เคยเล่นมุกตลกที่คิดว่าฮาสุดๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการสั่งสอนชุดใหญ่บ้างไหม?
เช่น กับข้าววันนี้ที่แม่ทำอร่อยมาก เลยโพสต์ภาพจานอาหารที่ถูกกินจนเกลี้ยง พร้อมเขียนแคปชันขำๆ สไตล์เจนซีว่า “งั้นๆ 2/10” แต่แม่กลับมาคอมเมนต์ว่าถ้าไม่อร่อยทำไมไม่บอกกันดีๆ จะประจานแม่ทำไม พร้อมตัดพ้อไม่หยุด จนเราต้องลบโพสต์แล้วไปง้อท่านจนกว่าจะหายโกรธ
เชื่อว่ามีหลายคนที่พยายามแบ่งปันเรื่องฮาๆ ให้กับผู้สูงอายุที่บ้าน เปิดคลิปตลกที่มีคนกดไลก์ 1 ล้านครั้งให้ดู ซึ่งบางเรื่องไม่ได้เข้าใจยาก แต่ผู้สูงอายุกลับไม่ขำ แถมยังเทศนาฉอดๆ จนทำให้เรา (แอบ) รู้สึกว่า ปู่ย่าตายายหรือทวดไม่มีอารมณ์ขันเสียเลย
แต่จริงๆ แล้ว ผู้สูงอายุบางคนอาจเป็นนักยิงมุกตัวยง บางคนแทบจะเรียกได้ว่าหากไปเดบิวต์เป็นตลกตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว แก๊งสามช่าอาจจะตกงานเลยก็ได้
แล้วทำไมตอนนี้ อารมณ์ขันของพวกเขาถึงหายไป?
เส้นลึกขึ้น หรือไม่มีคนเก็ตมุก?
งานวิจัยเรื่องการสื่อสารด้วยอารมณ์ขันในชีวิตของผู้สูงอายุ : ความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ขัน ความสามารถในการรับมือ อายุ และความพึงพอใจในชีวิต โดย เมลิสซา เบเคิลยา แวนเซอร์ (Melissa Bekelja Wanzer) ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยแคนิเซียส ลิซา สปาร์คส์ (Lisa Spark) ศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิทยาศาสตร์พฤติกรรมแห่งมหาวิทยาลัยแชปแมน และ แอนน์ เบนบริดจ์ ฟรายเมียร์ (Ann Bainbridge Frymier) ผู้อำนวยการและศาสตราจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยโอไฮโอ ที่เผยแพร่ผ่านวารสาร Health Communication เสนอว่า การที่ผู้สูงอายุมีอารมณ์ขันหรือความสามารถในการเล่นมุกตลกลดลง อาจเกิดจากความสามารถในการคิดและความจำถดถอย
หรือสรุปง่ายๆ ว่า ยิ่งแก่ตัวลง เส้นตลกยิ่งลึกขึ้น
ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์ขันของผู้สูงอายุ โดย เฮเธอร์ ฮีป (Heather Heap) นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยอะเบอริสต์วิธ ที่ทำการสำรวจคนอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 20 คนในประเทศอังกฤษ กลับชี้อีกมุมว่า การที่อารมณ์ขันของผู้สูงอายุดูลดลง ไม่ได้เป็นเพราะพวกเขาสูญเสียอารมณ์ขัน แต่โอกาสที่จะใช้มันและโอกาสที่จะมีความสุขกับอารมณ์ขันของตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิม

ผู้ให้สัมภาษณ์หลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียวบอกกับฮีปว่า พอไม่มีคู่ชีวิต ได้เจอเพื่อนน้อยลง หรือไม่ได้เจอคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้โอกาสในการแบ่งปันมุกตลกและเสียงหัวเราะน้อยลง อารมณ์ขันจึงค่อยๆ ลดลงตามความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้น
“ตอนนี้ผมอยู่คนเดียว อารมณ์ขันของผมเลยเก้ๆ กังๆ แต่พอได้เจอคนอื่น อารมณ์ขันมันก็กลับมาเอง อารมณ์ขันมันจะเกิดขึ้นเวลามีคนอื่นอยู่ด้วย ไม่ใช่ตอนที่ผมอยู่คนเดียว” – ผู้ให้สัมภาษณ์เพศชาย วัย 75 ปี
ขำไม่ออกเพราะมุกตลกอยู่คนละยุค
มีใครยังแอบยิ้มกับมุกล้อเลียนรูปร่าง หลุดขำกับมุกเหยียดศาสนาอยู่บ้าง?
