ตอนนี้คนเราให้ความสำคัญกับชุดนอนแค่ไหนกันนะ?
คำถามนี้เกิดขึ้นหลังได้อ่านบทความของเว็บไซต์ Independent ที่สรุปกลายๆ ว่าตอนนี้คน Gen Z ของอังกฤษหันกลับมานิยม และซื้อชุดนอนมากขึ้น โดยเฉพาะชุดนอนแบบ 90s หรือชุดนอนแบบคุณยาย (ฝรั่ง) ใส่ ที่มีลักษณะเป็นชุดผ้าพริ้วๆ กระโปรงยาวสายเดี่ยวคลุมตั้งแต่คอจรดข้อเท้า
แรงกระตุ้นส่วนใหญ่คือความนิยมของ Too Much ซีรีส์รักโรแมนติกคอมเมดี้ บน Netflix ในกลุ่มคนราชอาณาจักร โดยเฉพาะภาพจำของฉากที่ เมแกน สตอลเตอร์ (Megan Stalter) นักแสดงนำในเรื่องมักจะอยู่ในชุดนอนคุณยายแล้วตัดพ้อชีวิต หรือใส่ชุดนอนทำกิจกรรมนอกห้องนอน

การกลับมาของชุดนอนแบบ 90s กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในฐานะชุดนอนที่ทั้งเซ็กซี่และดูดีในแบบร่วมสมัยอีกครั้งไม่ใช่เพราะความนิยมของซีรีส์เท่านั้น แต่มาส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากแนวคิดที่ว่าเสื้อผ้าควรให้ความสบายแบบไม่ใช่แค่การปล่อยตัวปล่อยใจ อย่างที่ ลูซี่ ออสเบิร์น (Lucy Osborne) ตัวแทนแบรนด์ชุดนอนระดับโลก Eberjey กล่าวว่า “ผู้หญิงในปี 2025 ต้องการเสื้อผ้าชิ้นที่ดูเรียบง่ายแต่ลงตัว”
ซึ่งคำตอบนี้ขยายไปได้อีกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการความเป็นผู้หญิงโดยไม่ลดทอนความสบาย ซึ่งชุดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นผ้าไหมส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้
เหมือนกับที่กิลลี่ ริดลีย์ วิทเทิล (Gilly Ridley Whittle) ผู้ก่อตั้ง Peachaus แบรนด์ชุดชั้นในชื่อดังบอกว่า “ตอนนี้ผู้หญิงไม่ต้องการถูกบอกว่าควรแต่งตัวอย่างไร และการใส่ชุดนอนเป็นเสื้อผ้าช่วงกลางวัน (Daywear) จึงกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น”
occasion nightwear ชุดนอนที่ไม่ต้องใส่ตอนนอนก็ได้
occasion nightwear คำนี้แปลว่าชุดนอนโอกาสพิเศษ คนไทยอาจจะคุ้นมากขึ้นถ้าเกริ่นคำว่า ‘ชุดนอนไม่ได้นอน’ ที่น่าจะอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้ชุดนอนโอกาสพิเศษถูกเชื่อมโยงว่าเป็นหนึ่งในไลฟสไตล์ที่ไร้กรอบด้านการแต่งตัว อย่างเช่น การเลือกชุดนอนเพื่อนอนพักผ่อนในเช้าวันอาทิตย์ หรือการเลือกใส่ชุดนอนทั้งวันเพื่อพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

คิดง่ายๆ ว่าวันหยุดที่ไม่ต้องไปทำงาน ต้องมีคนจำนวนไม่น้อยล่ะที่ใส่ชุดนอนอยู่บ้านทั้งวัน
ชุดนอนถูกใส่นอกห้องนอนมากขึ้น เทรนด์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน และความนิยมของชุดนอนกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัวเริ่มเลือนรางลงจากการทำงานแบบ work From Home ที่เพิ่มมากขึ้น
กลับมาฝั่งเอเชีย ที่ประเทศจีนมีการรณรงค์ให้คนจีนเลิกใส่ชุดนอน ภายใต้สโลแกน “No Pajamas in Public — Be Civilized for the Expo” ในช่วงงาน Shanghai World Expo 2010 โดยให้เหตุผลว่าเป็นความไร้อารยธรรมที่น่าอับอาย เนื่องจากชุดนอนได้กลายเป็นชุดไปรเวทที่คนมีฐานะจะนิยมใส่ไปทำอะไรต่างๆ ในเวลากลางวันเสียมากกว่าใส่นอนในตอนกลางคืน และมันกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งของคนเซี่ยงไฮ้
ชุดนอนสำหรับคนเซี่ยงไฮ้ คือการได้อวดรวย เพราะในอดีตค่านิยมการมีชุดนอนสไตล์แบบต่างประเทศ (pajamas) ได้นั้นต้องเป็นคนรวยที่มีเงินมากพอจะซื้อชุดนำเข้า
ซึ่งประเด็นชุดนอนของคนจีนกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นระยะ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็มีบางโรงเรียนที่ส่งข้อความถึงผู้ปกครองว่าห้ามใส่ชุดนอนมาส่งลูกที่อาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กๆ
อารยะเรื่องเกี่ยวกับชุดนอนของคนไทยไม่ค่อยถูกพูดถึงในเชิงประวัติศาสตร์มากนัก เส้นแบ่งระหว่างชุดนอนกับชุดลำลองอยู่บ้านก็เลือนรางจนหาจุดที่แยกชัดเจนไม่ได้
อาจจะเพราะว่าของไทยมีผ้าถุงอเนกประสงค์ที่ใส่ตอนไหนก็ได้ และฟังก์ชันจริงๆ สำหรับประเทศเมืองร้อน ดังนั้นการมีชุดนอนเลยกลายเป็นชุดอะไรก็ได้ จากบทความ ฆ้อง, ผ้าผืนเดียว “วัฒนธรรมร่วม” อุษาคเนย์ ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ทำให้ทราบว่า แต่เดิมคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นุ่ง ‘เตี่ยว’ ซึ่งเป็นผ้าผืนเล็กแคบยาวปกปิดอวัยวะเพศ ทิ้งชายผ้าหน้าหลัง ต่อจากนั้นจึงมีการเย็บชายผ้าติดกันเป็น ผ้าถุง ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น โสร่ง โจงกระเบน ฯลฯ
สารพันเรื่องเกี่ยวกับชุดนอน
ในมุมของ Well Being ตอบชัดว่าเสื้อผ้าที่เราใส่เข้านอนนั้นส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหรือไม่ ที่แม้ว่าการนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางวิธีที่จะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นได้ จากการปรับชุดนอนของเราให้เหมาะสม เพื่อการพักผ่อนที่ดีขึ้น และเป็นเคล็ดลับการนอนที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดด้วย
แต่อีกฟากหนึ่งก็มองว่าการ Sleep Naked ที่อาจจะเป็นการเปลือยกายนอน หรือสวมใส่เสื้อผ้าให้บางเบาที่สุดสามารถช่วยให้การนอนหลับของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ แถมช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่ผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อนมากกว่าการสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้นเสียอีก

