วอลล์เปเปอร์มงคล – ดูดวงออนไลน์ – สาธุ 99 : ถอดรหัสมูเตลูในยุคดิจิทัลที่ทำให้พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่ต้องเจอหน้า

เคยสังเกตไหมว่า ‘ความเชื่อ’ อยู่รอบตัวเราเสมอ

บางคนอาจคิดว่า เดี๋ยวพอโลกพัฒนาไปข้างหน้ามากขึ้นจนแทบจะส่งทุกคนขึ้นยานไปทัวร์อวกาศได้ พวกความเชื่อที่จับต้องไม่ได้อย่าง ‘ศาสตร์แห่งการทำนายและเสริมโชคชะตา’ หรือ ‘ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์’ จะหายไป เหลือแต่สิ่งที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์เท่านั้น 

แต่พอย้อนกลับมาดูในโลกความเป็นจริง เรากลับเจอกระแส ‘มูเตลู’ แทบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่มุมไหนของโลกก็ต้องมีใครสักคนในสังคมนั้นเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อในโชคชะตา

มูเตลู (น.) สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ เรื่องลี้ลับ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ การดูไพ่ การเสริมดวงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ฯลฯ

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดกันไปเอง เพราะนิตยสาร The Wired ระบุว่า ในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลง และปัญหาสิ่งแวดล้อม คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องดวงดาว โหราศาสตร์ และศาสตร์ลึกลับกันมากขึ้น เพราะความรู้สึกเหล่านี้ทำให้คนรุ่นใหม่มองหาความมั่นคงทางจิตใจ และคำตอบในเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อลดความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

โดยหวังลึกๆ ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องช่วยเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยิ่งตอนนี้การมูง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลทำให้การมูเตลูไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะทางกายภาพเสมอไป แพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Facebook, Youtube, Tiktok หรือแม้กระทั่ง Zoom โปรแกรมที่ใช้สำหรับประชุมออนไลน์ ก็สามารถเป็นตำหนักของผู้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทุกแขนงได้

จากเดิมที่ต้องเช่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบูชา ก็เปลี่ยนเป็นโหลดวอลล์เปเปอร์หน้าจอมือถือเสริมดวงมาใช้ ผลทางใจที่ได้ก็ไม่ต่างกัน ถ้าไม่ว่างไปทำบุญตามวันเวลาที่ร่างทรงให้ไว้ ก็แค่เปิดถ่ายทอดสดพิธีกรรมของร่างทรงคนนั้น แล้วพิมพ์ชื่อตัวเองลงในช่องคอมเมนต์ ก็ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว

ซึ่งนับว่าเป็นการปรับตัวของสิ่งศักด์สิทธิ์และความเชื่อให้คงอยู่ต่อไปในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

ถ้าไม่ได้เจอแม่หมอต่อหน้าแล้วจะเชื่อได้ไงว่าศักดิ์สิทธิ์จริง?

ภายในห้องอภิปราย ‘ผี คน หมอเหยา และภูเขาศักดิ์สิทธิ์ การบรรจบกันของมนุษย์กับสิ่งอื่น’ ณ งานพหุปฏิสัมพันธ์: มนุษย์กับสิ่งไม่ใช่มนุษย์ (Interactive Pluralism: Human-Nonhuman) โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ผศ.คร.กังวาฬ กองแก้ว ได้พูดถึงการใช้กลไกของศาสนาผีแทรกซึมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และฉกฉวยพื้นที่เสมือนบนแพลตฟอร์มให้กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แทนพื้นที่กายภาพดั้งเดิม ภายใต้หัวข้อ แพลตฟอร์มออนไลน์ในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของกลุ่มร่างทรงและผู้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเกย์และผู้หญิงข้ามเพศ 

ผศ.ดร.กังวาฬ ได้ทำการวิจัยว่ากลุ่มร่างทรง หมอดู และผู้ประกอบพิธีกรรม หรือที่เรียกโดยรวมว่า ‘ผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณ’ ทำอย่างไรให้แพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นพื้นที่ที่คนเชื่อว่ามีความขลังต่อให้ไม่ได้เจอหน้า โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์เชิงนาฏกรรมหรือละคร (Dramaturgy) แนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในสังคมของเออร์วิง กอฟมัน (Erving Goffman) นักสังคมวิทยาชาวแคนาดา มาอธิบายวิธีการ ‘สร้างพื้นที่’ และการ ‘สร้างตัวตน’ ของผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณ

การทำให้พื้นที่ออนไลน์กลายเป็นลานพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณ จึงสามารถสรุปออกเป็นปฏิบัติการสั้นๆ ได้ 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่

(1) พยากรณ์ผ่านการใช้ศาสตร์ที่หลากหลาย

1 ในผู้ให้สัมภาษณ์ซึ่งเป็นหมอดูเล่าให้ผศ.ดร.กังวาฬฟังว่า การดูลายมือตัวต่อตัวมีความแม่นยำก็จริง แต่พอย้ายไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แทนที่จะดูดวงได้ทีละคน ก็สามารถใช้ศาสตร์อื่นมาประกอบ และดูดวงพร้อมกันได้เป็นร้อยๆ คน โดยที่ความแม่นยำไม่ต่างกัน

ซึ่งการประกอบพิธีกรรมออนไลน์ นอกจากจะเพิ่มจำนวนคนได้อย่างไม่จำกัด ผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณก็สามารถควบคุมพิธีกรรมของตนได้ทุกซอกทุกมุม

