“สงสัย ดีใจ หมดไฟ ฯลฯ” สามวันดีสี่วันร้าย ภาวะหนื่อยใจในการทำงาน  ชวนกลับมาตั้งสติในวงคุย Mindful business : รู้เนื้อ รู้ตัว ให้เป็นรูทีน 

สำหรับบางคน วัยยิ่งมากขึ้น ยิ่งสงสัยในตัวเอง (Self doubt) ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่และทำมาตลอด มาถูกทางไหม โดยเฉพาะวัยที่ล่วงเข้ากลางคน อาจมีบ่อยครั้งที่กราฟแต่ละวันมักสลับกันดีร้าย จนหลายคนเหนื่อยกับจังหวะขึ้นลงของชีวิตและภาวะอารมณ์ตัวเองจน Burn out หรือหมดไฟ 

หมดไฟยังไงก็ต้องไปต่อ 

“ตอนนี้ก็ยัง Burn out อยู่ครับ” เต้–วรัตต์ วิจิตรวาทการ ตอบคำถามว่ามีวิธีแก้อาการหมดไฟอย่างไร 

เต้ คือผู้ก่อตั้งร้านอาหาร Roast และ ร้านกาแฟ Roots Coffee ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนในวงคุย Mindful Business for Mindful Living กิจกรรม Creative Being โดย Studio Persona เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 

“แต่เราก็ลาออกไม่ได้ สำหรับผมการ Burn out จึงเป็นเรื่องปกติ เราแค่มีหน้าที่ทำให้มันดีขึ้น”​ ในฐานะหัวเรือ เต้ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ แต่เลือกหาทางออกด้วยการหาคนมาชวนคุย ชวนสะท้อน (reflect)  นั่งคุยกับเพื่อนที่สวน เดือนละครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง 

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีการทำงานและบริหารอย่างมี ‘สติ’ ในความหมายของ Mindful business ของทั้งเต้ รวมถึง เหมี่ยน –พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล CEO จาก Copper Beyond Buffet และ ปัท–ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัด ผู้ก่อตั้ง Studio Persona

ทั้งเหมี่ยนและปัทต่างก็ผ่านการสงสัยในตัวเองหลายครั้ง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่องค์กรยากลำบาก แต่วิธีที่ทั้งคู่ใช้คลี่คลายคือการสื่อสารกับทีม 

โดยเฉพาะในช่วงโควิด ไลน์บุฟเฟต์ที่เปิดไม่ได้ก็ต้องหาทางออกด้วยการเดลิเวอรี่ เหมี่ยนเลือกสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับทีมให้บ่อยเพื่อเข้าใจสถานการณ์ของบริษัทร่วมกันก่อน 

“เราบอกว่าตอนนี้ไม่ต้องคิดถึงกำไร แต่ทำยังไงก็ได้ให้รายได้มันมา cover ทุน เราช่วยกันได้ยังไง สื่อสารปัญหา และเน้นจุดแข็งของแต่ละคน เชื่อว่าทุกคนทำได้” ซีอีโอ Copper Beyond Buffet เล่า

สำหรับทั้งสาม Mindful business จึงแปลว่าการทำธุรกิจอย่างมีสติ ซึ่งการมีสตินี้เอง ปัทเรียกอีกอย่างว่าการรู้สึกตัว ซึ่งเป็นทักษะ เป็นเครื่องมือเพื่อให้เราเอามาใช้เผชิญหน้ากับช่วงที่ยาก 

เหมี่ยน – พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล CEO จาก Copper Beyond Buffet

สติมา 

กลับมาตั้งต้นที่สติในการทำงานของแต่ละคน เต้บอกว่าสติของตัวเองคือการ รู้จักตัวเอง รู้จักลูกค้า รู้จักทีม ในระดับที่เห็นรายละเอียด (little small thing) ทั้งเรื่องใหญ่ เรื่องเล็ก เรื่องคน และหมั่น reflect ซึ่งกันและกันเสมอ และเพื่อปรับตัวเองและหาทิศทาง ในยุคที่ทุกอย่างพร้อมจะ disrupt 

พอกลับมาบ้านเต้ก็จะทำรูทีนส่วนตัว คือ ทบทวนตัวเองในแต่ละวัน 

“ต้อง protect ช่วงเวลานี้ ไม่อย่างนั้นจะรูทีนเดิมๆ มันจะดับไฟเราทุกวัน” ไฟที่เต้หมายถึงคือไฟการทำงาน 

ส่วนปัท ในฐานะเจ้าของสตูดิโอศิลปะบำบัดก็มีวิธีบำบัดตัวเองด้วยการเขียนโน้ตหลังเซสชั่นศิลปะบำบัด เพื่อทบทวน จัดการสิ่งที่เกิดขึ้น 

ดูแลความสัมพันธ์กับมนุษย์

การลงทุนในความสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกิจ มันอาจไม่เห็นผลเป็นตัวเลขหรือผลกำไร แต่ผลตอบแทนส่วนนี้จะกลับมาหาในช่วงที่เราลำบาก 

“ช่วงโควิด จากรายได้ 100 ลดเหลือ 5 บาท แต่รายจ่ายไม่ลด แต่จากการที่เราดูแลลูกค้ามาตั้งแต่ต้น วันที่เราไม่มีเงินจ่ายเกษตรกร เค้าโทรมาบอกว่ายังไม่ต้องจ่าย อยู่กันไปให้ถึงที่สุด” ผลตอบแทนในแบบของ Roots 

เต้ – วรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร Roast และ ร้านกาแฟ Roots Coffee

