อิรัชชัยมาเสะ! เมื่อ ‘ร้านซูชิ’ ในยูเครนยังคงเปิด เพื่อบอกว่าพลเมืองจะใช้ชีวิตต่อไป ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่จบ

ข้าวปั้นขนาดพอดีคำ โปะด้วยปลาดิบ กุ้ง หอย หรือไข่หวาน ซึ่งไม่ต้องบอกชื่อบางคนก็รับรู้ได้ทันทีว่า มันคือ ‘ซูชิ’ หนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก 

ที่มาของซูชิมีนักประวัติศาสตร์คาดการณ์ว่า เป็นการถนอมอาหารในสมัยก่อน คนจะนำปลามาหมักกับเกลือและข้าวสวย เรียกว่า ‘ปลาส้ม’ ก่อนจะค่อยๆ วิวัฒนาการมาเป็นซูชิที่เราเห็นกันทุกวันนี้

ซูชิเองมีหลากหลายประเภทแตกย่อยออกไป เช่น นิกิริซูชิ (Nigiri sushi) ซูชิแบบดั้งเดิม คือ เป็นข้าวปั้นเป็นคำมีปลาดิบโปะ, เทมากิ (Temaki) ซูชิทรงกรวยห่อด้วยสาหร่าย บรรจุข้าวและไส้, อุรามากิ (Uramaki) ซูชิที่เป็นการกลับด้านม้วน ข้าวจะอยู่ด้านนอก ตามด้วยสาหร่าย และไส้ต่างๆ ทำให้ภายนอกนิยมเพิ่มท้อปปิ้งต่างๆ ด้วย เป็นต้น

แคลิฟอร์เนียโรล (California roll) อยู่ในหมวดอุรามากิ เป็นการดัดแปลงของชาวตะวันตกที่ยังไม่นิยมกินปลาดิบในยุคก่อน นอกจากแคลิฟอร์เนียโรล ยังมีโรลที่ชื่อว่า ฟิลาเดลเฟียโรล (Philadelphia roll) อาจไม่คุ้นหูเท่าโรลแบบแรก แต่ก็เป็นการดัดแปลงของชาวตะวันตกเหมือนกัน ไส้ข้างในจะเป็นแซลมอนรมควัน ครีมชีส และแตงกวา

โรลสไตล์นี้ได้รับความนิยมในโลกตะวันตกอย่างมาก โดยเฉพาะใน ‘ยูเครน’ ทำให้มันมีอีกฉายาหนึ่งว่าเป็น ซูชิสไตล์ยูเครน

คนยูเครนเองก็คลั่งไคล้ซูชิไม่แพ้ชาติอื่น เป็นสิ่งแรกๆ ที่คนยูเครนจะนึกเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น โรมาน โรมานชัค (Roman Romanchuk) ซีอีโอของร้านซูชิยา (Sushiya) ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังของยูเครน บอกว่า ความนิยมของคนยูเครนที่มีต่อซูชิเริ่มต้นช่วงปี 2005 ก่อนจะเปิดร้านอาหารเขาทำการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคแล้วพบว่า ชาวยูเครนที่มีนิสัยชอบออกไปกินอาหารนอกบ้าน จะต้องไปร้านซูชิอย่างน้อย 1 ครั้งภายใน 2 เดือน ไม่นับคนที่สั่งมากินที่บ้าน

เจ็ทเซ็ตทูเกทเตอร์ (Jet Set Together) บล็อกนำเสนอเรื่องการท่องเที่ยวในยูเครน ให้ความเห็นว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซูชิได้รับความนิยม เพราะมันมีส่วนประกอบที่คนยูเครนชอบอย่างปลาและเกลือ อีกอย่างอาหารชนิดนี้ถือว่าจัดในหมวดอาหารราคาสูง เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือน ทำให้คนยูเครนนิยมไปกินในโอกาสพิเศษ

โอฮาน นาโซนอน (Olha Nasonova) ที่ปรึกษาร้านอาหารในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และผู้ร่วมก่อตั้ง National Restaurant Association of Ukraine บอกว่า ซูชิถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงความพยายามของยูเครน ในการแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ทำให้พวกเขาได้เปิดรับวัฒนธรรมจากที่อื่นๆ วัฒนธรรมของญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนั้น

จากความนิยมที่คนยูเครนมีให้ซูชิ เลยทำให้มันก็กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการใช้ชีวิตปกติสุข โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่ยังคงดำเนินมาเรื่อยๆ 

“การที่พวกเราได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์คนหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราสามารถกลับมาจากการทำงานอยู่แนวหน้า ได้ทำบางอย่างที่แสดงถึงความปกติในชีวิต”

ประโยคจากนายทหารคนหนึ่งที่บอกเล่ากับเอ็นพีอาร์ (npr) สำนักข่าวของอเมริกา ขณะที่กำลังแวะซื้อ ซูชิหลังเลิกงาน ตอนนี้เขาประจำการอยู่แนวหน้าของสงครามบริเวณภาคใต้ของประเทศ 

เกือบ 2 ปีที่สงครามนี้เริ่มต้นขึ้น และยังไม่มีท่าทีว่าจะจบเมื่อไร รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประเมินว่า มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 400,000 คน ไม่นับรวมคนที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียสิ่งต่างๆ รวมไปถึงระบบเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามนี้  

