สู้อย่างคนขี้ขลาด – กลับมาฟังเรื่องราวตัวเอง – เดินออกจากกรอบ กรอบที่ใครก็ไม่รู้ขีดไว้ เริ่มต้นปีด้วย 3 ข้อคิดดีๆ จากเวที TEDxBangkok

รักตัวเองทั้งในวันที่ดีและในวันที่ห่วย 

ทั้ง 3 สปีคเกอร์ของเวที TEDxBangkok2023 ที่ผ่านมา ไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมาตรงๆ แต่เรื่องราวชีวิตที่นำมาแชร์ คือการย้อนมองกลับไปในวันที่แย่ เกลียดตัวเอง ไม่มีแรงแม้กระทั่งลืมตา ท้อ ไม่ยอมแพ้ และ กล้าหาญ 

“การสู้แบบคนขี้ขลาด” ของ ‘SUNTUR’ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินนักเล่าเรื่องผ่านภาพ

“การกลับมาฟังเสียงตัวเอง” ของ Rae lil Black (เรวดี) นักแสดงหนังผู้ใหญ่และยูทูบเบอร์ 

“การเดินออกมาจากกรอบ” ของ ‘เกี๊ยว’ กัญญารัตน์ เกรียงไกรรัตน์ หัวหน้าคณะสิงโตมังกรหยก 

ทั้ง 3 บอกเราว่า นอกจากแม่(_ึง)  ไม่มีใครเก่งเท่าตัวเองอีกแล้ว

5 เทคนิคสู้แบบคนขี้ขลาดของ SUNTUR

บนเวที TEDxBangkok2023 ซันเต๋อ (SUNTUR) หรือ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินนักเล่าเรื่องผ่านภาพ มาพูดในหัวข้อ ‘การสู้ของคนขี้กลัว’

“สู้แบบคนขี้ขลาดนี่แหละครับ”​ Suntur ขยายความใหัชัดเจนขึ้นไปอีก 

เขาบอกว่ากลัวไปทุกเรื่อง และการพูดในฐานะ speaker ของเวทีนี้ เขาเองก็กลัวเช่นกัน แต่เขาก็สู้ความกลัวมาบอก 5 เทคนิคไว้ต่อสู้กับความกลัวจากคนกลัวแม้กระทั่งจิ้งจก 

1.พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนขี้ขลาดแบบเราจะสู้คนเดียวไม่ได้ เราต้องมีแบ็กอัป ถึงแม้เราจะเลือกเกิดเป็นคนเก่งไม่ได้ แต่เราเลือกเป็นคนเฮงได้ครับ เวลาที่ผมเผชิญกับความทุกข์ หรือความกังวล ผมมักจะไปไหว้พระ ทำบุญ และขอพร 

ผมเชื่อว่าคนที่จมอยู่ในความทุกข์ เราก็แค่อยากจะมีความหวังบ้าง ความหวังเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้ใจเดินต่อไปข้างหน้า เราก็แค่อยากอุ่นใจ อยากจะสบายใจ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สิ่งที่ขอไปท่านจะได้ยินหรือเปล่า แต่คนที่ได้ยินแน่ๆ คือตัวผมเอง เวลาที่เราตั้งสมาธิและพูดในสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ อยากทำจริงๆ หรือสิ่งที่เราอยากเป็นจริงๆ ผมเชื่อว่าเสียงนั้นมันจะดังอยู่ในใจเรา แล้วเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเองไปด้วยว่า เราจะผ่านมันไปได้ ก่อนมาพูดวันนี้ผมก็ไปมาสามวัด 

2.เผชิญหน้า คนขี้กลัวแบบผม เก่งมากในการหนีปัญหา หลายๆ ครั้งผมเลือกเผชิญหน้า เพราะถ้าเราหนีไปเรื่อยๆ ความกลัวก็จะข่มขู่เราไปเรื่อยๆ สู้เราทำให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า ผมเชื่อว่าคนเรามีต่อมเอาตัวรอด และต่อมเอาตัวรอดนี้จะทำงาน เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัย อารมณ์เหมือนโยนคนว่ายน้ำไม่เป็นลงในน้ำ แล้วมือเท้าตะกุยน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์

