อรหันต์เถรี : เรื่องเล่าของ13 ภิกษุณีที่บรรลุอรหันต์ และคำถามเรื่องภิกษุณีในไทยที่ขัดพระธรรมวินัย? 

เรื่อง

ภิกษุณีในไทย ขัดพระธรรมวินัย? 

ส่วนหนึ่งจากคำให้สัมภาษณ์ของหลวงแม่ – ภิกษุณี ธรรมนันทา เดิมคือ รศ.ดร.ฉัตรกุมาลย์ กบิลสิงห์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บรรพชาเป็นสามเณรี พ.ศ.2544 และ อุปสมบทเป็นภิกษุณี พ.ศ.2546  ที่วัดดัมบุลละ ประเทศศรีลังกา

หลวงแม่นับเป็นภิกษุณีสายเถรวาทรูปแรกของประเทศไทย 

แต่ในประเทศไทย ถึงแม้จะไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่การรับเอาศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเข้ามา แต่ในปัจจุบันคณะสงฆ์และรัฐไทย ยังไม่รับรองการบวชเป็นภิกษุณีของผู้หญิง

“คณะสงฆ์ไทยเน้นว่าเราเป็นเถรวาท เถรวาทคือถือตามข้อตกลงของการปฐมสังคายนา (3 เดือนหลังปรินิพพาน) ว่าจะไม่มีการเพิกถอนพระธรรมวินัย และไม่มีการเพิ่มเติมสิ่งใหม่ แต่จากข้อมูลที่ปรากฎในพระไตรปิฎกชัดเจนว่า พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้สตรีบวชเป็นภิกษุณีได้ และยังไม่เคยทรงเพิกถอน…

….ประเด็นที่ต้องตั้งถามคือ คำสั่งของสมเด็จพระสังฆราช พ.ศ.2471 ที่ห้ามไม่ให้พระภิกษุบวชผู้หญิงเป็นภิกษุณีและสามเณรีนั้น เป็นบัญญัติแต่เดิมหรือเป็นบัญญัติที่เกิดขึ้นใหม่” คำตอบจากหลวงแม่ในหนังสือ ‘อรหันต์เถรี ผู้เป็นเอตทัคคะ’ ต่อคำถามเรื่องขัดต่อพระธรรมวินัย 

จากประโยคข้างต้น มติที่ประชุมคณะสงฆ์ มส. อ้างถึงพระบัญชาของกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์พระสังฆราชเจ้าเมื่อปี 2471 เรื่องห้ามพระเณรไม่ให้บวชหญิงเป็นบรรพชิต ความว่า ผู้หญิงที่จะสามารถบวชเป็นสามเณรีหรือภิกษุณีตามพุทธานุญาต ต้องสำเร็จด้วยการบวชด้วยภิกษุณีฝ่ายหนึ่ง แต่ “ภิกษุณีหมดสาบสูญขาดเชื้อสายมานานแล้ว” ขณะที่ภิกษุสงฆ์เพียงฝ่ายเดียวก็ไม่สามารถบวชให้ผู้หญิงหรือเป็นอุปัชฌาย์ได้

“การที่เราออกบวชเป็นการยืนยันว่าผู้หญิงออกบวชได้และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้า” หลวงแม่เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ 6 ปีก่อน 

หลวงแม่ – ภิกษุณี ธรรมนันทา

………

จนถึงวันนี้ วัดทรงธรรมกัลยาณีภิกษุณีอาราม จ.นครปฐม ที่ก่อตั้งโดยภิกษุณี กบิลสิงห์ มารดาของหลวงแม่ มีภิกษุณีสืบมาไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เดินทางไปบวชที่ศรีลังกาและกลับมาจำวัดในไทย เพราะคณะสงฆ์ไทยไม่อนุญาตให้ทำการบวชในประเทศ

และบางส่วนมาร่วมงาน  “ดนตรีบูชาแด่สตรีผู้บรรลุธรรม (Music Offering to the Enlightened Buddhist Women)” ที่จัดโดยแผนงานสุขภาวะผู้หญิง กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

ดนตรีบูชาแด่สตรีผู้บรรลุธรรม

‘สตรีผู้บรรลุธรรม’ ในงานหมายถึง 13 ภิกษุณีในสมัยพุทธกาลที่ได้รับเป็นบรรลุธรรมและได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านต่างๆ 

2 ใน 13 รูปนี้เป็นอัครสาวิกาซ้ายและขวา ทำนองเดียวกับพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร นั่นคือ พระนางอุบลวัณณาและพระนางเขมา 

