‘เช็กอิน ศรีธัญญา’ จะรักษาหรือรับยาช่องไหนก็คือเรื่องปกติ

‘ศรีธัญญา = โรงพยาบาลบ้า’

แม้ว่าภาพจำนี้จะถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว และอาจถูกคลี่คลายจนถึงหล่นหายพอสมควรไปตามความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตที่มีมากขึ้นตามกาลเวลา แต่จนถึงทุกวันนี้บางคนก็ยังไม่กล้าเข้ารับการรักษา เพราะกลัวการตัดสินหรือตีตรา (Stigma) จากสังคมว่าเป็นคนบ้า และอาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตบานปลายยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่ได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

แทนที่จะอธิบายว่าภาพจำนี้ล้าสมัย Mutual อยากพาเดินสำรวจชิลๆ ในตัวอาคารและพื้นหญ้าในรั้วโรงพยาบาลศรีธัญญา ชวนสร้างภาพจำใหม่ๆ ว่า ศรีธัญญาไม่เท่ากับโรงพยาบาลบ้าอีกต่อไป

“เป็นมิตรไม่ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป”

“ร่มรื่น มีสวนสาธารณะไว้ผ่อนคลาย”

“ผู้ป่วยจิตเวช ก็มีศักยภาพไม่ต่างจากคนทั่วไป”

“การไปศรีธัญญาคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่อ่อนแอ”

4 ภาพจำแบบนี้ต่างหาก ที่มองเห็นจากในรั้วศรีธัญญาทุกวันนี้ และอยากชวนทุกคนพิสูจน์ไปพร้อมๆ กัน

*สำหรับใครที่สนใจนัดหมายเข้าพบจิตแพทย์ สามารถติดต่อโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ที่เบอร์ 02-528-7800 แต่ถ้าหากใครอยากตามรอยไปถึงที่ โรงพยาบาลจะตั้งอยู่ข้างๆ กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ หมู่ 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยสามารถเดินทางด้วย MRT สายสีม่วง ลงสถานีกระทรวงสาธารณสุข หรือจะขับรถไปเองก็ได้นะ เพราะเขามีที่จอดให้ฟรี!

รักษาต่างกัน แต่เป็นมิตรเหมือนกัน

ถ้าจะหดหู่ ขอหดหู่แค่ที่ใจ มิใช่เก้าอี้…

ภายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลศรีธัญญา สิ่งที่เด่นกระแทกสายตา คือ เก้าอี้นุ่มฟูสีชมพูอมส้ม (สีโอลด์โรส) ยอมรับด้วยความสัตย์จริง หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ไปโรงพยาบาลหลายๆ แห่ง แต่ถ้าให้จัดอันดับสีเก้าอี้ ศรีธัญญาอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะน่านั่งและสดใส  

ตรงข้ามกับเมื่อก่อน ภาพจำของโรงพยาบาลจิตเวช คงห่างไกลจากโรงพยาบาลทั่วไปลิบลับ โดยเฉพาะบรรยากาศด้านในตัวอาคาร ที่มักจะถูกมองว่าหดหู่และอึมครึม เจ้าหน้าที่ก็โหดสุดเฮี้ยบตลอดการให้บริการ ต่างจากตอนนี้ที่มีแต่คนยิ้มให้

เชิญรับยาช่อง 3xx…

มุกตลกที่ชอบเอาไว้เล่าให้ยิ้มมุมปาก ที่รพ.ศรีธัญญามีช่องรับยามากกว่าช่อง 3 7 5 รวมถึงยังมีบริการส่งยาตามบ้าน 

เมื่อโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ใครๆ ก็มาเพื่อรักษาโรค ไม่ว่าจะรักษากายหรือใจ การออกแบบภายในที่เน้นสะดวกสบาย และสบายใจ ก็เป็นเรื่องผู้ป่วยทุกคนต้องการ ในวันที่พวกเขาต้องการทุกแรงซัพพอร์ตเพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้กับโรคหรือภาวะที่เผชิญอยู่

แน่นอนว่า ที่นี่ก็มีบรรยากาศไม่ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป

จะนั่งรอเรียกรับยา หรือลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็เห็นแต่ความสะอาดสะอ้าน และเป็นมิตรกับทุกคน มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีฟ้าและขาวอ่อนๆ ที่ดูแล้วสบายตา

