หมอดู ดูดวง

คนแรกของปีที่อยากให้ทักคือ ‘หมอดู’ ที่ปรึกษา ไม่จ่ายยา แต่รับฟัง

“ลองไปหาหมอดูไหม”

คำแนะนำที่เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกกับเราไว้ ตอนที่เราปรึกษาว่ารู้สึกสับสนกับชีวิต ไม่รู้จะเดินไปไหนต่อดี หรือจะทำอะไรดี หมอดูคือคนที่เพื่อนเราแนะนำให้ไปปรึกษาเรื่องนี้ เหตุผลหนึ่งเพราะเขาบอกอนาคตที่เกิดขึ้นกับเราได้ (ส่วนจะแม่นหรือไม่แม่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) 

“คนที่มาดูดวงคือคนที่มีความทุกข์”

ตรงกับที่ ‘พี่หนึ่ง’ ทิพรดา จำปานิล บอกเราว่า ความสามารถอย่างหนึ่งของ ‘หมอดู’ คือช่วยคลายความทุกข์ หรือให้คำแนะนำคนที่กำลังมีปัญหาได้

หมอหนึ่ง ทิพรดา จำปานิล

‘หมอหนึ่งสายมู’ เป็นชื่อที่พี่หนึ่งใช้ในวงการนี้ รับดูดวงผ่านการเปิดไพ่ยิปซี ศาสตร์ที่พี่หนึ่งได้เรียนรู้ช่วงที่อยู่ในเรือนจำ พอออกมาแล้วพี่หนึ่งเลยใช้เป็นเครื่องมือหาเลี้ยงตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการทำงานประจำ

ปริมาณคนที่มาดูดวงกับพี่หนึ่งอาจไม่ได้เยอะเท่าหมอดูดังๆ เพราะพี่หนึ่งมีงานประจำที่ต้องทำ ทำให้เวลาที่ดูดวงได้จะเป็นหลังเลิกงาน หรือช่วงวันหยุด แล้วคนที่มาดูกับพี่หนึ่งส่วนใหญ่มักมาด้วยเหตุผลคล้ายๆ กัน (อาจจะรวมเราด้วย) คือ มีปัญหาชีวิต เจอเรื่องที่คิดไม่ตก หรืออยากปรึกษาว่าพวกเขาสิ่งที่อยากทำ ทำดีไหม จะรุ่งหรือพลาด

พี่หนึ่งเลยรับบทเป็นที่ปรึกษาให้กับคนที่ต้องการ โดยเธอทำหน้าที่รับฟัง พร้อมให้คำแนะนำ แล้วก็มี ‘คำทำนายจากไพ่’ เป็นตัวช่วย

ชวนไปคุยกับพี่หนึ่งถึงการรับบทบาทเป็นที่ปรึกษา ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในชีวิต แต่รับฟังและให้คำแนะนำคนที่ต้องการได้เสมอ (หรือใครสนใจอยากลองดูไพ่กับพี่หนึ่ง สามารถติดต่อได้ที่เพจหมอหนึ่ง พยากรณ์ไพ่ยิปซี)

ช่วงนี้คิวดูดวงของพี่หนึ่งเป็นยังไงบ้าง?

ตัวเรามีงานประจำด้วย เพราะงั้นการดูดวงเลยได้แค่ช่วงวันหยุด หรือหลังกลับจากทำงาน เราถึงบ้านประมาณ 6 โมงเย็น เปิดดูดวงช่วงทุ่ม – สองทุ่ม ถ้าวันหยุดเราจะรับดูดวงได้ประมาณ 5 – 10 คน ส่วนหลังเลิกงาน 3 – 4 คน

เรื่องที่เขามาดูล่ะ

เอาแบบไม่เฉพาะช่วงสิ้นปีนะ หลักๆ เลยเปิดไพ่ครั้งแรกไพ่จะบอกก่อนว่าคนคนนี้เป็นยังไง การเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ เป็นต้น พอฟังจบคนก็จะถามเรื่องที่คาใจ เช่น การเงินจะดีขึ้นไหม ความรักจะเป็นยังไงต่อ 

ถ้าเปิดเจอไพ่ที่คำทำนายไม่ค่อยโอเค หรือมีการเตือนบางอย่าง พี่หนึ่งก็จะแนะนำให้ไปทำบุญ ไปทำโน่นนี่นั่น โดยไม่เรียกเงินจากเขาเพิ่มนะ

ช่วงปีใหม่บางคนจะเริ่มวางแพลนแล้วว่าปีนี้จะทำอะไร หมอดูก็อาจจะเป็นคนคนหนึ่งที่พวกเขามองหาเพื่อช่วยวางแผนชีวิต พี่หนึ่งเคยเจอไหม?

