Boys Don’t Cry: สำรวจเรื่องราวในเพลง ‘ขี้แง’ ที่สะท้อนว่าเด็กผู้ชายก็มีเรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาได้ แม้จะถูกป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายไม่ต้องร้อง

เป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นคน มีความรู้สึก เจ็บเป็น กลัวเป็น เสียใจเป็น

แม้เพลงขี้แง (Boys Don’t Cry) ของ PROXIE วงบอยกรุ๊ป T-Pop ที่มีสมาชิก 6 คน จะปล่อยมาเป็นระยะเวลา 1 เดือนแล้ว แต่เพลงนี้ยังคงครองชาร์ทด้วยดนตรีและเนื้อหาเพลงที่ถูกใจใครหลายคนตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยแผ่นเสียงท่อนฮุกให้ชาว Tiktok ไปร้องพึมพำตาม

ผมอะเป็นคนแรก แต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง

ที่บ้านเป็นพี่คนโต แต่ทำไมเธอให้เป็นแค่น้อง

สายตาเธอมันฟ้องว่าฉันคงดีไม่พอ

ป่ะป๊า หม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง

พอเพลงเต็มปล่อยออกมา เนื้อหาของเพลงก็เต็มไปด้วยความรู้สึกตัดพ้อ น้อยใจ และผิดหวัง แต่ทำได้เพียงต้องปลอบใจตัวเอง และต้องท่องจนจำขึ้นใจว่าผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กัน

ผมให้เธอสำคัญที่สุด แต่เธอให้เป็นสำรอง

I give my all for you และฉันก็คงจะไม่ได้ครองใจ

ไม่ได้อยากให้เธอน่ะเป็นของใคร ก็แค่อยากจะอยู่กับเธอ all night

Alright, ท่องไว้ในใจให้จำว่า Boys don’t cry

หลายคนโตมากับประโยคที่ว่า “ผู้ชายคือเพศที่เข้มแข็ง” และเมื่อไหร่ที่เด็กผู้ชายร้องไห้ก็จะถูกปลอบว่า “เป็นผู้ชายไม่ต้องร้อง” แทนที่จะปลอบใจด้วยคำพูดอื่นๆ ทำให้ผู้ชายหลายคนไม่กล้าที่จะแสดงความอ่อนแอออกมา

สิ่งนี้คือมายาคติจากความเป็นชายเป็นพิษ (Toxic Masculinity) ผลพวงจากปิตาธิปไตย (Patriarchy) ที่บอกกับผู้ชายว่า เพศที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่นจะต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ผู้ชายหลายคนจึงเลือกเก็บอารมณ์ความรู้สึกทางลบไว้กับตัวเอง จะเล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้ พอกระทบกับสุขภาพจิตเข้ามากๆ หลายคนก็เลือกที่จะวิ่งเข้าหาไลฟ์โค้ชแทนจิตแพทย์

เหมือนกับเนื้อหาในเพลงขี้แงที่พยายามกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้เพราะถูกสอนมาว่าจะต้องไม่ร้องไห้

แต่ไม่ว่าจะเพศไหนก็เปราะบางได้ทั้งนั้นเมื่อเจอเรื่องกระทบจิตใจ ใครๆ ก็ร้องไห้ได้ เพราะการร้องไห้เป็นกลไกที่ช่วยปลดปล่อยความเครียดและความเจ็บปวดทางอารมณ์ เนื้อหาใน MV เพลงนี้จึงพาเราไปสำรวจว่า ‘กัน คิม โชกุน กร อองรี วิคเตอร์’ เด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งใต้รั้วโรงเรียนชายล้วนมีเรื่องอะไรที่ทำให้พวกเขาขี้แง

ขี้แงเพราะความเป็นเพื่อนต้องสู้กับความถูกต้อง

…ไม่อยากเห็นใครทะเลาะกัน ไม่อยากให้กลุ่มแตก แต่แล้วไง สุดท้ายกูก็ไม่เหลือใคร

เรื่องราวใน MV เพลงขี้แง เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างคนต่างมีเรื่องราวที่อยู่ในใจตัวเอง ซึ่งความกลัวที่ทุกคนมีร่วมกันคือกลัวว่าสักวันหนึ่ง ความสัมพันธ์ของคนในกลุ่มจะเปลี่ยนไป จึงเลือกที่จะเก็บบางเรื่องไว้กับตัว แต่สุดท้ายก็ดันเกิดเรื่องที่ทำให้ ‘กลุ่มแตก’ อยู่ดี 