“ไม่ป่วยก็มาได้” ไม่ใช่แค่ประโยคที่ เอกลักษณ์ วงศ์อภัย นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลศรีธัญญา พูดกับเราเล่นๆ เพราะใครมานั่งที่นี่ ก็ต้องรู้สึกเหมือนโดนโอบกอดในแบบเดียวกัน

ร่มรื่น ผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว

สวนของเราทุกคน 

ภายในโรงพยาบาลศรีธัญญา ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ที่มีทั้งส่วนผู้ป่วยนอก และอาคารผู้ป่วยใน เมื่อเดินเลยออกมาจากตึกผู้ป่วยนอกอีกหน่อย จะเจอกับสวนสาธารณะขนาดกลางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ เครื่องออกกำลังกาย และม้านั่งพักชมธรรมชาติ 

‘แอม’ รัชนีกร พันธุพล ผู้ประสานงานของโรงพยาบาล และไกด์ของเรา บอกว่า ที่นี่เป็นพื้นที่ของตึกผู้ป่วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่อนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากห้องพัก ลงมาเดินชมธรรมชาติได้ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงเวลานอกเหนือจากนั้น คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการที่สวนนี้ได้

มุมสวนสาธารณะอีกฝั่ง จะเห็นอาคารตึกผู้ป่วยใน แล้วโซนติดกันคือพิพิธภัณฑ์ของโรงพยาบาล

ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะ ไม่มีการกั้นแบ่งเขต หรือล้อมรั้วสำหรับโซนผู้ป่วย ทำให้ดูห่างไกลจากสีดำทะมึนในภาพจำแบบเดิม เหมือนภาพยนตร์ ‘Alice in Borderland’ และ ‘Alice in Wonderland’ ที่ชื่อต่างกันแค่ไม่กี่ตัวอักษร แต่โทนสีในหนังต่างกันลิบลับ

เดินมาด้วยกันถึงตรงนี้ นั่งพักหายใจกันก่อน ปล่อยให้ใบไม้สีเขียวช่วยเยียวยาหัวใจสักครู่… ถ้าใครพร้อมแล้ว ก็ไปต่อกันเลย

หมายเหตุ : บุคคลสวมชุดผู้ป่วยในภาพ เป็นการสวมบทบาทสมมติ

ถ้าใครเบื่อคาเฟ่แบบเดิมๆ ขอแนะนำอะไรใหม่ๆ อย่างร้านกาแฟ ‘ร้านเพื่อน’ ที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลศรีธัญญา บนถนนเส้นหลักก่อนที่จะเข้ากระทรวงสาธารณสุข 

ใครที่เดินมาเหนื่อยๆ ระหว่างที่มาหาหมอ หรือรอเพื่อน แนะนำให้สั่งเครื่องดื่มหวานๆ เพิ่มความชื่นใจจากที่นี่ ราคาดี ไม่มีค่าบริการเพิ่ม 10%  

เมื่อเดินเข้าร้านกาแฟ พนักงานใส่ยูนิฟอร์มเสื้อสีส้มต้อนรับอย่างดีตั้งแต่หน้าประตู ช่วยแนะนำเมนู ยืนรอบริการอย่างจดจ่อ ถ้าหากป้ายประชาสัมพันธ์ในร้านไม่บอกไว้ว่า พวกเขาคือผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาจนดีขึ้นในระดับหนึ่ง ในสายตาเราเขาก็คือพนักงานร้านกาแฟทั่วไป

ศิริลักษณ์ ลวณะสกล นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ บอกกับเราว่า ส่วนสำคัญของการรักษาโรคจิตเวช คือ การที่สังคมต้องมีพื้นที่ให้พวกเขา พร้อมโอบรับไม่ใช่การกีดกัน โรงพยาบาลจึงมีกองทุนเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยจิตเวชคืนสู่สังคม และปลายทางคือกาแฟอร่อยๆ ในร้านเพื่อนแห่งนี้ เพื่อให้พวกเขาฝึกทักษะการมีชีวิตในสังคมให้เป็นปกติ

ถัดจากร้านกาแฟเพื่อน จะเห็นน้องๆ พี่ๆ เสื้อสีส้มหลายๆ คนกำลังนั่งอยู่ในห้องกระจกข้างๆ และผลัดกันเดินออกมาล้างรถด้านหน้าร้านกาแฟ

