มีจุดหักมุม-ตัวละครทำพฤติกรรมที่คาดไม่ถึง-1 ตอนจบภายใน 8 นาที : แกะรหัสความเป็นละครแนวตั้งของซีรีส์แซฟฟิก Shock Me Girls รักช็อตใจยัยช็อตฟีล

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาซีรีส์ Shock Me Girls รักช็อตใจยัยช็อตฟีล*

ชอบสาวแบดๆ เจ้าชู้ๆ อยู่ดีๆ ก็มีตัวปัญหาประจำโรงเรียนมาขอให้ช่วยเปลี่ยนตัวเองให้น่ารักขึ้นเฉยเลย

นี่คือคำอธิบาย ‘มินตรา’ ตัวละครหลักจากเรื่อง ‘Shock Me Girls รักช็อตใจยัยช็อตฟีล’ ซีรีส์แนวตั้งเกี่ยวกับความรัก ชีวิตวัยรุ่น (และความเบียว) ภายใต้รั้วโรงเรียนหญิงล้วนที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้

Shock Me Girls รักช็อตใจยัยช็อตฟีล เป็นซีรีส์ Girl Love (หญิงรักหญิง : GL) แนวตั้งที่ฉายให้รับชมฟรีๆ ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่ง 1 ตอนมีความยาวประมาณ 5-8 นาที ถือว่าเป็นเวลาที่สั้นหากเทียบกับซีรีส์แนวนอนที่ฉายในแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ยาวหากเทียบกับละครแนวตั้งจากประเทศจีน

ซีรีส์เรื่องนี้มีตัวแสดงทั้งหมดเป็นสมาชิกจากวง BNK48 และ CGM48 เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนคลับอย่างเราจะเลือกดู แต่ที่น่าแปลกใจคือ ยอดการรับชมในแต่ละตอนสูงมาก บางตอนมียอดสูงถึง 1 ล้านวิว และพออ่านคอมเมนต์ก็มีหลายคนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับ แต่กดเข้ามาดูซีรีส์เรื่องนี้เช่นกัน

หลายคนจึงมองว่านอกจากตัวนักแสดงและคุณภาพของซีรีส์แล้ว สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีผู้เข้าชมมากหน้าหลายตา เป็นเพราะทำถึงและตีโจทย์แตกในการเป็นละครแนวตั้ง 

เพราะต่อให้ละครแนวตั้งจะดูใช้เวลาในการผลิตไม่มาก แต่การจะทำให้คนหยุดดูหลังจากเลื่อนหน้าจอผ่านมาเจอเพียงไม่กี่วินาทีนั้นยาก ซึ่งละครแนวตั้งที่ประสบความสำเร็จ ต้องทำให้คนดูดูจนจบตอน พร้อมเลื่อนดูตอนถัดไป และมีจุดพีคๆ ให้จดจำ แม้ว่าอาจจะไปคล้ายหรือซ้ำกับละครแนวตั้งเรื่องอื่นๆ 

เราจึงจะชวนไปดูความเป็นละครสั้นแนวตั้งผ่าน 4 ตัวละครหลักของซีรีส์เรื่องนี้ มีตรงไหนบ้างที่ดูแล้วรู้สึกว่ามัน “แนวตั๊ง แนวตั้ง”

มินตรา : มีความรัก เป็นแซฟฟิก บ้าน (จู่ๆ) ก็ติดหนี้

“ฉันชื่อสายไหม ฉันแม่งอยู่ในโรงเรียนที่มีแต่พวกบ้าๆ คนบ้าเต็มโรงเรียนไปหมด ฉันเป็นคนเดียวที่ปกติ”

เพราะเป็นละครแนวตั้งที่มีเวลาจำกัด อีพีแรกของซีรีส์เรื่องนี้เลยเปิดมาให้ตัวละคร ‘สายไหม’ สาวขี้สงสัย ชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน เป็นผู้ดำเนินเรื่องโดยการหันมาคุยกับเรา ที่เป็นคนดู (เทคนิค Break the Fourth Wall) ชี้ให้เราเห็นว่าตัวละครที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง คือ จอร์จี้ตัวปัญหา และมินตราคนน่ารัก