มีนะ แต่เราขอเรียกว่าเป็นการ ‘แนะแนวทาง’ ดีกว่า แต่ก่อนอื่นเราจะให้ลูกค้าลิสต์มาว่าเขาถนัดทำอะไร อยากจะทำสิ่งไหน ลิสต์มาเลย 4 – 5 ข้อ แล้วมาคุยกับเรา เราก็จะมีหลักดูว่าราศีเขาควรทำอะไร สิ่งไหนที่เหมาะ-ไม่เหมาะ คำทำนายไพ่เป็นยังไงกับเรื่องนี้

อย่างตัวอย่างบางคนบอกว่าอยากขายก๋วยเตี๋ยว มันเป็นของร้อน แต่ธาตุคนนี้เหมือนกับทำอะไรที่เย็นๆ เราก็จะลองแนะนำว่าขายน้ำเพิ่มได้ไหม เขาอาจจะตอบว่าขายไม่ได้ ทำไม่ไหว เราก็จะแนะวิธีแก้ไขอื่นๆ เช่น ลองเอาอ่างน้ำไปตั้งในร้านไหม หรือเอาอะไรที่เป็นธาตุเย็นไปไว้ในร้าน เพราะขายแต่ก๋วยเตี๋ยวมันร้อนไป

คล้ายๆ พี่หนึ่งเป็นที่ปรึกษาให้คนที่มาดูดวง

ใช่ๆ เอาสิ่งที่เขาอยากทำเป็นตัวตั้ง มีไพ่ของเราเป็นไกด์ไลน์แนะนำแนวทางเพิ่ม เพราะถ้าเราบอกว่าให้เขาทำอะไร เช่น ถ้าเปิดร้านเสริมสวยจะรุ่งเลย บางคนอาจจะบอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากทำ เราก็ต้องแนะนำสิ่งที่เขาสามารถจับต้องได้ เป็นภาพที่เขามองเห็นและปฏิบัติได้จริง 

คำทำนายจากไพ่คงไม่ใช่สิ่งเดียวที่พี่หนึ่งใช้แนะนำคนอื่น

การดูดวงไม่ใช่พูดตามหน้าไพ่แล้วบอกได้โดยตรง เช่น เปิดไพ่มาบอกว่า คุณทำค้าขายไม่ได้ เจ๊งแน่ๆ ถ้าคนดูเขาอยากทำสิ่งนี้แล้วเราพูดคำทำนายออกไป เขาจะรู้สึกยังไง? บางคนกำลังเครียดๆ เลย อยากลาออกมาขายของดีไหม ขายของก็เจ๊งอีก บางอย่างเราพูดกับลูกค้าตรงๆ ไม่ได้ ต้องหาคำพูด หรือโน้มน้าวเขาที่ไม่ได้ฉีกออกจากคำทำนายของไพ่ เราจะบอกเหตุและผลให้ลูกค้าตัดสินใจเอง

พี่หนึ่งคิดว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเลือกมาปรึกษาหมอดู แทนที่จะไปคุยกับคนอื่นๆ หรือคนที่เขารู้จัก

เราว่าเพื่อความมั่นใจ ความกล้าที่จะตัดสินใจ หรือได้มีใครสักคนรับฟังเรื่องราวของเขา บางคนกลัวการตัดสินใจเอง กลัวพลาด หรือเคยพลาดมาแล้ว หมอดูก็เป็นที่พึ่งทางใจได้อย่างหนึ่ง แนะแนวทางให้เขาได้