ก่อนผมจะพูดเวทีนี้ ต่อมเอาตัวรอดของผมก็ทำงาน สมองก็คิดว่าจะพูดเรื่องอะไรดีให้มันผ่านไปได้ ผมต้องซ้อมหนักแค่ไหนให้ออกมาผิดพลาดน้อยที่สุด จริงๆ การพูดตรงนี้ ความกลัวผมไม่ได้หายไปเลย ผมยังกลัว ยังตื่นเต้น ใจยังสั่น แต่ผมปักธงความกลัวของผมไว้ใกล้เส้นชัยมากขึ้น 

3.เตรียมตัว วิธีที่ผมชอบใช้ คือ ผมจะเขียนออกมาในกระดาษ เอาความกังวลของเราออกมาให้หมด จดในมือถือก็ได้ ลิสต์มาให้หมดว่ามีอะไรบ้าง เพราะอยู่ในหัวมันเหมือนขยุกขยุย แต่การที่เราเขียนออกมา เหมือนเราเห็นความกังวลทั้งหมดของเรา ไอ้ความกังวลก้อนใหญ่มันก็จะลดลงเหลือแค่กระดาษแผ่นเดียว 

และผมเคยใช้วิธีนี้ตอนไปบอกเลิกคนๆ หนึ่งด้วยครับ ผมกลัวเขาจะเสียใจ กลัวเขาเสียความรู้สึก และใช่ครับผมเขียนสคริปต์ ชื่อสคริปต์ว่า ‘ไปต่อหรือพอแค่นี้’ ผมพยายามเขียนข้อดีข้อเสียของสิ่งที่ผมตัดสินใจ พยายามคิด worst case แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น พยายามเขียนคำตอบว่า ถ้าเขาถามแบบนี้เราจะตอบเขาว่ายังไงให้เขาเข้าใจ จะใช้อ็อปชัน 1 หรืออ็อปชัน 2 

4.ขอความช่วยเหลือ สุดท้าย ถ้าสู้คนเดียวไม่ไหวก็ขอความช่วยเหลือเถอะ มีมิตรภาพดีๆ รอบตัวที่เขายังยินดีช่วยเหลือเราอยู่ 

หลายๆ ครั้งผมก็รอดมาได้จากความช่วยเหลือของคนรอบข้าง ขอย้อนกลับไปนิทรรศการครั้งที่ 2 ของผมชื่อ a little letter from someone somewhere ตอนนั้นผมอยากโชว์งานของผม 25 ภาพ และมีศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง มาทำเพลงประกอบในแต่ละภาพ ตอนผมคิดไอเดียนี้ได้ ผมคิดว่ามันเจ๋งมากๆ แต่พอ 5 นาทีผ่านไป ความกังวลเพื่อนรักก็มาตามคิวเหมือนนัดว่า เราจะไปหาศิลปินดังๆ 25 คนมาช่วยเราได้ยังไง เงินจ้างก็ไม่มี ตอนนั้นผมทำเอง เช่าที่เอง เงินทุนแทบไม่มี 

ผมเลยลองปรึกษาเพื่อน เพื่อนเอาโพรเจกต์นี้ไปคุยกับศิลปินที่รู้จัก แล้วบอกว่าศิลปินท่านนั้น ยินดีที่จะมาช่วยผม ผมใจฟูมากครับ เหมือนการช่วยเหลือขั้นที่ 1 มันเริ่มขึ้นแล้ว แต่ความกังวลเพื่อนรักมันกลับมาอีกแล้ว ยังเหลืออีก 24 ขั้น แต่ในใจลึกๆ แล้ว ผมคิดว่าตัวเองน่าจะทำโพรเจกต์นี้ให้มันเกิดขึ้นได้ ผมเลยลองติดต่อไปทีละคน โทรไปบ้าง DM ไปบ้าง

สวัสดีครับน้องอิ๊งค์ พี่ชื่อซันเต๋อนะครับ สนใจมาร่วมงานกันมั้ยครับ …. ผมทำอย่างนี้เรื่อยๆ แล้วก็มีรุ่นพี่ รุ่นน้อง ช่วยติดต่อ เหมือนผมใช้คอนเนคชั่นทั้งชีวิตผมกับโพรเจกต์นี้ ปรากฏว่าผมได้ครบทั้ง 25 คนจริงๆ แต่ผมก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือแค่ 25 คนเท่านั้น ผมได้ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนจากพี่  