ย้อนกลับไปช่วงธุรกิจเริ่มโต เต้เริ่มสร้าง mindset ในทีม ด้วยการพาไปดูไร่กาแฟ เจอเกษตรกร สื่อสารกับทีมว่างานไม่ใช่แค่ขายกาแฟ แต่คือการแคร์ ดูแลคนอื่น และมีสติ 

ส่วนไลน์บุฟเฟต์หลากหลายของ copper วัตถุดิบหลายอย่างมาจากการลงทุนในความสัมพันธ์ 

“สับปะรดมาจากสวนนี้ หอยนางรมต้องมาจากฟาร์มนี้เท่านั้น เราต้องไปดีลพร้อมสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงครัว” เหมี่ยนบอก 

งานสตูดิโอศิลปะก็ไม่ต่างกัน ปัทบอกว่าความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจ สำคัญที่สุดกับการเยียวยา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่ชัดเจน ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย กรอบการทำงาน 

การดูแลใจพนักงาน ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของความสัมพันธ์ 

“พุ่งเข้าไปก่อน ถ้าเห็นเค้าไม่แฮปปี้ ต้องมีคนดูแลซึ่งกันและกัน และบริษัทจะใช้หลัก fact & feeling ในการประเมินทุกครั้งเพราะคนคือหัวใจหลักและคนก็มีหัวใจ ถ้าทั้งสองอย่างดี งานจะดี” 

การพาทีมไปทำอย่างอื่นด้วยกันอย่าง outing ก็เป็นวิธีที่ทำให้เห็นมิติอื่นๆ ของทีม เช่น ความชอบ ความสนุก ฯลฯ ในด้านที่ไม่เคยเห็นตอนทำงานด้วยกัน 

ส่วนเหมี่ยนที่ทำงานกับอาหาร จึงเน้นการดูแลไปที่อาหาร เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องและต้องอร่อยด้วย 

“พนักงานมีอาหาร 2 มื้อ และ 2 มื้อนี้ต้องอร่อย เค้าต้องได้พักอย่างมีคุณภาพ อิ่ม อร่อย มีทีมดูแลเรื่องนี้เฉพาะเลย” 

ต้นทุน กำไรก็สำคัญ 

การทำธุรกิจก็เพื่อเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวและดูแลทีม จึงจำเป็นต้องอยู่รอดให้ได้ ร้านกาแฟที่อายุกว่า 8 ปีอย่าง Roots ยอมรับว่าทุกวันนี้ก็ยังหาวิธีอยู่ 

“เป็นการ balance มากกว่า เราตั้งวัตถุประสงค์หรือ purpose มากกว่ากำไร เช่น ลงทุนในคู่ค้า ลงทุนในวัตถุดิบ  purpose ของเราคือการรักษาทรัพยากรคนไว้  ทำยังไงให้เขาไม่ลาออกแต่ช่วยเรามากขึ้นในเวลาที่ยาก  เช่น การจะเพิ่มราคาเราก็ต้องเพิ่มคุณภาพอย่างอื่นเข้าไปด้วย ทำให้ลูกค้ารู้ว่าราคานี้มีเหตุผลและคำอธิบาย แต่มันก็ทำให้เรามีสติมากขึ้น คิดในการทำงานแต่ละส่วนมากขึ้น” 

ด้าน Copper ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมาก แม้ในช่วงที่ต้นทุนเพิ่ม 30 % เหมี่ยนเลือกใช้วิธีบริหารเมนูและต่อยอดจุดแข็ง 

“โฮดาเตะ เดิมมี 5 เมนูก็ลดเหลือ3 เราสำรวจมาแล้วว่าลูกค้าเราชอบก๋วยเตี๋ยวเรือ เราก็แตกไลน์ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เพราะเราควบคุม ซุป เส้นได้มากกว่าซีฟู้ด” 

อย่าลืมจัดการใจ 

เวลาที่กองความเครียดมารุมเร้าจนเกือบไม่ไหวแต่งานก็ยังต้องทำงานต่อไป แต่ละคนมีวิธีจัดการดูแลใจอย่างไร 

“จัดห้องบำบัด เตรียมตัวเอง กลับมาอยู่กับเนื้อตัว เช่น หายใจแน่นๆ  หรือใช้วิธีเขียน ระบายผ่านตัวหนังสือ จะวาดรูปหรือวาดเส้นก็ได้ แล้วพับเก็บกระดาษไว้อีกห้อง ฉีกทิ้งก็ได้” วิธีของปัท 

ปัท – ปรัชญพร วรนันท์ นักศิลปะบำบัด ผู้ก่อตั้ง Studio Persona

เพราะอารมณ์เป็นทรัพยากรที่สำคัญ ปัทเสริมว่าตัวเองใช้วิธีที่เรียกว่า  I message สังเกตตัวเองว่าเรารู้สึกอะไร และสื่อสารมันออกมาได้ผ่านการเขียน วาด เพื่อบอกตัวเองว่าไม่หนี และกำลังเผชิญหน้า การถ่ายทอดมันออกมาได้แปลว่าฉันเอาอยู่

ส่วนเหมี่ยน ดูแลใจด้วยการให้เวลาฟังกับตัวเอง หลังจากที่พูดคุยสื่อสารตลอดชั่วโมงการทำงาน 

“ไปแจ๊สบาร์ อาทิตย์ละ 1-2วัน  เราคุยประชุมเยอะ เราจึง pause ตัวเองด้วยการไปฟังอย่างเดียว” 

นอกจากจะหาคนคุยและฟังแล้ว อีกวิธีหนึ่งเต้ที่พึ่งพาได้  ChatGPT 

“อย่างน้อยเราได้พิมพ์ความรู้สึก ได้บอกความต้องการของตัวเองออกไป แล้วมีการสะท้อนกลับมาให้เห็นตัวเองมากขึ้น”