เพราะน่ารัก ก็เลยอยากเช่ามาบูชา :  การปรับตัวของ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ สนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่หันมาพึ่งโชคลางมากขึ้น เหตุผลที่ทำให้ ‘มูเตลู’ บูมในไทย

กำไลใส่แล้วดวงดี วอลล์เปเปอร์เสริมดวง ตารางสีเสื้อมงคล

รูปแบบ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ ในวันนี้ ที่ภาพลักษณ์ถูกทำให้ ‘น่ารัก’ ขึ้น เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หันมาหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น จนทำให้ ‘มูเตลู’ เป็นกระแสบูมในไทยอย่างทุกวันนี้

เดอะการ์เดียน (The Guardian) สำนักข่าวจากอังกฤษ เผยแพร่บทความที่วิเคราะห์ว่าทำไมมูเตลู ถึงได้รับความนิยมในไทยอย่างมาก จนแตกยอดไปยังธุรกิจอื่นๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อป (Pop Culture) เพราะสภาพสังคมที่ไม่มีความแน่นอน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือการเกิดโรคระบาด ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องการที่พึ่งทางใจ เลยหันมาหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เกิดเป็นคำเรียกสิ่งนี้ว่า ‘การมูเตลู (Muteluh)’

เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ รูปลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงเปลี่ยนไป จากสร้อยที่ห้อยพระหลายๆ องค์ ตะกรุดที่ผูกกับเชือกหนาๆ หรือพระพุทธรูปที่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม สิ่งเหล่านี้ถูกปรับให้มีความน่ารักขึ้น สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น หมวดเครื่องประดับก็มีตั้งแต่แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ ต่างหูที่ผ่านการทำพิธีเป็นของศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่อยากสวมใส่ก็มีให้เลือกอย่างตั้งภาพหน้าจอด้วยวอลล์เปเปอร์เทพต่างๆ หรือพกเป็นการ์ดไว้ในกระเป๋า เป็นต้น 

คำว่า ‘มูเตลู’ ข้อมูลจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร อธิบายว่า อาจเป็นคำที่ผวนมาจากชื่อภาพยนตร์สัญชาติอินโดนีเซีย ‘Penangkal limu Teluh’ หรือที่แปลเป็นไทยว่า ‘มูเตลู ศึกไสยศาสตร์’ ออกฉายในปี 1979 มูเตลูกลายเป็นคำแทนความเชื่อในวัตถุและเครื่องรางของขลัง ที่เริ่มจากกำไลข้อมือและตะกรุด ก่อนจะกลายร่างเป็นเครื่องรางในรูปแบบต่างๆ

ความเชื่อในเครื่องรางปรากฏอยู่หลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น ที่ญี่ปุ่น นิยมพกเครื่องรางที่เรียกว่าโอมาริ (Omamori) เป็นถุงผ้าขนาดเล็กที่ปักลายต่างๆ ข้างในจะบรรจุเครื่องรางต่างๆ ฝั่งตะวันตกก็มีเครื่องรางที่มีลักษณะเป็นตาข่ายเรียกว่า ‘ตาข่ายดักฝันร้าย (Dream Catcher)’ เชื่อกันว่า ถ้าวางไว้ตรงเตียงนอนจะช่วยให้คนนอนไม่ฝันร้าย และป้องกันสิ่งอันตรายที่จะเข้ามา

บทความของศูนย์มนุษยฯ หยิบงานวิจัยที่ศึกษาความเชื่อไสยศาสตร์ในโลกยุคใหม่ พบว่า คนมีการนำความเชื่อไสยศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาผสมผสานกับระบบเศรษฐกิจ หรือโลกทุนนิยม เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้สิ่งนี้ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตพวกเขา

เครื่องรางมีเพื่อปกป้องเจ้าของจากอันตรายต่างๆ ในทางหนึ่งก็ทำให้เจ้าของรับรู้ถึงการมีตัวตน (Self – Contained Entity) มีผลต่อการเลือกว่าจะใช้ชีวิตเช่นไร ส่วนตัวเครื่องรางเองที่ดูเหมือนจะอยู่ในการควบคุมของมนุษย์ แต่มันก็มีเรื่องราวและคุณค่าในตัวเอง แม้ว่ากาลเวลาผ่านไป เครื่องรางรุ่นเก่าอาจไม่มีคนสนใจ เท่าของขลังที่มาใหม่ แต่การมีอยู่ของมันก็ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง ร่วมกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์

