“ถ้าเกรดดีกว่านี้ก็น่าจะพอแล้ว”
“ถ้าสวยขึ้นกว่านี้ก็น่าจะพอแล้ว”
“ถ้าได้เลื่อนตำแหน่งอีกสักหน่อยก็น่าจะพอแล้ว”
เราพูดประโยคเหล่านี้จนติดปาก เมื่อถึงเวลาที่ได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครองแล้ว กลับกลายเป็นว่าความรู้สึก ‘พอแล้ว’ มันไม่ได้หายไป เรายังอยากได้หรืออยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นไปอีก
แต่การไล่ตามตัวเองในแบบที่ดีขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งมันก็มาพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งทางกายและทางจิตใจ เราวิ่งหาตัวเองในอนาคตที่สมบูรณ์แบบ จนลืมสังเกตว่าตัวเองในปัจจุบันหน้าตาเป็นอย่างไร
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรากำลังวิ่งเร็วเกินไปหรือเปล่า เลยลืมรักษาหรือให้โอกาสตัวเองได้พักผ่อนบ้าง มัวแต่จดจ่ออยู่กับข้างหน้าจนลืมไปแล้วว่าตัวเราเป็นใคร คนรอบข้างเป็นแบบไหน หรือโลกเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
ทั้งหมดนี้เรากำลังพูดถึง ‘สุขภาวะทางปัญญา’ สุขภาวะที่เกิดจากการเข้าใจตนเองและชีวิต เห็นความเชื่อมโยงกับผู้อื่น โลก ธรรมชาติ นําไปสู่การร่วมสร้างสังคมเกื้อกูล
เมื่อเรามีสุขภาวะทางปัญญาที่ดี สิ่งที่ตามมาก็คือการเข้าใจชีวิตและเข้าใจตัวเอง รวมไปถึงมองเห็นด้านสว่างของตัวเอง ซึ่งด้านสว่างนี้เราขอเรียกมันว่า ‘ความน่ารัก (Nice)’ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่ลึกข้างใน
ถ้าใครจะเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความดี’ ก็ไม่ว่ากัน ท้ายที่สุดก็มันก็คือสิ่งเดียวกัน ความดีที่เรากำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงแค่การทำความดี รักษาศีล 5 หรือการบริจาคเงินเป็นล้านๆ ให้กับผู้ยากไร้ แต่มันคือความดีงาม ความน่ารัก ความเอื้อเฟื้อ และไม่คิดจะทำร้ายผู้อื่น
ที่สำคัญเป็นความดีที่มีอยู่จริง มีอยู่แล้ว และไม่ต้องพยายามมาก

แน่นอนว่าการมีสุขภาวะทางปัญญาที่ดีส่วนหนึ่งก็มาจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันถ้าสังคมไม่ได้ส่งเสริมให้คนรักหรือเชื่อในตัวเองมากพอ การจะมีสุขภาวะทางปัญญาที่ดีก็เป็นไปได้ยาก
‘กี้-จารุปภา วะสี’ ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา บอกกับเราว่า ไม่เป็นไรหรอก ถ้าตอนนี้ยังไม่เห็นความดีหรือความพอดีของตัวเอง เราอาจจะเจอมันสักวันหนึ่ง แต่อย่าเชื่อว่ามันไม่มี
“เราเชื่อว่าข้างในตัวมนุษย์มีความดี (Nice) อยู่ มันอาจจะอยู่ลึกหน่อยก็ได้ แต่ว่ามนุษย์จะสามารถใช้ความดีออกมาได้ไหม มันก็มีปัจจัยอื่นๆ มาประกอบเยอะมากเลย”
ชวนมาสำรวจ ‘ความดี’ ที่มีอยู่จริง มีอยู่แล้ว และไม่ต้องพยายามมาก หรือที่เราเรียกว่า ‘Nice’ ของตัวเองกันดีกว่า ก่อนจะมองไปข้างหน้า เราต้องเชื่อ ก่อนว่าในตอนนี้มีทรัพยากรความดีอยู่ในตัวเอง หายากหน่อย แต่เชื่อเถอะว่ามันมีจริงๆ
มีเทรนด์หนึ่งของ TikTok ที่ชื่อว่า ‘Humans Being Humans’ ที่เป็นการรวบรวมโมเมนต์น่ารักแต่เต็มไปด้วยความธรรมดาของมนุษย์ (ลองดูได้ที่นี่) น่าแปลกใจที่แต่ละคลิปไม่มีเนื้อหาอะไรซับซ้อนเลย มีแค่วิดีโอคนเดินจับมือ คนพาเด็กข้ามถนน คนกอดกัน หรือแม้กระทั่งคนนั่งอ่านหนังสือคนเดียว แต่พอดูแล้วเรากลับคิดตามได้ว่า การเป็นมนุษย์มันก็น่ารักเหมือนกัน
