ใจบาดเจ็บ เสพติด วนลูป : บันไดลวงตาที่พาเราห่างไกลจากบริการสุขภาพจิต

ใครๆ ก็อยากระบาย อยากมีคนฟัง อยากมีเพื่อนคุย 

ลุงวินมอเตอร์ไซค์ในชุมชนคลองเตยก็เช่นกัน ปัญหาชีวิตอาจจะลดหลั่นต่างกันไปบ้าง แต่ถึงที่สุดแล้วพื้นที่รับฟังสำคัญ แต่วิธีของลุงคือตั้งวง

“ตั้งวงมันไม่ได้แค่เมาไง แต่มันได้ระบายด้วย มีเพื่อนคุย”

โต๊ะประจำของคนในชุมชนที่จะมาตั้งวงพูดคุยช่วงเย็น

ลุงสารภาพอย่างติดตลกในระหว่างที่เราชวนคุยเรื่องวิธีดูแลใจฉบับแบบพวกเขา คำพูดของคุณลุงทำให้นึกถึง ‘บันไดลวง’ บนกระดานเกมบันไดงู เกมบันไดงูเป็นภาพสะท้อนที่ดีของการจำลองเส้นทางของผู้คนที่พยายามเข้าถึงบริการสุขภาพจิต ทอยลูกเต๋าแต่ละครั้งเราก็ต่างหวังว่าจะโชคดีเดินไปตกช่องที่มีบันได เพื่อจะได้ใช้เป็นทางลัดเข้าสู่เส้นชัยให้ได้เข้ารับการรักษาไว ๆ แต่ในระหว่างทางนั้นกลับเจอบันไดลวงที่ไม่ได้พาเราเดินหน้าไปไหน ดูเผินๆ เหมือนจะช่วยพาเราไปข้างหน้า แต่แท้จริงแล้วบันไดลวงนั้นกลับพาเราห่างไกลจากการเยียวยาสุขภาพจิตที่แท้จริง

บันไดลวงเหล่านี้มาในรูปแบบของอาการเสพติดที่มอบความสุขชั่วครั้งชั่วคราว เช่น สารเสพติด อาหาร ความหวาน เซ็กซ์ หรือแม้แต่การเลื่อนหน้าจอส่องโซเชียลมีเดียไม่หยุดหย่อน สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากความทุกข์เพียงชั่วครู่ แต่กลับทำให้เราเสียโอกาสในการเดินไปข้างหน้าเพื่อเยียวยาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะกลุ่มคนจนเมืองที่เดินไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านขายของชำง่ายกว่าเดินทางไปเจอคุณหมอในห้องตรวจสุขภาพจิต

กองกระป๋องเบียร์ที่พบเห็นได้บ่อยบริเวณแยกขยะหน้าบ้านของสมาชิกชุมชน

ขาดสังคม จมกับความรู้สึกเพียงลำพังนำไปสู่อาการเสพติด

หากเราไม่เคยใช้สารเสพติดเลยเราอาจจะจินตนาการไม่ออกว่าเหตุผลใด หรือ แรงจูงใจอะไร ที่พาผู้คนไปอยู่ในจุดนั้น มีปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุของการมีอาการเสพติดของผู้คน ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันมากกว่า 20% ใช้เฮโรอีนในขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด หลังได้กลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีครอบครัวและเพื่อนสนับสนุน ทหารส่วนใหญ่เลิกยาได้เด็ดขาดโดยไม่ได้รับการบำบัด ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยงานวิจัยชิ้นสำคัญในปี 1970 ชื่อ สวนหนู (Rat Park) ของ ศาสตราจารย์บรูซ อเล็กซานเดอร์ (Bruce K. Alexander) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการเสพติด จากมหาวิทยาลัยไซม่อน เฟรเซอร์ (Simon fraser University) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเสพติดอาจไม่ใช่ผลลัพธ์จากการอยากรู้อยากลองโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับระดับความสุขและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เมื่อเขาใส่หนูไว้ในกรงเปล่าเพียงลำพังที่มีเพียงน้ำธรรมดาและน้ำผสมยาเสพติด หนูในกรงจะเลือกดื่มน้ำผสมสารเสพติดจนตาย แต่เมื่อนำหนูไปใส่ในกรง ‘สวนสวรรค์’ เพื่อจำลองชีวิตที่ดี ที่เต็มไปด้วยอาหาร ของเล่น และหนูตัวอื่น หนูที่มีเพื่อนและชวนกันไปเล่นของเล่นและกินอาหารด้วยกันส่วนใหญ่เลือกดื่มน้ำธรรมดา และมีบางตัวที่ใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยวทดลองชิมดื่มน้ำผสมสารเสพติด แต่ก็ไม่มีหนูตัวไหนในสวนสวรรค์ที่ดื่มน้ำผสมสารเสพติดจนตาย

เมื่อ ‘บันไดจริง’ หายาก ผู้คนจึงหันไปหา ‘บันไดลวงตา’

สภาพแวดล้อมของคนจนเมืองก็เหมือนอยู่ใน ‘กรงเปล่า’ แต่ว่ากรงเปล่าของพวกเขามีหน้าตาแตกต่างกันไปตามบริบทและวิถีชีวิต

กลุ่มคนจนเมืองเชิงรายได้ ต้องเจอกับความเครียดจากการหาเช้ากินค่ำ อยู่กับความขาดแคลนตลอดเวลา สำหรับพวกเขา การตั้งวงดื่มไม่ใช่แค่เรื่องของความมึนเมา แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ได้พูดคุย ระบายความเครียด ที่เข้าถึงได้ง่าย (เช่นเดียวกับหัวข้อ จะปรับวิธีเขียนอย่างไรให้มีทางออกที่ใช่) 