เชื่อว่าหลายคนมีซิตคอมเก่าๆ ในดวงใจที่ย้อนกลับไปดูบ่อย แต่ความเก่าของบททำให้เราหลายคนในวันนี้ที่ตระหนักรู้ว่าอะไรคือ ‘ความถูกต้องทางการเมือง (Politicle Correctness : PC)’ ยิ้มแห้ง ทั้งที่ตัวเราในวันวานหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล
และบางทีก็อาจจะยังไหล่สั่นเบาๆ เพราะมุกตลกพวกนั้นยังคง ‘น่าขำ’ อยู่ดีสำหรับเรา
หากตัดเรื่องความถูกต้อง หรือเรื่องความรู้สึกของคนอื่นที่โดนมุกตลกเหล่านี้ทำร้าย (เราเองก็คงไม่ชอบเวลาผู้ใหญ่ที่บ้านแซวเรื่องหุ่นเราแบบ ‘ขำๆ’) การขำให้กับมุกแบบนี้ไม่ได้ไร้แก่นสาร เพราะมันมีเหตุผลรองรับ
เหตุผลแรกคือทฤษฎีของอริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีกที่บอกไว้ว่า การที่มนุษย์หัวเราะให้กับรูปลักษณ์ที่ไม่ตรงตามความงามมาตรฐาน (Beauty Standard) หรือหัวเราะให้กับความพิการด้านร่างกาย เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองบนความเจ็บปวดของคนอื่น ว่าเราโชคดีกว่าเขา
ส่วนเหตุผลหนึ่งมาจากโทมัส ฮอบส์ นักปรัชญาชาวอังกฤษที่อธิบายว่า การหัวเราะให้กับการเหยียดเชื้อชาติ คือ ความขำในเรื่อง ‘ความเหนือกว่าและต่ำกว่า (Superiority amd Degradation)’ ซึ่งคนที่หัวเราะกับเรื่องนี้มักเป็นคนมีสถานะเหนือกว่าอีกฝ่าน
แต่ในโลกที่ก้าวไปข้างหน้าทุกวัน มีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมของ ‘มนุษย์’ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการตระหนักรู้เป็นวงกว้างว่า มุกตลกที่ดี อารมณ์ขันที่ถูกต้อง จะต้องไม่ทำร้ายใคร
เราจึงเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับมุกตลกเก่าๆ ที่เหยียดเพศ เหยียดศาสนา ล้อเลียนรูปร่างไหมที่ออกมาจากปากคนมีอายุที่บ้าน และเผลอบ่นพวกท่านไปบ้าง เพราะไม่อยากให้พวกเขาเล่นมุกแบบนี้กับคนอื่น
สำหรับผู้สูงอายุบางคน แม้ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่การเติบโตมากับมุกตลกที่บ้ง หรือ ไม่ถูกต้องทางการเมือง (Non-Political Correctness) ทำให้เขาเคยชินว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทั่วไป แต่พอยิงมุกที่กลั่นมาจากประสบการณ์การเรียรู้ในช่วงชี้วิตที่ผ่านมาออกไป สิ่ง’ที่ได้รับกลับมาคือ ‘ความแป้ก’
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในบ้านเราเท่านั้น เพราะในอีกซีกโลกหนึ่ง ผู้สูงอายุที่ให้สัมภาษณ์กับฮีปเล่าว่า พวกเขาต้องคอย ‘เซนเซอร์ (Censor)’ ตัวเองเวลาอยู่กับคนที่ไม่คุ้นเคย เพราะกลัวว่าอารมณ์ขันของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ และเลือกที่จะใช้อารมณ์ขันน้อยลง
โดยชายวัย 62 ปีที่ให้สัมภาษณ์เล่าว่า โดยปกติเขาใช้อารมณ์ขันในการละลายพฤติกรรมกับคนที่ไม่สนิท แต่เรื่องแบบนี้มีข้อจำกัดทางสังคม เพราะเราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไง มีเรื่องไหนที่อ่อนไหว ตัวเขาตอนนี้เลยไม่อยากเล่นมุก กลัวว่าจะเผลอเล่นมุกที่อีกฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสม
แต่ทัศนคติทางสังคมที่เปลี่ยนไปต่อมุกตลก ไม่ได้แปลว่ามีแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ยังมีอารมณ์ขันเก่าๆ แบบบ้งๆ เพราะมุกตลกของคนรุ่นใหม่เองก็ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าขำ
ผู้สูงอายุหลายคนจึงตั้งคำถามว่า ทำไมบางมุกก็มีแต่คำหยาบหรือรุนแรงกลับเป็นที่นิยม แต่อารมณ์ขำขันในแบบคนรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองกลับถูกมองว่าไม่เหมาะสม
หากนึกตัวอย่างไม่ออก ลองนึกถึงมุกตลกในติ๊กต่อกที่เอาคำศัพท์เกี่ยวกับอวัยวะเพศมาแทนบางพยางค์หรือเติมเป็นคำสร้อยของชื่ออาหาร เช่น ‘สตรอว์เบอร์รี’ เป็น ‘สตอเบอร์แ*ด’
พอไม่มีคนให้เล่นมุกด้วย แถมไม่เข้าใจอารมณ์ขันของ ‘เด็กสมัยนี้’ ผู้สูงอายุกว่า 50% ที่ใช้ AI เพื่อความบันเทิงจึงหันไปหัวเราะกับภาพหรือคลิปตลกที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นมา เพราะ AI สามารถให้ความตลกที่ตรงกับรสนิยมของพวกเขาได้ แม้ว่าผู้สูงอายุจะรู้หรือไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาขำอยู่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม

อารมณ์ขันสำคัญนะ
บางคนอาจคิดว่าอารมณ์ขันไม่จำเป็น หรือเป็นเรื่องไร้สาระที่จะลุกขึ้นมาตบมุก พอเห็นผู้สูงอายุเงียบขรึมท่ามกลางวงสนทนาของคนหนุ่มสาว เลยคิดว่าไม่เป็นไร และมองว่าพวกท่านก็วางตัวสมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ดี
แต่อารมณ์ขันไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่เครื่องมือในการเข้าสังคมที่ช่วยทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ละลายกำแพงระหว่างคนที่ไม่คุ้นเคยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น แต่ยังเป็นหลักประกันว่าเราจะมีสุขภาวะที่ดี
เพราะเสียงหัวเราะช่วยลดความดัน ลดฮอร์โมนคอร์ติซอล เพิ่มเอ็นดอร์ฟิน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยิ่งเป็น ‘อารมณ์ขันแบบส่งเสริมตนเอง (Self-enhancing Humor)’ จะยิ่งทำให้คนคนนั้นเห็นคุณค่าในตนเอง และมีสุขภาวะทางจิตที่ดี (Psychological well-being)
โดยงานวิจัยของฮีป พบว่า ผู้สูงอายุที่มีผลการประเมินความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) สูงกว่าคนอื่น ล้วนบอกว่าตัวเองใช้อารมณ์ขันเป็น ‘เครื่องมือทางสังคม’ อยู่บ่อยครั้ง
เพราะฉะนั้น หากเรารู้สึกว่าผู้สูงอายุที่บ้านไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน ลองชวนพวกท่านหาเรื่องตลกๆ ใหม่ๆ ที่สามารถขำไปพร้อมกัน และถ้ารู้สึกว่ามุกที่ท่านเล่น (ถ้ามันไม่ได้เป็นมุกที่ทำร้ายใคร) แป้ก อาจจะลองแกล้งขำหรือเสริมมุกของท่านให้ตลกมากขึ้น ผู้สูงอายุจะได้ไม่รู้สึกหมดกำลังใจในการใช้อารมณ์ขันของตัวเอง

อ้างอิง