Humans Being Humans คือ การสำรวจความธรรมดาที่แสนพิเศษของมนุษย์ ทำให้รู้ว่ามนุษย์มีมุมที่น่ารักอยู่เสมอ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องสืบค้นพื้นเพของแต่ละคนว่าเขาเป็นใคร เขามีเงินเก็บแค่ไหน หรือเขาทำงานตำแหน่งอะไร ถ้าสิ่งที่เราเห็นตรงหน้าคือความดี ความน่ารัก แค่นั้นก็ถือว่าพอแล้ว
ทีนี้มองย้อนมาที่ตัวเอง เราก็มนุษย์คนหนึ่งเหมือนคนอื่นๆ ทำไมจะไม่น่ารักล่ะ? ในเมื่อเราเองก็มองว่าคนอื่นมีความดีงาม มีความน่ารัก โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันอย่างลึกซึ้ง งั้นตัวเราเองก็มีสิ่งเหล่านี้อยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือขุมทรัพย์ในตัวเองที่ใครก็เอาไปไม่ได้ มันคือส่วนหนึ่งของความพอดีที่เรากำลังวิ่งตามหาอยู่
เงินเดือนที่เรามองว่ามันน้อย ก็ยังพาไปกินอาหารอร่อยๆ ได้ รอยย่นบนใบหน้าที่อยากให้หายไป คือหลักฐานว่าเราใช้ชีวิตมาคุ้มค่าแค่ไหน หรือแม้กระทั่งตำแหน่งงานที่เรามองว่ามันไม่สูงเอาเสียเลย ก็ยังพามาเจอเพื่อนร่วมงานที่ดีได้ ทุกอย่างที่เรามีไม่ใช่ว่ามันไม่มีข้อดี มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นข้อดีของทรัพยากรเหล่านี้บ้างไหม
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยากให้ทุกคนหยุดวิ่งไล่ตามสิ่งที่ดีขึ้น แล้วพอใจในสิ่งที่มีก็พอ มันคือการวิ่งไปด้วย และรักษาหัวใจตัวเองไปด้วยต่างหาก วิ่งไปข้างหน้าแบบไม่ทำร้ายตัวเอง เหนื่อยก็พัก แวะชมตัวเองบ้าง พักเอาแรงเสร็จก็สวมรองเท้าแล้วไปกันต่อ ระหว่างทางก็อย่าเผลอทำความน่ารักของตัวเองหลุดมือไป
ความน่ารักของเรามันไม่ได้ฮีลแค่ใจตัวเอง แต่มันยังส่งผลต่อคนรอบตัวให้เขามองเห็นความน่ารักในตัวเองบ้างอีกด้วย และท้ายที่สุดมันก็มีผลต่อโลกที่เรากำลังอาศัยอยู่ ถ้าทุกคนคิดได้ว่าต้องไม่เบียดเบียนกัน ต้องเอื้อเฟื้อแก่กัน แล้วโลกมันจะไม่น่าอยู่ได้อย่างไร
ขอมอบประโยคสั้นๆ ว่า “you’re enough” ให้กับทุกคนที่ผ่านมาเห็นบทความนี้ บางทีคำพูดปลอบประโลมที่ดีอาจไม่ได้มีแค่ “เก่งที่สุด” “ดีที่สุด” แต่มันอาจจะเป็นประโยคธรรมดาๆ ที่ว่า “ดีพอแล้ว” สิ่งที่ทุกคนต่างมีอยู่ในตัวมันพอดี มันโอเคแล้ว เราไม่จำเป็นต้องพยายามกับมันจนเหนื่อยเลย
จนมาถึงตอนนี้ถ้าเรายังหาความน่ารัก ความพอดี ในตัวเองไม่ได้จะทำอย่างไร? ขอชวนมาค้นหาตัวเองที่งาน Soul Connect Fest 2025 : Humanice มหกรรมพบเพื่อนใจ ในวันที่ 27 ก.พ.-2 มี.ค. 2568 ที่ สามย่าน มิตรทาวน์
งานนี้จัดเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อ ‘สุขภาวะทางปัญญา’ ซึ่งมาในธีม ‘Humanice’ สำรวจความน่ารักของมนุษย์ผ่านมนุษย์ด้วยกันเอง พบกับ ‘เพื่อนใจ’ เพื่อนที่จะพาไปเชื่อมต่อหัวใจในตัวเรา พร้อมแนะนำวิธีการดูแลใจอย่างครบทุกมิติ
นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนาที่พาเราไปรู้จักตัวเอง คนรอบตัว และโลก อีกมากมาย รวมไปถึงวิธีการรักษาสิ่งเหล่านี้ให้แข็งแรงอีกด้วย รายละเอียดของเวทีเสวนาและกิจกรรมอื่นๆ จะตามมาเร็วๆ นี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้เฟสบุ๊กแฟนเพจ Soul Connect Fest
ในวันนั้นอยากให้สวมรองเท้าคู่ที่ชอบ ในกระเป๋าไม่ต้องแบกอะไรมามาก คิดว่ากำลังจะมาเจอเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพื่อนคนนั้นกำลังรอให้เราไปหา แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบ กินขนมอร่อยๆ ด้วยกัน เขาจะตบไหล่และบอกกับเราว่า “ดีใจที่ได้เจอกัน” ก็เท่านั้นเอง