ผลการวิจัยเรื่องการนอนมีการค้นพบใหม่เสมอๆ เพราะการนอนเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
“ชุดนอนถ้าหมายถึงชุดที่เป็นเซตสวย ไม่สำคัญกับชีวิต เพราะใส่แบบไหนก็ได้ แต่ถ้าพูดถึงชุดนอนที่เน้นสบายสำคัญกับชีวิตมาก เพราะถ้าใส่ผ้าไม่สบายนอนไม่ได้เลย ดิ้นทั้งคืน แบบกลับบ้านมาจากเที่ยวแล้วใส่เกงยีนส์นอนงี้ ไม่ได้เลย สุดท้ายตื่นมาเปลี่ยนชุด” เสียงหนึ่งของ แข (นามสมุติ) วัย 28 ปีเล่าถึงเรื่องการเลือกชุดนอนให้ฟัง
แขบอกว่าตอนเด็กใส่ชุดนอนที่เป็นชุดเน้นสวยน่ารัก แต่โตมาชุดอยู่บ้านกับชุดนอนคือชุดเดียวกัน โดยเฉพาะวันหยุดแขจะไม่ค่อยอาบน้ำตอนเช้า ถ้าต้องไปซื้อของเซเว่น คนจะได้ไม่รู้ว่ายังไม่อาบน้ำ เลยเลือกใส่เหมือนกันหมด
เซน (นามมุตติ) ให้ความเห็นเรื่องชุดนอนว่าชุดนอนสำคัญกับชีวิตเพราะเป็นคนให้ความสำคัญกับการนอนมากเหมือนเป็นไอเทมชิ้นนึงที่ช่วยเสริมการนอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าใส่ชุดนอนหนา เกิดกลางดึกรู้สึกร้อน เหงื่อแตก ก็จะงุ่นง่าน รู้สึกตัว นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มอิ่ม กลับกันถ้าใส่ชุดบาง น้อยชิ้น กลางคืนหนาวก็จะทรมานอีก
“ชุดแพงสุดอยุ่ที่ 590 มีประมาณ 8 ชุด ผ้าซาติน เนื้อผ้านุ่ม ระบายอากาศได้ดี นอนนานๆ ก็ไม่เป็นรอยกดทับ ไม่มีตะเข็บ ลายผ้าก็มีส่วนช่วยให้นอนหลับฝันดี 5555” เซนกล่าว
แต่อีกมุมหนึ่ง ญา (นามสมุติ) บอกว่าชุดนอนของญาสำคัญในแง่เป็นพื้นที่ของการเอาเสื้อมือสอง หรือเสื้อที่ไม่ใช้ตอนกลางวันมาใส่ จะได้ไม่ต้องทิ้ง
“ชุดนอนที่ใส่มักเป็นเสื้อฟรี ไม่ก็เสื้อยืดที่ใส่นานๆ ถ้าเป็นชุดนอนที่เป็นเซ็ตหรือมีลายน่ารักคือคนอื่นซื้อให้หมด ไม่เคยซื้อเองเลย ส่วนหนึ่งเลือกจากความง่ายล้วนๆ และหลายครั้งจะชอบหยิบเสื้อผ้าที่ไม่ใส่ตอนกลางวัน หรือใส่ออกไปเจอคนมาเป็นชุดนอน เหมือนว่าหยิบชุดมารีไซเคิลใช้ในมุมอื่นๆ” ญากล่าว
สำหรับมุมผู้เขียนชุดนอนเรื่องชุดสำคัญของชีวิต ตอนนี้แม้ว่าจะไม่ได้นอนก็ขอใส่ชุดนอนไว้ก่อน เพราะไม่ใช่แค่ความสบาย แต่ชุดนอนเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกเราสามารถพักผ่อนหรือผ่อนคลายได้ทันที