สัญญาณเตือนภัยและขีปนาวุธยังคงเกิดกระจายทั่วยูเครน พลเมืองที่ไม่ตัดสินใจอพยพไปที่อื่น ต่างปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมนี้ เด็กๆ ไปโรงเรียน คนออกไปทำงาน จับจ่ายซื้อของในร้านค้าที่ยังคงเปิดทำการ 

ร้านค้า-ธุรกิจในยูเครนต่างได้รับผลกระทบจากพิษสงคราม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของยูเครนคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจหดตัวประมาณ 30% ในช่วงต้นของการปะทะกับรัสเซีย กระทรวงการคลังของยูเครนก็ออกมาแถลงว่า นี่เป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ที่ประเทศได้รับเอกราชเมื่อปี 1991

ปีที่ผ่านมาปี 2023 เศรษฐกิจยูเครนเริ่มฟื้นตัว ทั้งจากความช่วยเหลือของประเทศต่างๆ และการปรับตัวของประชาชน ทำให้คาดการณ์ว่าในปีนี้ 2024 เศรษฐกิจยูเครนจะเติบโตที่ 4.6%

ภาวะสงครามคงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตสักเท่าไร แต่เมื่อไม่มีทางเลือก หลีกเลี่ยงก็ไม่ได้ พลเมืองจึงต้องปรับตัว พวกเขาพยายามไม่ให้สงครามมีผลมากนักเท่าที่จะทำได้ ยังคงมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นเช่นเดิม เหมือนกับตอนก่อนจะเกิดสงคราม ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้ชาวยูเครนรู้สึกถึงความปกติ คือ ได้ไปกินข้าวที่ร้านซูชิ 

แต่การที่ร้านซูชิยังคงเปิดอยู่จนถึงตอนนี้ ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับบางคน เพราะหัวใจของเมนูนี้อยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ โดยเฉพาะสัตว์น้ำประเภทต่างๆ การขนส่งมาจาแหล่งมาที่ร้านก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะสงครามทำให้ถนนพัง ไหนอาจเจอระเบิด หรือโดยลูกหลงจากการยิงโจมตี จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ร้านซูชิจะสามารถเปิดทำการได้

เซอร์ฮี ฟีโดชิก้า (Serhiy Fedorchenko) ผู้จัดการบริษัทจัดหาวัตถุดิบแห่งหนึ่ง บอกว่า บริษัทค่อนข้างกังวลเรื่องการขนส่งสินค้า รวมถึงการส่งออกไปต่างประเทศ เพราะรัสเซียเลือกโจมตีท่าเรือสำคัญๆ เช่น ท่าเรือเมืองโอเดสซา (Odesa) ยังไม่นับรวมที่รัสเซียก็มักโจมตีโรงงานผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้หลายๆ เมืองในยูเครนขาดไฟฟ้าใช้ หรือติดๆ ดับๆ ส่งผลต่อการเก็บรักษาวัตถุดิบ 

สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือการปรับตัว ที่บริษัทของฟิโดชิก้า และบริษัทอื่นๆ ต่างติดตั้งเครื่องปั่นไฟของตัวเอง เพื่อรับมือหากไฟฟ้าเกิดขัดข้อง

“ควรมีคนทำหนังที่เล่าว่าพวกเราปรับตัวธุรกิจอาหารยังไง เพราะเราพิสูจน์แล้วว่าเราสามารถทำได้ รอดจากทุกๆ อย่าง” โอเล็กซานเดอร์ (Oleksandr) ผู้จัดการร้านอาหารไอซ์แลนด์ซูชิ (Island Sushi) ในเมืองซาปอริชเซีย (Zaporizhzhia) อยู่ห่างจากจุดทำสงครามประมาณ 20 ไมล์ บอกว่า ตอนนี้สงครามก่อให้เกิดแต่ปัญหาแล้ว เพราะเขาได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่ม นั่นคือเหล่านายทหารที่มาประจำการที่นี่

ช่วยให้ร้านยังมีรายได้เพียงพอที่จะขึ้นเงินเดือนและให้สวัสดิการพนักงานเพิ่ม เพื่อช่วยในการใช้ชีวิตในภาวะสงคราม เกือบสองปีที่เกิดสงคราม ตอนนี้คนเริ่มโหยหาชีวิตที่เป็นปกติสุข ร้านซูชิเป็นหนึ่งในสิ่งที่ให้พวกเขาได้

“การได้นั่งอยู่ในร้านอาหารก็เหมือนกับการบำบัดอย่างหนึ่ง เป็นวิธีที่เราจะรู้สึกได้ถึงความปกติ ขณะที่รอบตัวเรามันเต็มไปด้วยความไม่ปกติ” นาโซนอน มักจะออกไปนั่งที่ร้านอาหารบ่อยๆ มันช่วยให้เธอสงบขึ้น

นักวิจัยของยูเครนทำการสำรวจสถานการณ์ธุรกิจร้านอาหาร พบว่า 70% ปิดชั่วคราวเมื่อสงครามเริ่มขึ้น และกลับมาเปิดต่อเมื่อสงครามดำเนินไปได้ 3 เดือน และจากจำนวนร้านที่มีประมาณ 36,500 แห่ง ตอนนี้เหลือ 32,000 ที่ยังเปิดอยู่

ไม่ว่าจะสงครามไหน เกิดขึ้นเมื่อไร คนที่ได้รับผลกระทบเสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีทางเลือก ก็คือประชาชน สิ่งที่พวกเขาทำได้คงเป็นการปรับตัว และหวังว่าสงครามจะยุติลงสักวัน

อ้างอิง