เพื่อน

“รักสันโดษ กลัวผิดหวัง ไม่อยากให้ชีวิตยุ่งยาก” ความรู้สึกที่ทำให้บางคน ‘ไม่ต้องการเพื่อน’

เวลารู้สึกเหงาๆ ใครเป็นคนแรกที่เราจะทักหา?

‘เพื่อน’ อาจเป็นคำตอบของบางคน จะมีใครที่เรากล้าทักไปหาเพื่อคุยตั้งแต่เรื่องไร้สาระ ไปจนถึงเรื่องจริงจังอย่างการปรึกษาปัญหาชีวิต หรือแม้กระทั่งบอกความลับบางอย่างที่เรายังไม่กล้าบอกใครแม้แต่คนในครอบครัว เพราะเพื่อนทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย สบายใจ ปลอดภัยที่จะคุยด้วยได้ 

อีกแง่หนึ่ง เพื่อนเราอาจเป็นคนที่ช่วยทำให้การงานของเรามั่นคงก้าวหน้า หรือที่เรียกว่าเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ (Connection) ดังนั้น หากจะพูดว่าเพื่อนเป็นความสัมพันธ์ที่หลายคนต้องการ เพราะช่วยส่งผลดีกับทั้งสภาพจิตใจและชีวิตความเป็นอยู่ ก็คงไม่ผิดนัก

แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคนที่รู้สึกว่า ‘ไม่ต้องการเพื่อน’ อยู่ด้วยเช่นกัน เพราะเพื่อนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป 

เคนดรา เชอร์รี (Kendra Cherry) ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคม เขียนบทความลงบนเว็บไซต์ Verywell Mind ไว้ว่า ความรู้สึกที่ไม่ต้องการเพื่อนอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยรักความสันโดษ กลัวที่จะผิดหวังจากความสัมพันธ์นี้ หรือความยุ่งเหยิงในชีวิต ที่ทำให้ไม่ว่างสานสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่นๆ 

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่เชอร์รีเน้นเป็นพิเศษ คือ การที่กลุ่มคนเหล่านี้รู้สึกใกล้ชิดกับคนรัก หรือครอบครัวมากกว่าเพื่อนสนิท โดยยกผลสำรวจชาวอเมริกาที่จัดทำโดย Gallup บริษัทวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ มาสนับสนุนว่า เมื่อเทียบระหว่างปี 2533 และ 2564 ผู้ตอบแบบสำรวจมีแนวโน้มเลือกปรึกษาเพื่อนสนิทเป็นอันดับแรก ลดลงจาก 26% เป็น 16% ตามลำดับ

แม้ภาวะไร้เพื่อนจะฟังดูโดดเดี่ยวสำหรับบางคนที่มองมา แต่เชอร์รีให้ความเห็นว่า นี่เป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตมนุษย์ เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป เธอหยิบยกผลสำรวจของ YouGov ที่สำรวจชาวอเมริกา อายุ 18 ปีขึ้นไป ในปี 2562 จำนวน 1,254 คน พบว่า มีคนที่อายุ 21-37 ปี ที่ไม่มีเพื่อนสูงประมาณ 22% ในขณะที่คนอายุ 38-53 ปี และ 54-72 ปี มีจำนวน 16% และ 9% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ต และการเกิดโควิด-19

นอกจากนี้ สำหรับเชอร์รี การอยู่ตัวคนเดียวก็มีข้อดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างสมาธิและความจำให้ดียิ่งขึ้น หรือการได้มีเวลาในการทบทวนตัวเอง ที่สำคัญยังมีงานวิจัยที่ค้นพบว่า การใช้เวลาตามลำพัง จะทำให้ได้ทบทวนและพัฒนาความสัมพันธ์ใดๆ ก็ตามที่กำลังมีอยู่ อย่างมีนัยสำคัญ

ในทางกลับกัน การสร้างมิตรภาพเองก็ต้องใช้ต้นทุนเหมือนกัน มีคนรุ่นใหม่หลายคนที่มาแลกเปลี่ยนผ่านโซเชียลมีเดีย ถึงจำนวนเงินที่พวกเขาต้องใช้จ่ายเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายสำหรับออกไปกินข้าว หรือทำกิจกรรมร่วมกัน Intuit Creditkarma ทำการสำรวจชาวอเมริกาอายุ 18 ปีขึ้นไป ในปี 2566 จำนวน 1,005 คน พบว่า ส่วนใหญ่ เสียเงินไปกับการกิน ท่องเที่ยว และฉลองวันเกิด 

จากผลสำรวจนี้ยังพบอีกว่า 36% ของกลุ่มคน Gen Y และ 46% ของกลุ่มคน Gen Z (8-20 ปี) มีหนี้สินที่เกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามเพื่อนที่มีฐานะรวยกว่า โดย 15% ของกลุ่มคน Gen Y มีหนี้สูงถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 18,000 บาท) โดยสาเหตุที่ทำให้พวกเขายอมจ่ายตามเพื่อน เป็นเพราะไม่อยากรู้สึกถูกเพื่อนละเลย ต้องการตามวิถีชีวิตของเพื่อนให้ได้ ต้องการเอาใจเพื่อน หรือไม่รู้วิธีที่จะปฏิเสธเพื่อนอย่างไร

นอกจากนี้ บทความการเงินจากธนาคารกรุงศรี บอกว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มเกิดกระแส Financial Independence, Retire Early (FIRE) หรือการทำงานหักโหมเก็บเงิน เพื่อเร่งเกษียณจากการทำงานเร็วขึ้น ปัญหาเรื่องการเงินจึงอาจเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดในการสานสัมพันธ์กับเพื่อนในยุคนี้

ทว่ามนุษย์ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการสังคม เพื่อเติมเต็มความต้องการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความสุข การมีตัวตน หรือความปลอดภัย เพียงแต่สังคมที่ว่าอาจไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเสมอไป

สุดท้ายแล้ว ความรู้สึกไม่ต้องการเพื่อนก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก และอาจเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับคนบางกลุ่ม เชอร์รีเสริมว่า คนเรามักจะมีเส้นบางๆ ระหว่างความรู้สึก ‘ฉันไม่ต้องการเพื่อน’ และ ‘ฉันไม่มีเพื่อน’ ดังนั้น การสำรวจความรู้สึกของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยวัดได้ว่า เพื่อนเป็นตัวแปรที่สำคัญกับชีวิตของเราหรือไม่

ไนเจล วอร์เบอร์ตัน (Nigel Warburton) นักปรัชญาชาวอังกฤษ ที่เขียนหนังสือ ปรัชญา : ประวัติศาสตร์สายธารแห่งปัญญาไว้ว่า อริสโตเติลเชื่อในสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติของมนุษย์ ความสามารถในการคิดและใช้เหตุผลทำให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยรูปแบบชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ คือชีวิตที่ได้ใช้อำนาจในการใช้เหตุผลเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้

สำหรับคนที่เกิดความรู้สึกไม่ต้องการเพื่อน แล้วสนองความต้องการนั้น ก็คงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เหตุผลตัดสินใจเพื่อชีวิตที่ดีที่สุด ไม่ต่างกันกับคนที่ต้องการมีเพื่อน