เพราะพื้นที่นี้ไม่ได้มีแต่ร้านเพื่อนเท่านั้น แต่ยังมีบริการล้างรถอยู่ด้านหน้าร้าน และมีอาคารฝึกอบรมตั้งอยู่ข้างๆ กัน ซึ่งมี ‘เพื่อน’ อีกหลายๆ คนกำลังทำงานกันแข็งขัน

เจ้าหน้าที่ในอาคารฝึกอบรมบอกกับเราว่า สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้วในระดับหนึ่ง พวกเขาสามารถเลือกได้ว่าอยากทำกิจกรรมอะไรเพื่อเสริมทักษะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบัญชี ทำของประดิษฐ์ เบเกอรี่ รีดผ้า ธุรการ ล้างรถ หรือทำกาแฟ โดยรายได้ทั้งหมดจะเข้าสู่กองทุนจ้างงานผู้ป่วยจิตเวชของโรงพยาบาล

จากที่เราได้ชิมวันนี้ รสชาติของเครื่องดื่มสู้กับคาเฟ่อื่นได้สบาย โซนล้างรถด้านนอกก็มีแต่คนขะมักเขม้น คงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ศักยภาพในตัวพวกเขาก็ไม่ต่างจากเรา เหมือนอย่างที่ฟอร์เรสท์ กัมพ์ (Forrest Gump) เคยพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า คนที่มีข้อบกพร่องทางร่างกายบางอย่าง ก็สามารถเป็นอัจฉริยะด้านความรักได้เช่นกัน

 การไปศรีธัญญา คือ ความเข้มแข็งที่น่าภูมิใจ

เรื่องหนึ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ ถ้าหากใครได้มาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลศรีธัญญา ชุดโรงพยาบาลจะไม่พิมพ์ชื่อโรงพยาบาลบนเสื้อผ้า ซึ่งแตกต่างจากโรงพยาบาลอื่นๆ บุญชู ยุทธไพบูลย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ บอกเหตุผลกับเราว่า ไม่อยากให้คนไข้ตำตาตำใจ 

“ความคิดของคนทั่วไปต่อศรีธัญญา ค่อนข้างที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์ในด้านลบ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการเข้าใจถึงโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจได้ ดังนั้นผู้ป่วยบางรายก็อาจจะตำตาตำใจที่ตัวเองต้องมานอน รพ.ศรีธัญญา” พยาบาลโรงพยาบาลศรีธัญญารุ่นแรกอย่างบุญชู อธิบายให้ฟัง

วิธีการที่ดีที่สุดก็ตัดชื่อออกไปเลยดีกว่า ชุดผู้ป่วยของศรีธัญญาเลยออกมามินิมอลแบบนี้

หลักการตำตาตำใจ ใช้ได้กับซองยาเหมือนกัน ลดการตีตราทั้งตัวเอง และสังคม ซองยาเลยมินิมอลตามชุดผู้ป่วย

“การตรวจสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสิ่งที่คนรู้จักดูแลตนเองจะต้องใส่ใจ เพราะใน 5 คน จะมี 1 คนที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช”

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เคยพูดไว้ในกิจกรรมเปิดบ้านศรีธัญญา ที่มุ่งสร้างทัศนคติที่ดีต่อ โรงพยาบาลจิตเวชและผู้ป่วย รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการ เพราะที่ผ่านมาภาพจำด้านลบเกี่ยวกับโรงพยาบาลศรีธัญญา ทำให้การเข้ารับการรักษาโรคทางจิตเวชกลายเป็นเรื่องไกลตัว เพราะกลัวการถูกตีตราจากสังคมและคนรอบข้าง รวมถึงจากตัวเราเอง

การสร้างภาพจำใหม่ๆ ที่จะบอกว่า ‘การไปศรีธัญญาคือเรื่องปกติ’ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้การรักษาสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 

ข้อความ “I Am From ศรีธัญญา” ที่แปะอยู่บนเสื้อยืด ร่ม แก้วน้ำพกพา กระเป๋าผ้า และกล่องข้าวปิ่นโต ซึ่งเป็นของที่ระลึก สำหรับคนที่บริจาคเงินให้มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งของที่นี่เพื่อบอกกับสังคมว่า “ฉันมาศรีธัญญาอย่างไม่อายใคร” เพราะการรักษาสุขภาพใจ ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย เหมือนอย่างที่เอกลักษณ์บอกกับเราระหว่างเดินทัวร์ว่า

“การมาศรีธัญญาไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ แต่คุณเข้มแข็งมากที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้”