ อย่างเช่นเป็นภาพแทนของ ‘โรคซึมเศร้า’ ในภาพยนตร์ Light Out

เมื่อทุกอย่างมืดสนิท ‘มัน’ จะออกมา พล็อตของหนังเรื่องนี้ที่ดึงดูดผู้ชมหลายคน จุดเริ่มต้นของ Lights Out มาจากหนังสั้นที่ฉายในยูทูบและวิมีโอ (Vimeo) แพลตฟอร์มแชร์วิดิโอ กำกับและผลิตโดยเดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก (David F. Sandberg) ผู้กำกับชาวสวีเดน กระแสตอบรับก็ทำให้หนังสั้นถูกพัฒนาเป็นภาพยนตร์ความยาว 1 ชั่วโมง เล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่แม่ ‘โซเฟีย’ กำลังอยู่ในสภาวะจิตใจไม่มั่นคง และมักจะมีเพื่อนที่คุยด้วยตลอดเวลา เพื่อนที่ไม่มีใครมองเห็น ทำให้คนรอบข้างต้องเจอเหตุการณ์แปลกๆ จากเพื่อนคนนี้ 

‘รีเบคกา’ ลูกสาวคนโตได้รับผลกระทบจากสิ่งที่แม่เป็นมาโดยตลอด ตั้งแต่เด็กเธอมักเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่ไร้แสงสว่างจะมีใครบางคนออกมา ทำสิ่งที่เธอรู้สึกหวาดกลัว เมื่อโตขึ้นรีเบคกาไม่รอช้าที่จะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ไปใช้ชีวิตตัวคนเดียว กระทั่งน้องชายคนเดียว ‘มาร์ติน’ ถูกโรงเรียนตักเตือนที่เขานอนหลับในคาบเรียนหลายครั้ง เป็นเพราะตอนกลางคืนมาร์ตินก็เผชิญเรื่องราวคล้ายๆ ที่รีเบคกาเจอ จนไม่สามารถนอนได้

รีเบคกาต้องตัดสินใจว่าจะเลือกทำอะไร ระหว่างละทิ้งพวกเขาไปอีกครั้ง หรือกลับไปช่วยครอบครัว เผชิญสิ่งที่กลัวมาโดยตลอด

การเล่นกับความกลัวในที่มืด ทำให้ผู้ชมหลายคนออกปากว่า หนังเรื่องนี้มีรสชาติแปลกใหม่ สร้างสีสันให้วงการหนังสยองขวัญ อีกมุมหนึ่งหนังถูกมองว่า หยิบเรื่องซึมเศร้ามาเล่าผ่านความน่ากลัวของผี หรืออาจจะเป็นในมุมคนเขียนเพียงคนเดียว

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากโซเฟียวัยเด็กที่เป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง หนังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า โซเฟียอายุเท่าไร แต่จากการคาดคะเนนักแสดงน่าจะประมาณหลัก 10 ต้นๆ สถานที่แห่งนี้ทำให้โซเฟียเจอกับ ‘ไดอาน่า’ เด็กสาวที่ถูกส่งมารักษาตัวเช่นกัน โรคที่ไดอาน่าเป็น คือ โรคผิวหนังที่ทำให้หลายคนกลัวเธอ รวมไปถึงพฤติกรรมของไดอาน่าที่ครอบครัวเจ้าตัวออกปากว่า เธออาจจะเป็นปีศาจที่ถูกส่งมาโลกมนุษย์

สำหรับโซเฟีย ไดอาน่าคือเพื่อนคนหนึ่ง  เช่นเดียวกับที่ไดอาน่าคิด มิตรภาพเกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่น่าอยู่ และการเผชิญกับอาการป่วยใจของแต่ละคน ก็ทำให้ความสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้น ไดอาน่าไม่ต้องการแยกจากโซเฟียแม้จะจากโลกนี้ไปแล้ว เธอยังคงตามติดโซเฟียเสมอมา เมื่ออาการซึมเศร้ากำเริบไดอาน่าก็จะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตโซเฟีย คนรอบตัวค่อยๆ รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโซเฟีย

น้อยคนที่จะรู้ว่าโซเฟียมีปัญหาสุขภาพจิต แม้แต่คนในครอบครัวเอง เพราะเธอไม่เคยปริปากบอกใคร แล้วไม่ต้องการให้ใครรู้ด้วย เพราะเมื่อรีเบคการู้เรื่องนี้เธอตกใจมาก และไม่พอใจที่ลูกรู้ความลับ อาจกลัวว่าลูกจะรังเกียจ หรือเธอจะกลายเป็นแม่ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