ตั้งแต่ในคาแรกเตอร์วิดีโอ (Character Video : วิดีโอนำเสนอตัวละครโดยเน้นไปที่บทบาท/เรื่องราวของตัวละครนั้นๆ ) จนมาถึงตัว MV ‘คิม’ คือตัวละครที่อยู่ในบทบาทผู้นำ และหากให้คาดเดาก็คงไม่พ้นตำแหน่งหัวหน้าห้องหรือประธานนักเรียนอะไรทำนองนั้น เราจึงได้เห็นคิมดุเพื่อนที่มัวแต่เล่นกันระหว่างทำพิธีมิสซาฯ ที่ตัวเองเป็นสัตบุรุษ (คริสตชน) 

พิธีมิสซา คือ พิธีบูชาขอบพระคุณในความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชนที่มีศูนย์กลางอยู่ที่การระลึกถึงการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งในพิธีนี้ ‘สัตบุรุษ’ สมาชิกของประชากรของพระเจ้าที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วจะมีส่วนร่วมที่สำคัญ โดยการจะเป็นสัตบุรุษได้นั้น เกิดได้จาก 2 กรณีด้วยกัน คือ การถวายตัวและการถูกรับเลือก

ด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่ถูกรับเลือก คิมจึงต้องอยู่กับความถูกต้อง เป็นเด็กดีของพระเจ้า เป็นเด็กดีของครู เพราะฉะนั้น พอเขาเดินไปเจอวิคเตอร์และอองรี เพื่อนในกลุ่มของตัวเองกำลังแอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำ ด้วยหน้าที่คิมจึงต้องไปบอกครู เพราะผิดกฎระเบียบ

ผลที่ตามมาคือเพื่อนทั้งสองถูกเรียกเข้าห้องกิจการนักเรียน ถูกเรียกผู้ปกครองเข้าพบ ถูกครูต่อว่า ความเป็นเพื่อนทำให้เขารู้สึกผิด คิมเลยเดินตามไปขอโทษวิคเตอร์หลังจากออกจากห้องกิจการนักเรียน แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่การหันมาบอกว่า เข้าใจว่าคิมทำไปเพราะหน้าที่ แต่เป็น 1 หมัดเน้นๆ เข้าที่หน้า และกลายเป็นรอยร้าวในความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนทั้ง 6 เมื่อคิมสวนกลับ

ขี้แงเพราะความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อมีเรื่องหนักใจ เราต้องการใครสักคนคอยอยู่เคียงข้าง คอยรับฟังปัญหา และคอยเป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งสำหรับหลายๆ คน ตำแหน่งตรงนั้นคือคนในครอบครัว แต่ไม่ใช่กับ ‘วิคเตอร์’

ในคาแรกเตอร์วิดีโอ วิคเตอร์พยายามโทรหาแม่หลายครั้งหลังเลิกเรียน โดยหวังว่าแม่จะมารับกลับบ้าน แต่กว่าจะรับก็หลายสาย พอรับปุ๊บ ไม่ทันจะได้พูดเรื่องในใจ ปลายสายก็ดูเหมือนจะไม่มีเวลาให้เหมือนที่ผ่านๆ มา วิคเตอร์จึงบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะนั่งร้องไห้คนเดียว

ซึ่งการไม่ใส่ใจหรือการเพิกเฉย เป็นความรุนแรงในครอบครัวไม่ต่างกับการลงไม้ลงมือ โดยจะนำไปสู่บาดแผลในใจที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ มองว่าตัวเองไม่มีคุณค่าในสายตาคนที่เขารัก และรู้สึกไม่มีที่พึ่งพิง