5.แล้วมันจะผ่านไป มันอาจเป็นคำที่ฟังดูคลีเชนะครับ แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มองย้อนกลับไปในอดีต เราผ่านความกลัวมาเป็นร้อยเป็นพัน แต่เราก็ยังผ่านมาได้ 

ความกลัวเป็นสิ่งที่เราคิดกังวลไปเอง มันอาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้ หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นแล้วเราสามารถผ่านมันไปได้ ความกลัวมันจะตัวเล็กลงไปเลย บางครั้งมันอาจจะเล็กจนเราลืมว่า เราเคยกลัว เคยกังวล ทุกอย่างบนโลกมันก็จะผ่านไป ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดมากๆ จะทุกข์มากๆ เราก็แค่ต้องทำๆ มันไป ทนๆ มันไป ให้มันผ่านไปวันต่อวันก็ยังดี เราอาจจะรู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ แต่ที่เรารู้สึกเหนื่อย แต่เชื่อเถอะ เราสู้ได้มากกว่าที่คิด 

“ลองสู้อีกสักหน่อย ฝืนอีกสักหน่อย สู้แบบคนขี้ขลาดก็ได้ ถึงจะแพ้แต่ก็ไม่คาใจอีกแล้ว”

กลับมาฟังเรื่องของคุณเอง ชีวิตของคุณเอง

Rae lil Black คือ secret speaker ของเวที TEDxBangkok2023 

“ฉันมาวันนี้เพื่อมอบทิปส์บางอย่างให้พวกคุณ เพราะอาชีพฉันคือนักแสดงหนังสำหรับผู้ใหญ่ ฉันได้รับคอมเมนท์ทางลบ อีเมล์หยาบคาย ความคิดเห็นต่างๆ ที่ตัดสินฉันไปแล้ว บางคนอาจจะคิดว่าฉันไม่สนใจมันได้ แต่ฉันอยากจะบอกว่าคำพูดมันมีพลังมหาศาลมากๆ ที่ทำให้การเห็นแค่ครั้งเดียว คุณจะไม่สามารถลืมหรือไม่สามารถเพิกเฉยมันได้เลย มันจะติดอยู่ในหัวคุณตั้งแต่นั้น 

ลองนึกภาพตามนะคะ เช่น ตอนคุณได้รับข้อความ เธออ้วน เธอน่าเกลียด เธอไม่สวย ฯลฯ ฉันไม่รู้จักคนเหล่านี้ แต่ความคิดของพวกเขาที่แปลว่า ‘ฉันไม่มีความหมาย’ มันทำร้ายฉันมาก 

แล้วฉันทำยังไงกับมัน? และนี่คือความลับของฉัน 

ไม่มอง ไม่ฟัง จะได้ไม่เจ็บ 

ใครๆ ก็รู้ ในโลกใบนี้ มันมีหลายอย่างที่เราไม่จำเป็นต้องมอง ต้องฟัง แต่มันกลับเอาเวลาจากฉันไปและที่สำคัญ มันกัดกินฉันจากข้างใน 

ฉันร้องไห้ ฉันซึมเศร้าจนกระทั่งตัวเองไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ลุกจากเตียงไม่ได้ ฉันกินไม่ได้ จนน้ำหนักลดเหลือ 35 – 36 กิโลกรัม จนฉันไม่สามารถอาบน้ำได้เป็นอาทิตย์ ฉันไม่มีพลังที่จะทำเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ในแต่ละวัน ฉันไม่มีพลังกระทั่งจะรู้สึกว่าฉันอยากจะมีชีวิตอยู่ แต่วันหนึ่ง ฉันก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่มีพลังเหมือนเดิม และตระหนักว่าฉันเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับโทรศัพท์ อยู่กับความคิดลบๆ และทำให้ตัวเองเศร้า น่าสงสาร ไม่มีความมั่นใจ 