เราจึงได้สังเกตพฤติกรรมของมินตราไปพร้อมกับสายไหม และสังเกตเห็นว่ามินตราแอบมอง ‘เสี่ย’ เพื่อนผู้หญิงในห้อง ด้วยท่าทีเขินอาย ซึ่งความสั้นของซีรีส์ก็เฉลยให้เรารู้ในวินาทีถัดไปทันทีว่ามินตราชอบเสี่ยจริงๆ ผ่านเสียงในหัวของมินตรา

“ฉันแอบชอบเสี่ย ถึงแม้เสี่ยจะเจ้าชู้ หลายใจ และแบด”

มินตราเก็บความลับเรื่องที่เธอชอบผู้หญิงไว้กับตัว มินตรากลัวว่าคนรอบตัวจะผิดหวัง ไม่ยอมรับ และเกลียดเธอ โดยเฉพาะคนในครอบครัว แต่เพราะเสี่ยเข้ามาหยอกเอิน เล่นกับใจมากเกินไป มินตราจึงรวบรวมความกล้าเปิดเผยเพศตัวเอง (Come out) กับพ่อแม่ของเธอ

มินตราร้องไห้ไปพูดไป เน้นย้ำว่าตัวเองไม่ได้เป็นลูกที่เพอร์เฟคอะไร แต่ก็อยากให้พ่อแม่ยอมรับที่เธอชอบผู้หญิง ซึ่งในซีนอารมณ์แบบนี้ หากพ่อแม่ไม่ลุกมาต่อว่า ก็คงเป็นซีนซึ้งๆ ลุกขึ้นมากอดกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พ่อบอกมินตราว่าก็ไม่ว่าอะไร ส่วนแม่กลับบอกว่าให้มินตราขยับออกหน่อย เพราะกำลังดูทีวี

เมื่อพ่อแม่ไม่ว่า มินตราเลยสารภาพรักกับเสี่ย และถูกปฏิเสธโดยทันทีด้วยเหตุผลว่า “เสี่ยไม่ได้ชอบผู้หญิง” แม้ว่าเสี่ยจะเดินจากไปพร้อมกับการควงสาวๆ อีก 2 คน ทิ้งให้มินตรานั่งผิดหวังกับความรักแบบงงๆ ก็ตาม

แต่บทของมินตราไม่ได้จบลงแค่นี้ ความน่ารักของมินตราทำให้จอร์จี้ ตัวปัญหาของโรงเรียน จ้างให้ทำให้จอร์จี้น่ารักขึ้น ทว่าในขณะที่มินตรากำลังเดินหนี ปมสุดคลาสสิคที่เข้ามาผูกความสัมพันธ์ระหว่างมินตราและจอร์จี้ก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ พ่อก็โทรมาบอกว่า บ้านของเธอกำลังจะถูกยึด (ได้ไง) ซึ่งเป็นปัญหาที่ละครแนวตั้งหลายๆ เรื่องต้องมี เธอจึงวิ่งกลับไปเอาเงินของจอร์จี้ที่กองทิ้งไว้ และยอมช่วยจอร์จี้เปลี่ยนแปลงตัวเอง

จอร์จี้ : ตัวปัญหาสุดโต่ง รวยแบบไม่มีเหตุผล และต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

แต่งตัวผิดระเบียบ พูดจากระโชกโฮกฮาก มีเรื่องกับคนไปทั่ว โดนเรียกพบผู้ปกครองบ่อย แถมยังขึ้นไปนั่งบนตู้เก็บของจนผอ. ต้องยกมือไหว้ให้ลงมา

หากเป็นเรื่องจริง จอร์จี้คงโดนเชิญออกจากโรงเรียนไปแล้ว แถมในครั้งนี้ ปัญหาที่จอร์จี้ก่อ คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการตบตี ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองด้วยซ้ำ เธอเข้าไปเพราะรู้สึกว่าเขาตีกันก็อยากตีด้วย แต่เพราะพ่อของจอร์จี้รวยมาก เรื่องเงินจึงไม่ใช่ปัญหา พ่อพร้อมจ่ายให้จอร์จี้ไม่โดนไล่ออก ซึ่งผู้อำนวยการของโรงเรียนก็รับเงินตามสูตร