กระแสมูเตลูในไทย นอกจากปริมาณการเกิดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่ๆ และจำนวนคนที่เข้าถึง มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อป ในมุมมองของผศ.ดร.คมกฤต อุ่ยเต็กเค่ง อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทุกๆ อย่างหยิบมูเตลูเข้าไปใส่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเพลง รายการ ซีรีส์ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งอาหาร เช่น เบอร์เกอร์สายมู อาหารตะวันตก ที่ถูกปลุกเสกและลงยันต์บนตัวขนมปัง ทำให้ใครที่กินจะช่วยเสริมดวง เลยเกิดคำว่ามูเก็ตติ้ง (Mu-Keting) ล้อมาจากคำว่า Marketing หรือการทำการตลาด 

กาชาปอง วัฒนธรรมจากญี่ปุ่นที่กำลังนิยมในไทย ตู้ขายของอัตโนมัติที่มีจุดเด่น คือ ของที่ซื้อจะได้แบบสุ่ม คนซื้อได้ลุ้นว่าตัวเองจะได้อะไร ก็มีการเอามูเตลูไปผสมเกิดเป็นกาชาปองเทพต่างๆ พระพิฆเนศมักได้รับความนิยมที่สุด 

รูปแบบเหล่านี้อาจให้บางคนตั้งคำถามว่า สิ่งเหล่านี้จะยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ แต่อีกทางหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ความศักดิ์สิทธิ์ หรืออภินิหาร ไม่ใช่สิ่งเดียวที่คนมองหาจากของเหล่านี้ การมีที่พึ่งทางใจ ก็เป็นเรื่องที่คนต้องการ ทำให้ไม่ว่าจะเครื่องรางของขลังจะมาด้วยรูปแบบไหน แต่ทำให้คนครอบครองอุ่นใจได้ก็เพียงพอแล้ว

ติ๊กต็อก (Tiktok) ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนใช้มากขึ้น จากผลสำรวจการใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยปี 2023 Tiktok ติดเป็นอันดับ 4 มียอดการใช้งานประมาณ 78.2% ของแพลตฟอร์มโซเชียลทั้งหมด ปัจจุบันมียอดคนใช้งานประมาณ 1.22 พันล้านยูสเซอร์ ยิ่งทำให้คนเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ด้วยฟังก์ชันแพลตฟอร์มที่สามารถซื้อ-ขายของได้ มีสินค้าให้เลือกมากมาย ของขลังเครื่องรางก็เป็นสิ่งที่เราหาได้จากที่นี่ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อที่วัดดังๆ เท่านั้น

ศุภณัฐ จันทร์สกุลให้สัมภาษณ์กับเดอะการ์เดียน โชว์สร้อยข้อมือที่เขาสวมใส่มีจี้พระพิฆเนศ ศุภณัฐเชื่อว่า จะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงาน และการเรียนในระดับปริญญาโท พร้อมกับโชว์หน้าจอโทรศัพท์ที่ตั้งภาพเป็นเทพเจ้าที่ช่วยเรื่องความรัก ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ก็ทำคล้ายๆ กัน

ในมุมศุภณัฐ คิดว่า การเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บูชา มูเตลู หรือจะใช้คำว่าอะไรก็ตาม ยังคงมีอยู่ในสังคมอีกนานเท่านาน มันอาจจะมีรูปแบบที่ต่างไปตามที่คนต้องการ คนสูงวัยอาจจะชินกับการสะสมพระเครื่อง มีหิ้งพระใหญ่ๆ ในบ้าน หรือคนหนุ่มสาวเองที่ชอบตั้งวอลล์เปเปอร์นำโชคมากกว่า เพราะมนุษย์ยังคงมีความปรารถนา และสิ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้ความปรารถนาเป็นจริง

“เพราะการเป็นมนุษย์ เรามักมีเรื่องที่รู้สึกไม่พอใจ ไม่ว่าจะงานที่ทำ หรือความสัมพันธ์ที่มี เพราะเราต่างต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ตัวเราควบคุมได้ยาก จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมความเชื่อพวกนี้ยังคงมีอยู่ในสังคม”

อ้างอิง