พอไม่มีทางจะระบายออก สิ่งที่วิคเตอร์หันหน้าเข้าหาเพื่อกำจัดเรื่องไม่สบายในจิตใจจึงเป็นการสูบบุหรี่ที่ให้ความสุขระยะสั้น เพราะพอสารหมดฤทธิ์ สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่มากกว่าเก่า เพราะสมองโหยหานิโคติน เหมือนกับวิคเตอร์ที่ความเครียดอาจหลุดลอยไปในพื้นที่สี่เหลี่ยมของห้องน้ำ แต่พอโดนจับได้และแม่รู้เรื่องนี้เข้า ความรู้สึกที่แบกเอาไว้ในใจก็โถมกลับมาหนักอึ้งกว่าเดิม

ส่วน ‘อองรี’ ก็เป็นเด็กอีกคนที่ได้รับความรุนแรงอย่างชัดเจน ด้วยการบังคับให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ตลอดเวลา หากมีอะไรไม่เป็นไปตามกรอบที่ขีดเอาไว้ พ่อก็จะต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือลงไม้ลงมือ เพื่อให้อองรีถอยกลับเข้าไปอยู่ในกรอบ

‘รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี’ เป็นสำนวนที่อยู่คู่สังคมไทยมาเนิ่นนาน และเป็นใบอนุญาตให้หลายครอบครัวใช้ความรุนแรงกับลูกตัวเองเพื่อสั่งสอน โดยคิดเองเออเองว่าเป็นความรักความใส่ใจ ซึ่งไม่ใช่แค่สังคมไทยเท่านั้นที่มีชุดความคิดแบบนี้ เพราะภาษาอังกฤษเองก็มีสำนวน “Spare the rod, spoil the child (ถ้าเก็บไม้เรียวเด็กจะเสียคน)” เช่นกัน

แต่ในบทความ ‘รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี’ โดย ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ทำการสรุปวิจัยหลายๆ เรื่องทั้งในไทยและต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงต่อเด็กพบว่า การลงโทษโดยใช้ความรุนแรง มีแนวโน้มจะส่งผลเสียต่อเด็กทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว แถมยังทำให้เด็กหลายคนมองว่าเป็นความผิดของตนเอง จึงไม่รู้ว่าตัวเองถูกทำร้ายและไม่กล้าปริปากของความช่วยเหลือ

ซึ่งเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงล้วนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นมีอาการวิตกกังวล รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า มีอาการซึมเศร้า จนไปถึงการฆ่าตัวตาย 

ความรุนแรงที่พ่อกระทำต่ออองรีมาตลอด จึงสะท้อนผ่านแววตาที่เหม่อลอยแม้มีเพื่อนอยู่รอบตัว การวาดรูปนกที่พยายามโผบินอย่างอิสระบนหน้ากระดาษ และการยื้อเวลาอยู่โรงเรียนจนดึกดื่นเพราะไม่อยากกลับบ้าน

ขี้แงเพราะปัญหาหัวใจ

ในเมื่อเพลงเป็นเพลงอกหัก จะขาดการขี้แงเพราะความรักก็กระไรอยู่ เด็กผู้ชายใน MV ตัวนี้ก็เจอกับความรักที่ไม่สมหวังเช่นกัน แต่ที่ต่างออกไปจากเนื้อหา MV ตัวก่อนๆ ของ PROXIE คือ พวกเขาไม่ได้อกหักจากการชอบผู้หญิงคนเดียวกันเพียงอย่างเดียว แต่มีความเสียใจที่เกิดขึ้นจากการแอบชอบเพื่อนเพศเดียวกันในกลุ่มอีกด้วย

‘กัน’ และ ‘กร’ เป็นสองตัวละครที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับ ‘เจน’ เพื่อนผู้หญิงต่างโรงเรียนที่สนิทกับ ‘โชกุน’ เพื่อนอีกคนในกลุ่ม แต่สิ่งที่สองคนนี้แตกต่างกันคือ กรเป็นคนที่พูดออกมาก่อนว่าตัวเองชอบเจน ในขณะที่กันเป็นคนที่ปากหนัก ไม่พูดอะไรออกไป กันจึงแอบเคืองกรที่คอยมาคั่นกลางเวลาใกล้ชิดกับเจน และการเก็บความรู้สึกขุ่นเคืองใจนั้นเอาไว้ ก็ทำให้กันระเบิดออกมาเมื่อโดนลูกหลงจากกรในขณะที่เข้าไปช่วยห้ามไม่ให้คิมกับวิคเตอร์ต่อยกัน

