เปราะบาง อ่อนไหว GenZ

เราเปราะบาง หรือสังคมทำให้เราแตกสลายง่าย : การคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) คนจะแข็งแรง รัฐต้องร่วมสร้าง

“เด็กสมัยนี้ความอดทนไม่มีเลย”

สักครั้งหนึ่งที่เราอาจเคยได้ยินประโยคนี้ ไม่ว่าจะมีคนมาพูดกับเราเอง ได้ยินคนอื่นพูด หรือพบเห็นในโซเชียลมีเดีย เป็นประโยคที่อยู่มานานพอๆ กับอายุขัยของแมงกะพรุน การเปรียบเทียบความ ‘เก่ง’ หรือ ‘อดทน’ ระหว่างคนสองรุ่น โดยคนที่อายุน้อยมักถูกบอกว่ามีสิ่งเหล่านี้น้อยกว่าคนที่อายุมากกว่า

ไม่ใช่แค่ประโยคนี้ แต่ยังมีคำเรียกอื่นๆ ที่บัญญัติขึ้นเพื่อเน้นย้ำว่าคนรุ่นใหม่ ‘เปราะบาง’ แค่ไหน เช่น Snowflake Generation คำใหม่ที่ถูกบัญญัติโดย คอลลินส์ (Collins English Dictionary) พจนานุกรมภาษาอังกฤษชื่อดังใช้เรียกคนที่เกิดปี 2010 เป็นต้นไป โดยนิยามได้ว่ามีความยืดหยุ่นน้อย มีแนวโน้มที่จะทำสิ่งไม่ดีมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ คำว่า Snowflake หรือเกล็ดหิมะ ถูกนำมาใช้เพื่อความหมายแฝงว่า พวกเขานั้นเปราะบางราวกับเกล็ดหิมะ ที่โดนสัมผัสจากภายนอกเพียงเล็กน้อย ก็พร้อมจะเลือนหายไปได้ทันที

หรือคำว่า Strawberry Generation สตรอว์เบอร์รีเจเนอเรชัน คำที่ใช้แพร่หลายในไต้หวัน เรียกกลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 1981 – 1996 หรือที่เรียกว่าเจเนอเรชันวาย พวกเขามองว่าคนกลุ่มนี้เติบโตในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู จึงเปรียบเสมือนสตรอว์เบอร์รีที่จัดว่าเป็นผลไม้ราคาแพง ขณะเดียวกันก็บอบช้ำง่าย จนต้องรับการดูแลแบบประคบประหงมตลอดเวลา

‘ความเปราะบาง’ คำที่คนอายุน้อยถูกบอกว่าพวกเขาเป็น ด้วยความที่เป็นคำความหมายแง่ลบก็ทำให้เกิดการถกเถียงขึ้น ฝั่งคนถูกตีตราก็บอกว่า สภาพแวดล้อมที่พวกเขาเติบโตมาเป็นผลให้พวกเขาดูเปราะบางในสายตาผู้ใหญ่ ปัญหามากมายที่ต้องเผชิญในชีวิตไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และนอกประเทศ หรือสภาพแวดล้อมโลกที่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันคนก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและสิทธิ ทำให้พวกเขาหันมาสนใจและดูแลตัวเองมากขึ้น รู้จัก ‘ปฏิเสธ’ มากขึ้น ซึ่งการกระทำนี้ในสายตาอีกฝ่ายอาจมองว่าเป็นความไม่อดทน เปราะบาง

แต่แน่ใจแค่ไหนว่าวัยอื่นๆ ไม่เปราะบาง โดยเฉพาะกับคนไทย

ความเปราะบางมีทั้งมุมที่เป็นความรู้สึก และเป็นสถานะที่บางคนกำลังเผชิญ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้นิยามกลุ่มเปราะบาง คือ กลุ่มที่มีปัญหาด้านสุขภาพ หรือมีปัญหาในการเข้าถึงบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น คนพิการ ผู้ต้องขัง ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และพระสงฆ์ เป็นต้น 

งานสำรวจความเปราะบางของประชาชนกลุ่มเปราะบางภายใต้โควิด-19 โดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บอกว่า คนที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมน้อย ส่งผลต่อความสามารถในการหารายได้ รูปแบบงาน หรือลักษณะที่อยู่อาศัย 

เพราะความเปราะบางไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่สภาพแวดล้อมก็สามารถทำให้เราทุกคนกลายเป็นคนเปราะบางได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะสถานการณ์เงินเฟ้อ ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำลง ข้าวของราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ การใช้ชีวิตตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่าเดิม ถ้าอยู่ในเกมเราอาจจะเจอลาสบอสทุกๆ ด่าน  

แล้วจะมีวิธีไหนที่รับมือกับความเปราะบางได้ไหม?

การคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) เป็นมาตรการคุ้มครองขั้นพื้นฐานโดยภาครัฐต่อพลเมืองของตนเอง เป็นหลักประกันชีวิตที่จะไม่ทำให้คนคนหนึ่งต้องยากจน หรือมีโอกาสขยับสถานะตัวเองได้ ซึ่งการคุ้มครองนี้ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ระบบประกันสังคม ระบบประกันสุขภาพ ฯลฯ

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asia Development Bank: ADB) ได้จัดทำดัชนี Social Protection Index (SPI) ของประเทศในเอเชียเมื่อปี 2559 พบว่า ในภาพรวมระดับการคุ้มครองทางสังคมของไทยอยู่ที่ 2.9 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่อยู่ที่ 3.1 โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่มี SPI สูงสุด คือ ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ระดับ 11.7 และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มี SPI สูงสุด คือ สิงคโปร์ อยู่ที่ระดับ 6.3

‘รัฐสวัสดิการ’ เลยเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆ ชูมากขึ้นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อซื้อใจประชาชน ที่หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากขึ้น เพราะลำพังความพยายามไม่เพียงพอ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้วย

สุดท้ายแล้ว คนรุ่นใหม่จะเปราะบางหรือไม่ ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัว ขณะเดียวกันความอดทนอดกลั้นก็ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะลบความเปราะบาง หรือพิสูจน์ว่าเราเป็นคนที่เก่ง

อ้างอิง