มีคำกล่าวที่ว่า ‘คนเราไม่จากเป็นก็จากตาย’ ทั้งสองรูปแบบของการจากลาเกิดขึ้นกับครอบครัวของ ‘ก่อการ บุปผาวัฏฏ์’ ในวันที่พ่อจากเป็นด้วยเหตุต้องลี้ภัยทางการเมือง และจากตายด้วย ‘การถูกบังคับให้สูญหาย’
ไม่มีใครได้ตั้งตัวกับการจากไปตลอดกาลของ ‘ชัชชาญ บุปผาวัลย์’ หรือ ‘สหายภูชนะ’ อดีตนักเคลื่อนไหวที่ลี้ภัยทางการเมืองหลังรัฐประหารในปี 2557 มีเพียงลางบอกเหตุจากความฝันของก่อการผู้เป็นลูก
วันเกิดของพ่อในปี 2561 ไม่เหมือนวันเกิดของพ่อในทุกๆ ปี ก่อการไม่สามารถติดต่อพ่อได้ หลังจากนั้น 4-5 วันเขาได้ฝันถึงพ่อของเขา
ในฝันมีขวดที่บรรจุกระดาษอยู่ข้างในลอยน้ำมา กระดาษภายในขวดเปื่อยยุ่ยจนอ่านไม่ได้ความ ต่อมาเขาเห็นคนกระโดดร่ม เขาจับเชือกของนักกระโดดร่ม ค่อยๆ สาวเข้ามาหาตัว ปลายเชือกปรากฏเป็นกระสอบลักษณะคล้ายร่างมนุษย์ ก่อการตกใจตื่นจากฝัน

ไม่กี่วันต่อมา ร่างของชัชชาญพ่อของเขาก็ลอยมาเกยริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ก่อการมีความเชื่อว่าร่างของพ่อมาเกย ณ จุดนี้ได้เป็นเพราะความผูกพัน นครพนมคือบ้านเกิดของพ่อ ร่างของพ่อถูกกระทำอย่างโหดร้าย เกินกว่าที่มนุษย์จะทำต่อกัน
“ใครเป็นคนทำ?”
คำถามนี้ยังคงไม่ได้รับคำตอบจนปัจจุบัน
ถึงอย่างนั้นก่อการไม่ได้รู้สึกโกรธผู้ที่ลงมือต่อชีวิตของพ่อ หากจะโกรธแค้นต้องโกรธผู้ที่สั่งการมากกว่า เพราะอำนาจในมือบดบังความเป็นมนุษย์ในเนื้อตัวของทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ถูกกระทำ ฝั่งหนึ่งเป็นเครื่องมือ ขณะที่ชีวิตของอีกฝั่งก็ง่ายต่อการตัดทิ้ง
เรื่องนี้คือจริงของ ‘ชัชชาญ บุปผาวัลย์’ ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์สารคดีสั้น ‘Midnight Bloom’ กำกับโดย วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์

ประโยคหนึ่งของก่อการในสารคดีสั้นชวนให้เราที่เป็นคนดูคิดตาม “แค่ผมคิดภาพว่าตัวเองต้องฆ่ากระต่ายสักตัวหนึ่ง คว้านท้องมัน…แต่นี่มันเกิดขึ้นกับคน” สิ่งนี้สะท้อนความรู้สึกอีกด้านหนึ่งที่ก่อการมีต่อนักฆ่าคนที่ฆ่าพ่อของเขาว่าการที่คนคนหนึ่งถูกฝึกให้ปลิดชีพคนอื่นอย่างทารุณได้ ก็น่าจะเจอความรุนแรงที่หนักหนามาเช่นกัน
Midnight Bloom เผยให้เห็นช่วงเวลาหลังการจากไปของพ่อ ก่อการเห็นตัวตนของพ่อชัดขึ้นจากร่องรอยในอดีต พ่อที่อยากมีหน้ามีตาในสังคมเครือญาติ พ่อที่เดินเข้าสู่เส้นทางการต่อสู้ทางการเมือง พ่อที่อยากทำธุรกิจ พ่อที่เจ้าชู้มีแฟนหลายคน พ่อที่สะสมอาวุธ ก่อการยอมรับว่าในหลายๆ เรื่องเขาไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของพ่อ แต่ปัจจุบันเขามองพ่ออย่างเข้าใจ มองพ่อว่าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง
พ่อจากก่อการไปในวัย 56 ก่อการได้แต่จินตนาการว่าเมื่อเขาอายุ 56 ปีเท่าพ่อ เขาจะตกตะกอนอะไรได้ลึกซึ้งขึ้นหรือไม่ อาจมีบางอย่างที่เลือนหายไปตามกาลเวลา หรือไม่บางเรื่องอาจกระจ่างแจ้งในใจมากขึ้นกว่าเดิม

ก่อการกล่าวใน Midnight Bloom ว่าอยากมีโอกาสพูดคุยกับพ่ออีกสักครั้ง อยากถามพ่อถึงความจริงที่ยังไม่มีคำตอบ ทั้งเรื่องความตายและชีวิต
ตลอดเวลา 17 นาทีของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ ไม่มีคำว่า ‘ผู้จากไปไปทำอะไรผิดมา’ ไม่มีคำว่า ‘ผู้จากไปฝักใฝ่ฝ่ายไหน’ มีเพียงหลักฐานความโหดร้ายที่มนุษย์ทำต่อกัน และความทรงจำของลูกชายที่มีต่อพ่ออย่างตรงไปตรงมา
ภาพยนตร์สารคดีสั้น Midnight Bloom เป็นหนึ่งใน 6 ภาพยนตร์สั้นที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติ What the Doc! (WTD!) สายประกวดภาพยนตร์สารคดีไทย ปี 2568