ส่วนกรที่โดนต่อยไม่ยั้งจนสวนกลับไม่ได้ เรื่องหัวใจของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าใคร เพราะเมื่อสารภาพรักกับเจนไป เด็กสาวก็ปฏิเสธ ปล่อยให้กรเสียใจร้องไห้ โดยที่มีคนเข้ามาปลอบเป็นคนที่แอบชอบกรอย่างโชกุน

เรื่องที่โชกุนแอบชอบกร โชกุนมีเจนเป็นเพื่อนคนเดียวที่เขากล้าพูดเรื่องนี้ด้วยตรงๆ เพราะการแอบชอบเพื่อนสนิทมักมาพร้อมความหนักใจที่ว่า หากอีกฝ่ายรู้เข้า ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนจะเปลี่ยนไป โชกุนจึงกลัวว่าจะถูกกรเกลียด และกลัวว่ากลุ่มจะแตก จึงเลือกที่จะกลืนความรู้สึกของตัวเองไว้ในใจ เดินไปปลอบกรที่อกหักจากเจนทั้งที่ตัวเองก็เสียใจไม่แพ้กัน

ขี้แงเพราะไม่เหลือใคร

ที่ผ่านมา บ้านไม่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับอองรี เขาจึงมีโรงเรียน มีเพื่อน โดยเฉพาะโชกุน คนที่เข้าใจทุกคนเก่งกว่าใคร เป็นที่พักใจมาโดยตลอด ซึ่งเราเห็นได้จากหลายช่วงที่อองรีอยู่กับโชกุนเพียงลำพังด้วยสีหน้าที่มีความเศร้าหมองอยู่ในใจ สลับกับการอยู่ด้วยกันสองคนแล้วอองรีมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า

ทำให้ช่วงสุดท้ายของ MV แม้จะตกใจกับฉากจูบ (ที่อองรีเรียกว่าจุ๊ม๊วฟ) แต่พอตั้งสติได้ก็รู้สึกไม่แปลกใจมากนักที่เด็กชายคนหนึ่งจะตกหลุมรักคนที่คอยอยู่ข้างๆ ตัวเองในวันที่อ่อนแอ เพียงแต่ความรักในครั้งนี้ของอองรีก็ไม่สมหวังเช่นกัน เพราะถึงจะผลักออกทีหลัง แต่อองรีก็รับรู้ได้ว่าคนที่อยู่ในใจอีกฝ่ายไม่ใช่ตัวเอง

หากเหตุการณ์นี้เกิดก่อนการต่อยตีกันของเพื่อนคนอื่นในกลุ่ม เรามองว่าอองรีคงรู้สึกเคว้งไม่น้อย และคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดีกับความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อน แต่ถ้าเกิดหลังจากที่พ่อของอองรีเดินมาตบหน้าบอกให้เลิกคบกับเพื่อนๆ อองรีคงจะรู้สึกแหลกสลาย เพราะเขาไม่เหลือพื้นที่ไหนที่สามารถโอบกอดตัวเองได้อีกเลย

ทุกปัญหาที่ร้อยเรียงภายใน MV เพลงนี้ไม่ว่าจะเล็กใหญ่แค่ไหน ก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งขี้แงได้ เช่นเดียวกับเราทุกคน ต่อให้โตยังไง เก่งมาจากไหน แต่ถ้าวันไหนเจอเรื่องหนักอึ้งภายในใจ จะร้องไห้ออกมาจนดูเป็นคนขี้แงก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

ฉันก็คงต้องพอเธอบอกให้รอฉันคงไม่รอ

สุดท้ายฉันคงต้องยอมและเธอกับเขากับคงได้ไปต่อ

ทิ้งฉันเอาไว้ ก็เธอใจร้าย oh oh

จำไว้ว่า Boys don’t cry

อ้างอิง