“ฉันรู้สึกเศร้า” “ฉันรู้สึกผิดหวัง” “ตอนนี้ฉันกำลังเสียใจ”
สังเกตไหมว่าประโยคแบบนี้เริ่มพูด ‘ยาก’ ขึ้นเรื่อยๆ มีหลายเหตุผลที่ทำให้คนไม่กล้าพูดความเสียใจออกมาตรงๆ เช่น กลัวว่าจะดูอ่อนแอในสายตาคนอื่น กลัวว่าพูดไปแล้วจะโดนล้อเลียน หรือหลอกตัวเองว่าไม่เศร้าเลยไม่พูดมันออกมา
รวมถึงบางคนพูดคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ จนติดปาก ทั้งๆ ที่การเป็นอะไรบ้างก็ได้ไม่ได้ทำให้เราเสียหายเลยสักหน่อย ทุกคนกำลังติดอะไรอยู่กันแน่ ถึงทำให้การยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอมันยากเสียเหลือเกิน
เดบาร์ชีนา ชางกะกาติ (Debarsheena Changkakati) นักจิตวิทยาคลินิกผู้ศึกษาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านผลกระทบของภาษาต่อสุขภาวะทางอารมณ์ เขียนบทความเรื่อง ‘ผลกระทบจากการใช้คำว่า Lowkey ในการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต’ ผ่านคลิ๊กทูโปร (Click2Pro) เว็บไซต์ให้คำแนะนำด้านสุขภาพจิต คำว่า ‘Lowkey’ หมายถึง ค่อนข้าง หรือคล้ายกับคำว่า ‘แอบ’ ของภาษาไทย ใช้เพื่อลดทอนความรุนแรงหรือความสุดโต่งของคำอื่นในประโยค เช่น ฉันแอบเสียใจกับเรื่องนี้ ฉันแอบน้อยใจที่ไม่ได้งานนี้
คำว่า Lowkey คือคำลดทอนน้ำหนักที่ถูกใช้แค่ในภาษาพูดและภาษาเขียนในชีวิตประจำวัน และถูกนำมาใช้ในบทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งความถี่และบริบทที่คำนี้ไปปรากฏในสื่อให้เห็นพฤติกรรมบางอย่างของคนที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิต
สิ่งที่ชัดที่สุดคือ Lowkey ถูกใช้ควบคู่ไปกับปัญหาสุขภาพจิต คำนี้ถูกค้นหาผ่านกูเกิลมากถึง 290,000 ครั้งในปี 2023 เหตุผลที่คนเลือกใช้คำนี้ในการบรรยายความรู้สึกของตัวเองเป็นเพราะหลีกเลี่ยงการถูกตัดสิน งานวิจัยในปี 2025 จาก สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) พบว่า 23% ของวัยหนุ่มสาว (18-25ปี) รู้สึกอึดอัดกับการเปิดเผยความรู้สึกของตัวเอง และคนกว่า 52% สบายใจที่จะเล่าความรู้สึกของตัวเองให้กับแชทบอทหรือ AI มากกว่าจะพูดให้เพื่อนหรือครอบครัวได้รับรู้
นอกจากนี้การใช้คำลดทอนน้ำหนักคำพูดเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่เอาไว้รักษาความรู้สึกของตัวเอง เวลาเราพูดว่าตัวเองเศร้า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรจัดการหรือควรได้รับการดูแล แต่ถ้าพูดว่า ‘แอบเศร้า’ มันทำให้รู้สึกถึงความรู้สึกนี้เป็นสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป สามารถมองข้ามได้
เมื่อคนพยายามหาภาพหรือคำมาแทนการบอกตรงๆ ว่าเศร้า ในแง่หนึ่งมันช่วยแสดงออกได้มากขึ้น แต่มันก็เป็นการ ‘กลบเกลื่อน’ ความรู้สึกจริงๆ ของเราเช่นกัน ยกตัวอย่างมีมเจ้ากบเปเป้ (Pepe the frog) ตัวละครกบสีเขียวที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ จากการ์ตูนเรื่อง Boy’s Club คนส่วนใหญ่มักใช้เจ้ากบนี้ในการแสดงออกถึงความเศร้า ความผิดหวัง ความโดดเดี่ยว ถึงอย่างนั้นการเห็นมีมนี้ก็ทำให้รู้ว่าผู้ใช้เศร้า แต่มันดูเศร้าแบบตลกมากกว่า