ความพิเศษของคำปรึกษาจากหมอดู นอกจากความแม่น

ถ้าเอาจากประสบการณ์ที่เราดูดวงมา เรารู้สึกว่าหมอดูเป็นที่รองรับของคนที่เครียดและคิดไม่ออก อาจจะมีปัญหาชีวิต เคยคิดผิด หนึ่งเลยอาจเป็นหมอดูที่รับฟังความทุกข์ของลูกค้า แล้วมีหน้าไพ่แนะนำสิ่งที่ทำให้ชีวิตเขาดีมากขึ้น

หมอหนึ่ง ทิพรดา จำปานิล

เหมือนคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่พี่หนึ่งมี คือ ไม่ตัดสินว่าสิ่งที่คนคนนั้นคิดหรืออยากทำมันผิด ซึ่งเขาอาจจะเคยเจอคนอื่นบอก

การเป็นหมอดูสำหรับเรา เราจะพูดแบบนั้นไม่ได้ คนที่มาดูดวงคือคนที่มีความทุกข์ บางคนมีหน้าที่การงานดีมากๆ เงินทองบ้านพร้อม แต่เขาอาภัพเรื่องความรัก มาดูไพ่กับเราก็ถามแต่เรื่องความรัก ถามจนเราไม่รู้จะตอบยังไงแล้ว เราก็ต้องดูว่าพื้นดวงลูกค้าคนนี้เป็นคนยังไง พาเขาให้ออกไปคุยเรื่องอื่นๆ ออกจากสิ่งที่เขาพะวงอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ละคนจะมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ไม่สมหวัง 

แล้วการบอกคำทำนายมีวิธีการ หรือข้อควรระวังไหม

บางทีเราจะใช้คำว่า ‘ระวัง’ แทน เช่น ไพ่บอกว่าจะมีคนในครอบครัวเขาตาย เราต้องเลี่ยง ห้ามพูด หรือบางเรื่องถ้าเราพูดไป แล้วลูกค้ามีพื้นดวงเป็นคนที่อ่อนแอ เราก็ไม่ควรพูด เช่น เขาจะเป็นโรคร้าย เราก็จะบอกว่าให้ดูแลสุขภาพนะ ถ้ามีโอกาสไปตรวจสุขภาพด้วยก็ดี แล้วระวังโรคนี้ๆ จะพูดหลายๆ โรค รวมถึงโรคที่ไพ่บอก ตีความกว้างๆ ไว้ เขาจะรู้เองจากการที่ไปหาหมอ

ถามว่าทำไมไม่พูดกับลูกค้าตรงๆ เพราะพื้นดวงแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีทั้งคนที่รับได้และรับไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคำทำนายทำนองนี้เราก็จะหลีกเลี่ยงการพูดตรงๆ

เป็นที่ปรึกษาชีวิตให้คนอื่นแล้ว มันช่วยในการจัดการชีวิตเราด้วยไหม?

เราก็เปิดไพ่ดูตัวเองเหมือนกันนะ แต่คนที่รู้ไพ่มันก็จะมีข้อเสียเหมือนกัน ข้อเสียของเราคือดื้อรั้น จะไม่ฟังตัวเอง ไม่เชื่อคำทำนาย ‘ฉันไม่ได้เป็นแบบนี้’ หรือทั้งๆ ที่เรารู้แล้วว่าไพ่เตือนเรื่องนี้ แต่เราก็จะเถียงกลับ แต่ก็จะระวังอยู่นะ

เหมือนลูกค้าเราเอง 

ใช่ พลาดก็มีนะ รู้ตัวด้วยว่าจะพลาด แต่ก็เถียงไง เหมือนที่ลูกค้าเถียงเรา หมอดูส่วนใหญ่เลยดูดวงตัวเองไม่ได้ เพราะไม่รับคำทำนายตัวเอง 

ระหว่างรับมือกับตัวเอง กับรับลูกค้า อันไหนยากกว่ากัน

เรารู้จักตัวเองอยู่แล้ว เราก็จะปรับตัว จากที่ดื้อๆ ไม่เชื่อ เช่น ถ้าคำทำนายเกี่ยวกับการเดินทาง เราก็จะมีสติมากขึ้น หรือถ้าไพ่บอกว่าระวังมีปากเสียงกับคนรอบข้าง เราก็จะระวังๆ ตัวไว้