Redlife

Red Life ชีวิตรักที่คนชายขอบต้องดิ้นรน เมื่อความจนเป็นอุปสรรคใหญ่ของการมีความรักที่ดี

“เราอยากหายไปจากชีวิตนี้”

“ทำไมล่ะ”

“มันน่ารังเกียจ”

บทสนทนาตอนต้นเรื่อง ระหว่าง ‘ส้ม’ และ ‘พีช’ สองวัยรุ่น ที่หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ช่วยปูเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เปิดตัวของค่ายใหม่ Brand Think Cinema เรื่องนี้ ก่อนที่จะพาเราดำดิ่งไปสู่ชีวิตรักที่ไม่สวยงามนักของตัวละคร

จากการเข้าไปสัมผัสโลกของสังคมคนชายขอบ ทำให้ผู้กำกับ เอ​​กลักญ กรรณศรณ์ เกิดแรงบันดาลใจ หยิบเศษเสี้ยวเรื่องราวจากแง่มุมสังคมที่ยังไม่ค่อยถูกเล่า มาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ เรดไลฟ์ (Red Life) ที่เล่าเรื่องความรัก ในมุมที่มันอาจไม่สวยงามสำหรับทุกคนเสมอไป

*เนื้อหาหลังจากนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

ส้ม ซิดนีย์ สุพิชชา redlife
ขอบคุณรูปภาพจาก Brand Think Cinema

ชีวิตที่ต้องถูกแม่ปลุกกลางดึก เพื่อรีบเก็บข้าวของหนีค่าเช่าห้องที่ไม่สามารถจ่ายได้ตามกำหนด เป็นเรื่องราวที่หนังเล่าในช่วงต้นของ ส้ม หนึ่งในตัวละครหลักที่รับบทโดย สุพิชชา สังขจินดา ซึ่งเกิดมาเป็นลูกโสเภณี หรือ อ้อย ที่รับบทโดย กรองทอง รัชตะวรรณ 

แม้การขายบริการจะเป็นอาชีพที่ผิดกฏหมาย แต่ก็เป็นเพียงไม่กี่อาชีพที่จะหาเงินสำหรับครอบครัวนี้ แต่ก็ไม่ใช่อาชีพที่สร้างเม็ดเงินได้เยอะมากนัก โดยเฉพาะกับคนย่างวัยทองอย่างอ้อย ห้องพักใหม่ที่พวกเขาย้ายไปอยู่ จึงไม่ได้ไปไหนไกลจากห้องพักตึกแถวในย่านสลัมแนวตั้ง ที่ไม่มีแม้แต่กุญแจล็อคห้องเพื่อความปลอดภัย

ถึงอย่างนั้น ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นแม่ อ้อยตั้งใจส่งส้มให้ได้เข้าโรงเรียนดีที่สุด

แม้อ้อยจะทยอยหาเงินจ่ายค่าเทอมที่ค้างชำระไว้ 6 งวดมาจนได้ แต่นั่นเป็นเพียงค่าใช้จ่ายด่านแรก ที่ต้องใช้เพื่อการเข้าถึงการศึกษา เพราะเมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนแล้ว ไม่ว่าจะค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือ หรือแม้แต่ค่าเครื่องสำอางค ที่จำเป็นต่อการเข้าสังคมกับเพื่อนที่เริ่มแต่งหน้ากันรอบตัว ยังเป็นปัจจัยอื่นๆ ที่ส้มรู้ดีว่าแม่ไม่สามารถจ่ายไหวเท่าไหร่นัก

แม้ส้มจะได้มีชีวิตในโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆ แต่จุดที่ส้มนั่งอยู่ เป็นเพียงโต๊ะคู่เดียวในห้อง ที่ไม่มีเพื่อนคนไหนอยากนั่งข้างๆ อาจเป็นเพราะนิสัยของส้มที่เป็นคนเงียบๆ แต่อีกส่วนหนึ่งคงไม่พ้นความแปลกแยก ที่ส้มมีวิถีชีวิตไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ 

ความหวังดีของแม่ที่อยากให้ลูกได้เรียนที่ดีๆ กลับกลายเป็นการบั่นทอนความรู้สึกในมุมมองของส้ม เมื่อฐานะทางบ้านไม่สามารถสนับสนุนค่าระดับสังคมให้เท่ากันกับเพื่อนได้

ส้ม ซิดนีย์ สุพิชชา redlife
ขอบคุณรูปภาพจาก Brand Think Cinema

จนกระทั่งวันหนึ่ง พีช รุ่นพี่ในโรงเรียน ที่รับบทโดย สุมิตตา ดวงแก้ว ได้เข้ามาในชีวิต และกลายเป็นคนที่ส้มไว้ใจมากที่สุด จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากกว่าเพื่อน แม้ส้มจะรู้ดีว่าพีชมีฐานะรวยมากก็ตาม