กลุ่มแรงงานย้ายถิ่น ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง มักจะเผชิญกับความโดดเดี่ยวและขาดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่อยู่อาศัย หลายคนอยู่เพียงลำพัง และถึงแม้พวกเขาอาจมีรายได้พอใช้จ่าย แต่ความว่างเปล่าในชีวิตก็มักผลักดันให้พวกเขาหันไปพึ่งพาการเสพติดวัตถุ เช่น การช้อปปิ้งกระหน่ำจนห้ามตัวเองไม่ได้ กินอาหารมากเกินไป  การติดโซเชียลมีเดียจนส่งผลกับการใช้ชีวิตหรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว หรือสำหรับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน อาจหันไปพึ่งสารเสพติดเพื่อช่วยให้มีแรงทำงานหนักไหวกลุ่มเด็กและเยาวชนในชุมชนคนจนเมือง เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับเพื่อน  อยากเตะบอลด้วยกันหรือวิ่งเล่นในลานกว้างก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เด็กวัยรุ่นหลายคนจึงหันไปพึ่งพาเกมออนไลน์ ที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกอยากมีตัวตนในโลกที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง

บรรยากาศหลังเลิกเรียนของโรงเรียนประจำชุมชน

“ลูกบ้านนั้นเขาติดเกมมาก ไม่ออกมาเจอใครเลย อยู่แต่ในห้องมืด ๆ แม่เขาก็มาปรึกษาเราเรื่อย มารู้ทีหลังว่าเป็นซึมเศร้า” คำบอกเล่าของป้าตุ๊ก จากชุมชนวัดโพธิ์เรียง สะท้อนถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ในความเงียบ เด็กบางคนที่ไม่มีทางออกจากความคาดหวังเรื่องเรียนจากครอบครัวและโรงเรียน ก็เลือกหลีกหนีความกดดันเหล่านั้นด้วยการหันไปพึ่งสารเสพติด

“เด็กรุ่นใหม่ ดูจากหลานเรานะ เรียนหนังสือถูกกดดันว่าจำเป็นต้องได้เกรดดี เข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ต้องการ พอเฟล ทำให้ตัวเองซึมเศร้า ไม่รู้ตัวหรอกว่าซึมเศร้านำไปสู่จิตเวช และความเครียดบางอันเขาไม่ปรึกษาคนในครอบครัว แต่ไปปรึกษาเพื่อน โดยไม่รู้ว่าเพื่อนที่ไปปรึกษาก็เป็นเหมือนกัน”

“ยามันหาง่ายมาก ยาบ้า กาว ได้หมด ขอเงินคน 5 บาท พอได้เงินก็เอาไปซื้อยา เพราะซื้อง่าย 20 บาทเอง” พี่ดาหนึ่งในคณะกรรมการชุมชนวัดโพธิ์เรียงพูดอย่างปลงๆ

เด็กขี่จักรยานเล่นบนถนนหน้าบ้าน

มองบันไดลวงให้ทะลุเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

“มีปัญหาเรื่องยาเสพติด ผู้ป่วยที่เกิดจากยาเสพติดก็เยอะอยู่ ผู้ป่วยทางจิตโดยกำเนิดก็มีแต่น้อยกว่าเรื่องยาเสพติด กาว ถ้าจาก 100 ก็ประมาณ 40 คนที่มีอาการเพราะยาเสพติด”

พี่ศักดิ์ หนึ่งในแกนนำคนรุ่นใหม่ชุมชนวัดโพธิ์เรียงเล่าให้พวกเราฟัง ข้อสังเกตนี้ชวนให้คิดว่า อาการเสพติดที่ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพจิตนั้น แท้จริงแล้วมักเป็นผลมาจากความทุกข์ทางใจที่ไม่ได้รับการเยียวยา ผู้คนที่เผชิญปัญหาเหล่านี้หันไปพึ่ง บันไดลวง ที่ให้ความสุขเพียงชั่วคราวและในที่สุดกลับทำให้ลืมการตามหาบันไดจริงที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน บันไดจริงเหล่านี้อาจหมายถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต หรือการได้กลับมาเชื่อมสัมพันธ์กับสังคมและชุมชนที่เข้าใจและเยียวยาบาดแผลในใจ

สติ๊กเกอร์รณรงค์เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนป้ายรั้วบ้านในชุมชน

แต่การเดินไปหาบันไดจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว เงิน และเวลา เมื่อบันไดลวงอย่างสารเสพติดหรือพฤติกรรมเสพติดเข้าถึงพวกเขาได้ง่ายกว่าบริการสุขภาพจิตของรัฐ ผู้คนจึงมีแนวโน้มเลือกสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีในทันที แทนที่จะเผชิญกับต้นตอของปัญหา

เสียงสะท้อนแห่งความท้าทายนี้ดังขึ้นจากหลายชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นสัญญาณเตือนว่าสังคมควรเริ่มต้นรับฟังและทุกภาคส่วนควรสร้างความร่วมมือ เพื่อทำให้ บันไดจริง เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมทั้งลดการตีตราผู้ที่มีอาการเสพติด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขาก้าวข้ามความทุกข์และกลับมามีชีวิตที่มีคุณค่าและมีความหมายอีกครั้ง

อ้างอิง

วิลกินสัน, ริชาร์ด. (2555). ความ(ไม่)เท่าเทียม (สฤณี อาชวานันทกุล, ผู้แปล). Openworlds.