ถึงจะยังไม่มีแรงแต่นั่นคือโมเมนต์ที่ฉันตระหนักได้ ฉันสัญญากับตัวเองข้อหนึ่งว่า จะพยายามทำให้ตัวเองมีความสุขในทุกๆ วัน และ หยุดคาดหวังให้คนอื่นทำให้ฉันมีความสุข มันง่ายเหรอ ไม่เลย แต่ตอนนี้ฉันรู้ว่า คนหนึ่งที่พยายามทำให้ฉันมีความสุขทุกวัน มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ มั่นใจในสิ่งที่เอาชนะได้ และสิ่งที่ทำให้ฉันเป็น ‘เรวดี’ วันนี้คือตัวฉันเอง” 

เรวดี คือชื่อไทยของ Rae lil Black 

“ด้านหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ บางคนปฏิบัติกับฉันแบบนี้เพราะฉันเป็นนักแสดงหนังผู้ใหญ่ ซึ่งมันเป็นความจริง แต่อีกด้านหนึ่งฉันคือเรวดี ผู้หญิงที่เรียนจบด้านกฏหมายและการเมือง และเป็นเจ้าของบริษัท เกมเมอร์มืออาชีพ นักเดินทางทั่วโลก ฟู๊ดบล็อกเกอร์ และวันนี้ ฉันกลายเป็นสปีคเกอร์ของ TEDxBangkok2023 

และฉันยังอยากบอกทุกคนว่าตอนนี้ฉันกลายเป็น beginner of muaythai fighter 

เพื่อจะรู้สึกดี รู้สึกแข็งแรง และเป็นตัวของตัวเองสุดๆ ฉันคือ Fighter of life ตอนนี้คุณค่าที่คนอื่นให้ฉัน มันไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะฉันรู้แล้วว่า คนๆ นี้ (ชี้ไปที่ตัวเอง) ทำให้ฉันมีความสุข คนๆ นี้คือนักสู้ คนๆ นี้ต่อสู้ได้กับทุกสิ่ง 

ทุกๆ คนจะคิดกับฉันยังไงก็ได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะได้เจอฉัน รู้จักฉัน รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน รู้เรื่องราวชีวิตจริงๆ ของฉัน และรู้จักจริงๆ ว่าฉันเป็นคนยังไง แต่ฉันรู้ว่าใครที่จะทำให้ฉันมีความสุขได้ 

I’m not fighter แต่ ฉันคือ strong beautiful fighter for life 

ขอฉันถามกลับบ้าง แล้วคุณล่ะเป็นใคร อะไรคือตัวตนของคุณที่คุณอยากให้คนอื่นรู้ อะไรคือเรื่องราวในชีวิตจริงของคุณที่อยากให้โลกรู้  อะไรคือพลังข้างในของคุณที่รอจะปล่อยออกมา 

กลับมาฟังเรื่องของคุณเอง ชีวิตของคุณเองกันนะคะ ยินดีที่ได้พบคุณค่ะ”

ทำไมสิงโตและมังกรต้องถูกจำกัดให้เชิดอยู่แค่หน้าศาลเจ้า

“ถ้าทำแบบเดิมๆ  ไม่กล้าเดินออกมาจากกรอบ กรอบที่ใครก็ไม่รู้ขีดไว้ หรือหยุดเพียงเพราะไม่มีใครเค้าทำกัน เกี๊ยวก็คงไม่มีวันนี้” 

วันนี้ของ ‘เกี๊ยว’ กัญญารัตน์ เกรียงไกรรัตน์ หัวหน้าคณะสิงโตมังกรหยก คือการขึ้นพูดเป็น speaker คนสุดท้ายของ TEDxBangkok 2023 

เกี๊ยวเติบโตมาในคณะสิงโตมังกรหยก ที่เตี่ยเป็นคนก่อตั้ง เกี๊ยวเป็นเด็กถือถาดส้มเวลาออกงาน 

“คุณแม่ทำกับข้าวอร่อยมาก ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กคณะสิงโต กินจุทุกคน พวกเราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เตี่ยจากไปอย่างกระทันหัน พวกเราไม่ทันตั้งตัว ทำใจไม่ได้เลย” 

“โลกทั้งใบของเรามันดับไปเลย” ตอนนั้นเกี๊ยวอายุ 20 ปี เรียนด้านออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ และมีความฝันที่ห่างจากคณะสิงโตแบบคนละซีกโลก