หนังถูกสร้างในปี 2016 โรคซึมเศร้ากำลังเป็นประเด็นที่คนเริ่มสนใจและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าในเด็กที่มักถูกมองข้าม หรือผู้ใหญ่บางคนไม่เชื่อว่าเด็กจะสามารถมีปัญหาสุขภาพจิตได้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) แสดงตัวเลขคนที่เป็นโรคซึมเศร้าช่วงอายุ 3 – 17 ปี ในอเมริกา มีประมาณ 4.4% หรือ 2.7 ล้านคน ผลสำรวจในปี 2016 – 2019 

หนึ่งในงานวิจัยของพับเมด เซ็นทรัล (PubMed Central) ฐานเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยด้านสุขภาพของอเมริกา บอกว่า มีเด็กประมาณ 50% ที่เป็นโรคซึมเศร้า ได้รับการวินิจฉัยเข้ารับการรักษาต่อ ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ แต่การรักษาที่ได้ยังไม่เข้มข้นพอ ทำให้เมื่อเติบโตขึ้นโรคซึมเศร้ายังคงมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ขณะที่อีก 50% ไม่เคยได้รับการวินิจฉัย หรือรักษา

โรคซึมเศร้ามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สารเคมีในสมอง หรือสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู ล้วนมีผลต่อการเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า และอาการทางจิตอื่นๆ ไม่ว่าจะคนวัยไหนก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่เมื่อเด็กเป็นโรคซึมเศร้าจะจัดการยากกว่าวัยผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาไม่สามารถตรวจสอบตัวเอง หรือบอกได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ผู้ใหญ่ข้างกายต้องสังเกตเอง เริ่มจากพฤติกรรมที่มองเห็นได้ว่าเปลี่ยนไป เช่น นอนมากเกินไป ไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เคยทำแล้วมีความสุข แสดงอารมณ์แง่ลบอย่างหงุดหงิด โมโหร้ายตลอดเวลา เป็นต้น ถ้าสงสัยว่าลูกเข้าข่ายควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญให้ตรวจสอบ การรักษาโรคซึมเศร้าในเด็กจะคล้ายคลึงกับวัยผู้ใหญ่

พฤติกรรมที่โซเฟียมี ถ้าตัดเรื่องความลี้ลับต่างๆ ออกไป คือสัญญาณของคนที่มีภาวะทางจิตใจ เธอเก็บตัวเงียบ ติดต่อกับคนอื่นๆ น้อยลง นอนตอนกลางวัน ตื่นมาใช้ชีวิตตอนกลางคืน พูดจาไม่รู้เรื่อง ทำให้ลูกสาวอย่างรีเบคการู้สึกเหนื่อยจนตัดสินใจแยกตัวออกมา ก็เป็นจุดที่เล่ามุมคนในครอบครัวกับการรับมือเมื่อสมาชิกมีปัญหาสุขภาพจิต

ไม่ใช่เรื่องผิดที่รีเบคกาตัดสินใจออกมา หรือมองจากมุมน้องชายที่คิดว่าเธอทิ้งพวกเขาไป ทิ้งแม่ที่ไม่สบาย รีเบคกาก็ต้องการดูแลตัวเองเหมือนกัน น้องชายอยู่ในวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทั้งทางปฏิบัติและทางกฎหมาย ทำให้เขาต้องมีผู้ปกครอง แม่เป็นคนที่เหลืออยู่ เขาเลยต้องอยู่กับแม่ แต่อีกเหตุผลคือเขาไม่อยากทิ้งแม่ แม้ว่ารีเบคกาจะชวนไปอยู่ด้วย เพราะรู้ว่าแม่กำลังป่วย และอยากหาทางช่วยเหลือเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้

สุดท้ายลูกๆ ตัดสินใจช่วยแม่ เมื่อรีเบคการู้เหตุผลที่ทำให้แม่แสดงออกแบบนี้ เพราะเธอป่วยและมีผีตามรังควาน อาจมองได้ว่าที่ผ่านมารีเบคกาเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เมื่อรู้แล้ว จึงทำให้เธอตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

นอกจากความสยองที่หนังเรื่องนี้เสิร์ฟให้ แซนด์เบิร์กได้ใส่การตระหนักรู้ถึงความสำคัญของโรคซึมเศร้าและการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนรอบข้าง

เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งที่เรามองไม่เห็น หรือสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ แต่อาจเป็นการแสดงออกของเราเมื่อคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า ตัวเราเองจะเลือกตัดสินใจอย่างไร

อ้างอิง