ในละครแนวตั้งหลายๆ เรื่อง มักจะมีพระเอกหรือนางเอกที่รวยจนสามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง บ้างก็ใช้เงินกว้านซื้อหุ้นบริษัทคู่แข่ง วางทองบนโต๊ะเป็นร้อยๆ แท่ง บ้างก็ใช้เงินจ้างคนจัดฉากเปิดโปงคนรักเก่ากับชู้ มีไลฟ์ถ่ายทอดสดทั่วโลก บ้างก็แสดงความรวยด้วยการนั่งรถสปอร์ตไปบุกงานสำคัญของคู่อริ มีคนตามอารักขาเป็นขบวน

ทว่า ต่อให้รวยล้นฟ้า ก็ต้องมีบางเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ (เพราะถ้าแก้ได้หมดเรื่องก็คงจบไว) และเรื่องที่ว่าคือปัญหาหัวใจ เมื่อจอร์จี้ไปสารภาพรักกับ ‘ตะวัน’ แต่กลับถูกปฏิเสธเพราะตะวันชอบคนน่ารัก

จอร์จี้จึงมองหาคนน่ารักที่จะมาช่วยตัวเอง ซึ่งมินตราคือคนคนนั้น จอร์จี้เลยไปขโมยเงินพ่อมาจ้างมินตราให้ช่วยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงตัวเองคือ 1 ในเส้นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในละครแนวตั้ง ซึ่งมักจะได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ได้แก้แค้น ได้เอาชนะเป้าหมาย ซึ่งในตอนที่ซีรีส์กำลังฉายอยู่นี้ จอร์จี้น่ารักขึ้นจนเสี่ยก็ทัก จะชนะใจตะวันไหม (ยัง) ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ ก็ทำให้จอร์จี้กับมินตราใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยมีพยานรักเป็นพ่อของมินตราที่ชอบเข้ามาในจังหวะชวนจั๊กจี้หัวใจ

ตะวัน : คาร์แรกเตอร์นิ่งๆ กับพฤติกรรมที่คาดไม่ถึง

เมื่อเรื่องราวของซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินผ่านตัวละครในรั้วโรงเรียน สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ตัวละครที่มีบุคลิกนิ่งๆ เงียบๆ น่าค้นหา และเป็นที่ชื่นชอบของคนในโรงเรียน ซึ่งสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ตัวละครนั้นคือ ตะวัน คนที่จอร์จี้ตกหลุมรักจนก้มลงกราบให้ตะวันชอบตัวเอง

เสน่ห์ของตะวันคือความนิ่งเฉยต่อทุกสถานการณ์ราวกับไม่มีความรู้สึก เธอจึงได้รับฉายาว่า ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ ซึ่งในตอนล่าสุด ตะวันได้สร้างอิมแพคให้ทั้งกับจอร์จี้ มินตรา รวมไปถึงคนดู ด้วยการสารภาพความรู้สึกของตัวเองให้มินตราได้รับรู้

หากเป็นการมอบจดหมายรัก มอบของขวัญ หรือพูดความรู้สึกต่อหน้าแบบที่มินตราพูดกับเสี่ย ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่การสารภาพรักของตะวัน เป็นการสารภาพรักที่เราคาดไม่ถึงว่า คนนิ่งๆ เงียบๆ แบบตะวันจะทำ นั่นก็คือมอบดอกไม้ช่อโต และแกะกระดุมเสื้อให้มินตราเห็นเสื้อตัวในที่สกรีนรูปนักเรียนของตัวเธอเอง

การเล่นใหญ่ในละครแนวตั้ง มักดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้เป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมาการเล่นใหญ่ในละครแนวตั้งที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ ถ้าไม่ใช่การมีพลังพิเศษ การมีทรัพย์สินล้นฟ้า การมีตำแหน่งใหญ่โตจนสั่งให้คนทำอะไรก็ได้ ก็ต้องมีพฤติกรรมบางอย่างที่คนเขาไม่ทำกันในชีวิตจริง เช่น ตีลังกาหลบกระสุน 100 นัด