หลังจากเรียนจบ เกี๊ยวได้ทำงานตำแหน่ง Visual Merchandiser ให้แบรนด์ดังต่างๆ อยู่พักใหญ่ ใช้ชีวิตเดินทางตามความฝันของตัวเองจนมาถึงจุดหนึ่ง จุดที่รู้สึกอยากกลับบ้าน อยากมาอยู่กับแม่ เมื่อได้กลับบ้าน ภาพบรรยากาศการเชิดสิงโตในความทรงจำจึงชัดเจนขึ้นอีกครั้ง 

.

“ความฝันของเรามันต้องเปลี่ยน” เกี๊ยวพูดถึงตัวเองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 

จากเด็กตัวเล็กๆ ที่ถือถาดส้มวันนั้น ต้องขึ้นมาดูแลคณะเชิดสิงโต ขัดกับภาพจำของใครหลายคนที่เห็นว่า คณะสิงโตส่วนมากคือผู้ชาย ด้วยรูปแบบการทำงาน การแบกหัวสิงโตที่มันหนัก แล้วผู้หญิงจะมาทำได้ยังไง 

“มีอยู่วันหนึ่ง เกี๊ยวมาบ้าน มองไปที่หัวสิงโต เกี๊ยวคิดว่าถ้าเราเชิดสิงโตได้ มันก็อาจจะสร้างความต่างและอาจสร้างภาพจำใหม่ๆ มันอาจทำให้สิ่งที่เตี่ยสร้างไว้ไปต่อได้ เกี๊ยวเลยคิดว่าจะทำยังไงให้มันอยู่รอด ทำยังไงให้มีลูกค้ามากขึ้นกว่าที่ผ่านมา” 

คำถามสำคัญที่เกี๊ยวสงสัยมากๆ คือ “ทำไมสิงโตและมังกรต้องถูกจำกัดให้เชิดอยู่แค่หน้าศาลเจ้าด้วย

“ทั้งที่ทุกคนต่างก็อยากได้รับทั้งคำอวยพรและความโชคดี เพื่อหาคำตอบ เกี๊ยวเลยเริ่มมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ออกแบบการแสดงโชว์ ทำเป็นแพ็กเกจ เป็นเซ็ตให้ลูกค้าเลือก A B C D ตามราคา จัดชุดยืดหยุ่นตามโจทย์ของลูกค้า ทั้งหมดก็เพื่อให้คณะไปต่อได้” 

แต่การปรับเปลี่ยนอะไรกะทันหัน ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะจากคนในคณะที่ส่วนใหญ่อายุมากกว่าเกี๊ยว และมีศักดิ์เป็นลูกน้องพ่อ  

“พี่ที่เขาอยู่มาก่อนก็มีวิธีการทำงานในแบบของเขา เขาไม่เข้าใจรูปแบบการทำงานในแบบของเกี๊ยว ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมากมายเรื่องคิว บล็อกกิ้ง กำกับขั้นตอนการทำงานไปทำไมให้ยุ่งยาก ทั้งๆ ที่ผ่านมาเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันงาน เขาก็เชิดกันมาแล้ว” 

“มีอยู่งานหนึ่ง เกี๊ยวกำลังบรีฟงานพี่คนหนึ่งอยู่ เขาไม่พอใจมากๆ ที่เกี๊ยวเหมือนไปสั่งเขาเยอะ เค้าวางไม้กลองลง แล้วเขาก็เดินออกไปเลย…” 

เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้เกี๊ยวตัดสินใจปีนขึ้นเสาแล้วลองเชิดเอง ซึ่งมันผ่านมา 10 ปีแล้ว

“มันอาจจะยากที่คนรอบข้างไม่ยอมรับแต่อย่าเพิ่งรีบท้อ ฮึดอีกสักตั้ง คุณก็ทำให้มันสำเร็จได้” 

เกี๊ยวก็พูดประโยคนี้เมื่อขึ้นไปถึงจุดยอดสุดของเสา ถือเป็นโชว์ปิดเวที TEDxBangkok2023 อย่างสวยงาม

ภาพ : TEDxBangkok