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของรักแรกในชีวิตส้ม ที่ยิ่งทำให้มองเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของชนชั้น เพราะความจนเป็นหนึ่งในปัญหาหลัก ที่ทำให้รักครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เย็นวันหนึ่งที่พีชชวนส้มไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ส้มรู้ตั้งแต่วินาทีที่เดินเข้ามาเห็นการตกแต่งหรูๆ ในร้านว่า ไม่มีเมนูไหนที่เธอสามารถจ่ายไหวได้เลยสักอย่างเดียวแม้กระทั่งเครื่องดื่ม จนกระทั่งพีชเสนอตัวสั่งให้และชวนมากินด้วยกัน ซึ่งนั่นสร้างความลำบากใจให้ทั้งส้มและพีช

บทสนทนาบนโต๊ะกินข้าว ล้วนเต็มไปด้วยไทยคำ-อังกฤษคำ ที่เพื่อนของพีชคุยกันเรื่องการจัดนิทรรศการแฟชั่น ทุกเรื่องล้วนแต่ไม่ใช่สิ่งที่ส้มเข้าถึงได้ จึงไม่มีช่องให้ส้มได้เข้าร่วมบทสนทนานี้เลยสักเรื่องเดียว

ฝ้าย สุมิตตา ส้ม ซิดนีย์ สุพิชชา redlife
ขอบคุณรูปภาพจาก Brand Think Cinema

ความรักระหว่างพวกเธอสองคนแทบจะไม่มีจุดร่วมอะไรด้วยกันเลย นอกเสียจากความรู้สึกที่มีให้กัน และความรู้สึกต่ำต้อยในชีวิตตัวเองของทั้งสองคน

พีชคือตัวละครที่ครอบครัวทางบ้านร่ำรวยมีฐานะ แต่ถูกสามีใหม่ของแม่ลวนลามทางเพศ นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกตัวเองไร้ค่า และอยากหายไปจากโลกนี้ จนกระทั่งได้มาเจอกับส้ม ที่เกลียดชีวิตของตัวเองไม่แพ้กัน เพราะไม่ชอบที่ตัวเองเกิดมาจน และเป็นลูกของคนขายตัว ที่ทำให้เธอต้องกลับบ้านมาเห็นแม่ตัวเองมีอะไรกับคนอื่นนับครั้งไม่ถ้วน

ในขณะเดียวกัน หนังก็พาเราไปทำความเข้าใจกับชีวิตของอ้อย ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ตัดสินใจจูงมือลูกออกมาจากสามี แม้จะเป็นหนทางที่ยากลำบาก เพราะการหาเงินเลี้ยงดูลูกด้วยตัวคนเดียวย่อมเหนื่อยกว่าสองคน แต่อ้อยก็เลือกเดินทางนี้เองมาตั้งแต่แรก ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่หนังเปิดกว้างให้เราได้ตีความ

เงิน จึงถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เธอเองก็รู้ตัวว่าไม่สามารถให้ลูกได้เท่าที่ควร เพราะรายได้จากการขายบริการแต่ละรอบอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาท ยังไม่นับลูกค้าบางรายที่เข้ามาใช้บริการแล้วปล้นเงินไป หรือหนีไปโดยไม่จ่ายเงิน รวมๆ แล้วจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะหาเงินได้เพียงพอสำหรับปากท้องคนสองคน ยิ่งถ้าใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว

การได้กินไก่ทอดเคเอฟซี (KFC) ถือเป็นมื้อพิเศษ ที่นานๆ ทีพวกเธอจะได้กิน ในวันธรรมดานอกเหนือจากนั้นอาจเป็นเพียงข้าวสวยสองถ้วย ที่วางคู่กับแกงพะโล้ที่มีไข่ลอยอยู่สองฟอง แต่ถึงอย่างนั้น ความรักที่อ้อยมีต่อลูก ก็ไม่เคยด้อยไปกว่าใคร

ความฝันที่อยากจะเห็นลูกมีชีวิตที่ดี เป็นความต้องการของคนเป็นแม่อย่างอ้อย รูปถ่ายชุดนักเรียนของลูกตั้งแต่เด็กจนโต จึงเป็นเหมือนถ้วยรางวัลที่คอยย้ำเตือนความสำเร็จของคนเป็นแม่ เพราะการส่งลูกเรียนหนังสือได้ ถือเป็นความภาคภูมิใจเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตของคนขายบริการอย่างเธอ

แบงค์ ธิติ ส้ม ซิดนีย์ สุพิชชา redlife

เรื่องราวความสวยงามของความรัก มักจะเป็นเรื่องที่ถูกหยิบมาทำเป็นภาพยนตร์นับไม่ถ้วน ความแปลกใหม่ของภาพยนตร์เรื่อง Red Life จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวครั้งใหม่ ที่ออกนอกกรอบไปจากหนังรักไทยแบบเดิมๆ ด้วยการหยิบเรื่องราวของคนชายขอบ ที่ดิ้นรนต่อสู้ในชีวิตรักที่ไม่ค่อยสวยงามนัก

โดยสามารถตามไปดูแบบเต็มๆ ได้แล้ววันนี้ ที่ทุกโรงภาพยนตร์