อาทิ จากเดิมหากไปประกอบพิธีกรรมร่วมกัน 10 คน ผู้ร่วมพิธีกรรมอาจจะวอกแวก มองซ้ายมองขวา เสียสมาธิ แต่พอเปลี่ยนเป็นร่วมพิธีกรรมผ่านโปรแกรม Zoom ร่างทรงสามารถตั้งกล้องเลือกนำเสนอเฉพาะส่วนที่สำคัญได้ ผู้เข้าร่วมพิธีก็จะมีสมาธิมากขึ้น

หรือสำหรับบางพิธีที่ต้องการสร้างความประทับใจ ผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณก็สามารถเติมแต่งเอฟเฟ็กต์เสียง รีทัชภาพ สร้างความศักดิ์สิทธิ์ที่มากกว่าการร่วมพิธีทางกายภาพ ซึ่งทั้ง 2 ตัวอย่างนี้เป็นการประยุกต์ใช้ทั้งศาสตร์ด้านความเชื่อและศาสตร์ด้านเทคโนโลยีร่วมกัน

(2) ปรับใช้ศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป

ช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่หลายๆ คนประสบกับปัญหาด้านสุขภาวะทางใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความเครียดที่เกิดจากการตกงาน กลัวว่าโควิดจะพรากชีวิตคนในครอบครัวไป ตลอดจนความเครียดที่ไม่สามารถออกไปไหนได้อย่างอิสระ เหล่าผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณจึงค่อยๆ ขยับขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์เพราะคนที่ต้องการที่พึ่งทางจิตใจไม่สามารถเดินทางมายังพื้นที่พิธีกรรมได้

แต่พอสถานการณ์กลับเป็นปกติ บางคนโหยหาการเข้าร่วมพิธีกรรมในพื้นที่จริง เหล่าพ่อมด แม่หมอ และคนทรงบางคนจึงปรับตัวอีกครั้งโดยการให้บริการแบบไฮบริด (Hybrid) ที่ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมออนไลน์หรือออฟไลน์

ผศ.ดร.กังวาฬ เล่าว่า คนรุ่นใหม่บางคนไม่สามารถจุดเทียนในที่พักอาศัยได้ เพราะอยู่ในคอนโดที่มีข้อจำกัด เขาจึงจำเป็นต้องเดินทางไปร่วมพิธีถึงสถานที่จริง แต่พอดูฤกษ์ยามกลับไม่สะดวกเพราะเป็นเวลาเลิกงานพอดี รถติด อาจจะไปไม่ทันฤกษ์ ผู้ให้บริการก็จะเสนอให้ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมร่วมพิธีผ่านไลฟ์ โดยที่เขาจะเป็นคนใส่ชื่อ-นามสกุลไว้ให้ การันตีทั้งความขลังและความสะดวกสบาย

1 ในจุดที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันการมูเตลูมีการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างสูง จนถูกสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรียกว่า ปรากฏการณ์มูเก็ตติ้ง เหล่าผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณจึงเกิดการหลอมรวมสื่อ (Media Convergence) หรือการให้บริการผ่านหลายแพลตฟอร์มเพื่อดึงความสนใจของคนในสังคม

จากในยุคแรกที่ไลฟ์ผ่าน Facebook อย่างเดียว ก็เปลี่ยนเป็นนำไลฟ์มาตัดเป็นคลิปสั้นเพื่อเผยแพร่ลง TikTok ด้วย และถ้าคนสนใจดูดวงแบบส่วนตัว ก็แนบ LINE Official ไว้ในแคปชันเพื่อให้คนติดต่อเข้าไป โดยจะมีทีมงานหลังบ้านที่คอยช่วยบริหารจัดการอีกที

และหากต้องการตีตลาดคนยุคใหม่ เหล่าผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณก็จะเสนอบริการที่มีความทันสมัยมากขึ้น ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ เปิดประมูลภาพ NFT มงคล, ขายวอลล์เปเปอร์เสริมดวง หรือแม้กระทั่งทำอาร์ตทอยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกมาขาย

(3) สร้างตัวตนและชุมชนผู้ติดตาม

นอกจากจะชูความขลังของพิธีกรรมเป็นจุดขายแล้ว ในยุคสมัยนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ตัวตนของผู้ให้บริการทางจิตวิญญาณ ทำให้ผู้ให้บริการบางคนมีทั้งแพลตฟอร์มหลักและแพลตฟอร์มส่วนตัวให้คนได้รู้จักมากขึ้น

เช่น ในแพลตฟอร์มหลักนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับดวงชะตาแบบจริงจัง ในแพลตฟอร์มส่วนตัวก็จะนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้ง่ายแทน ทำให้เกิดผู้ติดตามทั้งคนที่เป็นสายมู และคนที่ถูกใจในไลฟ์สไตล์จนอยากเป็นแฟนคลับ

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างชุมชนของตัวเอง ผ่านเทคนิคต่างๆ เช่น ภาษาลู เพื่อจับกลุ่มเพศหลากหลาย (LGBTQ+) หรือภาษาเจน Z เพื่อจับกลุ่มคนยุคใหม่

ซึ่งการสร้างชุมชนทำให้ผู้ติดตามเกิดความเชื่อว่าพื้นที่ออนไลน์ตรงนี้ เป็นพื้นที่พิธีกรรมที่สามารถวางใจได้ และสามารถสอบถามได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวในประเด็นอ่อนไหวมากแค่ไหนก็ตาม

มูเตลู Never Die

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นแค่ไหน ความเชื่อในโชคชะตา หรือการมูเพื่อเสริมดวงก็ไม่ได้หายไป มิหนำซ้ำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขึ้นไปอีก

ในวันนี้ เรามีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทำให้คนจากอเมริกาสามารถต่อชะตาออนไลน์ข้ามพรมแดนไปพร้อมกับคนในประเทศไทยแล้ว ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะมีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในโลกเสมือนจริงอย่าง Metaverse และมี AI เป็นแม่หมอพ่อครูก็ได้

อ้างอิง