การสารภาพรักของตะวันจึงเป็นการเล่นใหญ่แรกของซีรีส์เรื่องนี้

เสี่ย : มีเส้นเรื่องความรัก ก็ต้องมีตัวละครเจ้าเสน่ห์

เสี่ยไม่ใช่ฉายา แต่เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ปากหวาน ชอบบริหารเสน่ห์ ทำให้ผู้หญิงหลายคนในโรงเรียนชอบ และมินตราคือ 1 ในนั้น

สำหรับมินตรา เสี่ยคือความรักที่ไม่สมหวัง แต่สำหรับจอร์จี้ เสี่ยคือที่ปรึกษาที่ดี เพราะเป็นคนที่มีประสบการณ์ความรักโชกโชน รู้ว่าทำอย่างไรคนถึงจะชอบตัวเอง เป็นเซียนเรื่องความรัก

ในมุมมองของคนดู เสี่ยดูเป็นตัวละครที่อาจไม่ส่งผลอะไรกับเส้นเรื่องมากนัก นอกจากทำให้เห็นว่ามินตราเป็นแซฟฟิก และจะมีเส้นเรื่องโรแมนติกกับตัวละครหญิงภายในเรื่อง แต่เพราะเป็นคาร์แรกเตอร์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ทำให้เสี่ยเป็นคนสร้างจุดหักมุมที่เราคาดไม่ถึงให้กับเรื่อง

ตอนที่มินตราสารภาพรักกับเสี่ย ตะวันที่หลงรักมินตราเป็นเวลานานก็เห็นเหตุการณ์นั้น การเห็นมินตราเสียใจทำให้ตะวันเคืองเสี่ย เดินชนไหล่เข้าอย่างจัง เสี่ยที่สัมผัสได้ถึงความโกรธเคืองจึงพูดกับตะวันอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่เธอปฏิเสธคนน่ารักอย่างมินตรา เป็นเพราะเสี่ยรู้ว่าตะวันชอบมินตรา เธอเลยหลีกทางให้ แถมยังเตือนตะวันอีกว่า ถ้าช้ากว่านี้ ระวังจะไม่ทัน

จุดหักมุมที่เสี่ยสร้างขึ้น เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของละครแนวตั้งที่มักหักไปหักมา หลอกตัวละคร หลอกคนดู โดยจุดหักมุมที่โด่งดัง และใครๆ ต่างรู้จักเป็นอย่างดี คือการที่ตัวละครขอทาน หรือพนักงานระดับรากหญ้า กลายเป็นประธานบริษัทที่ปลอมตัวมา การมีจุดหักมุมจึงทำให้คนดูลุ้นต่อไปว่า จะมีจุดหักมุมอะไรหลังจากนี้อีกไหม

ซึ่งการที่เสี่ยรู้ว่ามินตราชอบตัวเอง ในขณะที่ตะวันชอบมินตรา แต่ก็ยังให้คำแนะนำกับจอร์จี้ที่ชอบตะวัน จึงยืนยันได้ว่า เสี่ยเป็นอีกตัวละครที่สำคัญในการกำหนดความสัมพันธ์ของตัวละครอื่นๆ และเป็นมากกว่าแค่ ‘คนแบดๆ’ 

การดำเนินเรื่องที่มีทั้งเส้นเรื่องความรัก ทั้งการที่จู่ๆ ก็ติดหนี้ของตัวละครหลักแต่ถูกช่วยเหลือจากตัวละครที่รวยล้นฟ้า ทั้งพฤติกรรมที่คาดไม่ถึงของตัวละคร และจุดหักมุมที่จู่ๆ ก็โผล่มากลางเรื่อง ทำให้ Shock Me Girls สอบผ่านการเป็นซีรีส์แนวตั้ง แต่ก็ยังเหลือให้ติดตามในตอนถัดๆ ไปว่า จอร์จี้กับมินตราจะมีฉากสะดุดรักแบบไหน หรือจะมีอุปสรรคขัดขวางเหมือนละครแนวตั้งจากจีนที่มีมารผจญช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องหรือเปล่า

อ้างอิง

https://www.amarintv.com/news/social/519955