แต่โดยรวมการใช้คำลดทอนความรู้สึกแบบนี้ ส่งผลให้ผู้พูดลดความ ‘เร่งด่วน’ ของปัญหาสุขภาพจิต ไม่แน่ว่าจริงๆ แล้วเราอาจอยู่สภาวะที่ต้องปรึกษาหมอแล้ว แต่เพราะยังไม่อยากให้ความสำคัญกับมันมากพอ เลยใช้คำพูดแทนปัญหาหนักๆ ดูเบาลง ในขณะที่ผู้ฟังเองก็ไม่ได้ช่วยหาทางช่วยเหลือ เพราะฟังแล้วปัญหาก็ไม่ได้หนักมากพอ
ชางกะกาติพบว่า 68% ของคนที่พูดอารมณ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เลือกที่จะไปปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตกับผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่คนที่ใช้คำพูดลดทอนความรู้สึกมีเพียง 30% ที่จะไปรักษาปัญหาสุขภาพจิต

เจ็บนิดๆ ก็ถือว่าเจ็บ
การแสดงออกผ่านการพูด ถือเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดที่จะระบายออกมา มันบ่งบอกได้ว่าเราควรพบจิตแพทย์หรือไม่ หรือควรหาทางลดอารมณ์ด้านลบหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการใช้คำเพื่อบ่งบอกอารมณ์เหล่านี้ก็ควรจะชัดเจนตามที่รู้สึกจริงๆ
เพื่อให้บทสนทนาเรื่องความรู้สึกมีความสำคัญมากขึ้น ชางกะกาติเสนอ 4 วิธี ดังนี้
- เข้าใจความหมายและน้ำหนักของคำก่อนสื่อสาร เพราะการเลือกคำที่ไม่ตรงกับความรู้สึกจริงๆ ก็มีผลต่อบทสนทนาที่อาจจะไม่เข้าใจตรงกัน โดยแนะนำให้ทุกคนศึกษาจากวงล้อของอารมณ์ (Wheel of Emotions) เป็นวงล้อที่ระบุอารมณ์ไว้ตั้งแต่ด้านบวกไปจนถึงด้านลบ ซึ่งบางทีด้านลบก็ไม่ได้มีแค่คำว่าเศร้า แต่ยังมีกลัว กังวล รู้สึกขายหน้า และอื่นๆ อีกด้วย สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1BoigBvNEH/
- ฝึกซ้อมการพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเราแน่ใจแล้วว่าเรารู้สึกแบบไหนแต่ยังไม่กล้าแสดงออก ลองฝึกพูดหน้ากระจก หรือลองเขียนออกมาก่อนก็ได้
- ไม่มีเรื่องไหน ‘เล็ก’ เกินไปที่จะระบาย มนุษย์ทุกคนต่างมีความรู้สึกหนักหรือเบาต่อเรื่องต่างๆ ไม่เท่ากัน แต่ไม่มีเรื่องไหนเบาจนพูดไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าอยากเล่าขอแนะนำให้พูดออกมาโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเรื่องเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระ
- บาลานซ์ระหว่างมุกตลกและความรู้สึกจริงๆ แม้การพูดจาติดตลกมันจะง่ายกว่า แต่ก็ไม่ควรติดตลกจนกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองเกินไป
การเลือกใช้คำสื่อสารที่ตรงกับใจของตัวเองที่สุด จะไปสู่การสร้างความตระหนักรู้ถึงอารมณ์ของตัวเองและมีผลดีต่อสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น ทิ้งคำว่า ‘แอบ’ ‘นอย’ หรือ ‘Lowkey’ ไปบ้างก็ได้ ถ้าในเวลานั้นรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เพราะการลดปัญหาหนักให้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เราจมดิ่งอยู่กับปัญหานั้นนานกว่าเดิม
ลองเปลี่ยนการพูดอย่าง “ฉันแอบนอย” เป็น “ฉันก็น้อยใจ” หรือ “ฉันแอบเศร้า” เป็น “ฉันเศร้า” ตัดคำที่ไม่จำเป็นออก แล้วมาพูดความในใจของตัวเองกันดีกว่า
ชางกะกาติทิ้งท้ายว่าการคุยเรื่องสุขภาพจิตควรเป็นเรื่องที่เปิดเผยได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะดูอ่อนแอ หรือไร้ค่า การพูดมันออกมาถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตได้
อ้างอิง:
click2pro.com
https://www.facebook.com/share/p/1BoigBvNEH/