พระเถระ คือ พระภิกษุผู้ใหญ่ในพระพุทธศาสนา ดังนั้นพระภิกษุณีผู้ใหญ่ เราจึงเรียกว่าเถรี และทั้ง 13 เถรีก็มีชาติกำเนิด ความเป็นมา และเหตุผลในการออกบวชแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดบรรลุธรรม จึงเป็นที่มาของชื่อหนังสือ ‘อรหันต์เถรี ผู้เป็นเอตทัคคะ’ 

พระแม่น้า ภิกษุณีองค์แรกในพระพุทธศาสนา 

คนแรก ภาษาฆราวาส คือ น้าของพระพุทธเจ้า พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ และเป็นพระขนิษฐา (น้องสาว) ของพระนางสิริมหามายาที่สวรรคตหลังพระพุทธเจ้าประสูติได้ 7 วัน พระนางมหาปชาบดีโคตมีจึงเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูตลอดมา 

พระนางมหาปชาบดีโคตมีได้ฟังธรรมและบรรลุโสดาบัน เมื่อครั้้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จเยือนกรุงกบิลพัสดุ์ครั้งแรกในรอบ 7 ปีหลังเสด็จออกผนวช 

“อย่าเลย อย่าขอเช่นนั้นเลย” พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระนางมหาปชาบดีโคตมีที่จะออกผนวชหลังหมดพันธะทางโลก  

ด้วยความตั้งมั่น ทรงปลงพระเกศา นุ่งผ้าย้อมฝาด เสด็จตามพระพุทธเจ้าไปถึงกรุงเวสาลี แต่ก็พบประโยคเดิม “อย่าเลย อย่าขอเช่นนั้นเลย” 

เพราะผู้หญิงไม่มีความสามารถในการบรรลุธรรมหรือ – พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า 

พระพุทธองค์ทรงตอบว่า ผู้หญิงมีความสามารถที่บจะบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับผู้ชาย และด้วยคำถามนี้ พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้พระแม่น้า อุปสมบทเป็นภิกษุณี จึงนับเป็นภิกษุณีองค์แรกในพระพุทธศาสนา 

ภิกษุณีที่มาร่วมงาน

พระอุบลวัณณาเถรี ถูกข่มขืนไม่เป็นบาป 

เป็นภิกษุณีที่ได้รับการบันทึกและถ่ายทอดต่อกันมาว่าถูกข่มขืน และเป็นที่มาของบทบัญญัติห้ามห้ามภิกษุณีอยู่ตามลำพัง

ก่อนบวช พระอุบลวัณณาเถรีเกิดในครอบครัวเศรษฐีในนครสาวัตถี มีรูปงามเป็นที่หมายปองของบรรดาเศรษฐี บิดาเกรงใจจะเกิดความหมางใจกัน จึงให้นางออกบวชเป็นภิกษุณี และได้ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญด้านการแสดงธรรมและมีปฏิภาณไหวพริบ จนบรรลุอรหันต์ในเวลาต่อมา 

แต่ขณะที่พำนักลำพังในป่า ท่านถูกลูกพี่ลูกน้องที่หลงรักมาตั้งแต่ยังเป็นฆราวาสข่มขืนแล้วหลบหนีไป เป็นที่สะเทือนขวัญในหมู่ภิกษุณี ก่อนจะมีการสร้างอารามเฉพาะภิกษุณีในเวลาถัดมา

จากเหตุการณ์นี้ คำถามที่เกิดขึ้นจากข้อสงสัยของคนทั่วไปคือ ภิกษุณีที่ถูกข่มขืนเป็นบาปหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า 

“จิตใจของอรหันต์ย่อมไม่ยินดีในกามคุณแม้แต่น้อย ดุจหยาดน้ำไม่ติดบนใบบัวและดุจเมล็ดพันธุ์ผักกาดไม่ติดค้างอยู่ที่ปลายเหล็กแหลมฉะนั้น” 

ท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้พระอุบลวัณณาเถรีเป็นอัครสาวิกาฝ่ายซ้าย เช่นเดียวกับพระโมคคัลลานะ 

 

……………………..

ผู้สนใจอาจเคยอ่านหนังสือธรรมะที่เกี่ยวกับเกจิ พระเถระมากมาย แต่หนังสือ ‘อรหันต์เถรี ผู้เป็นเอตทัคคะ’ เป็นเพียงไม่กี่เล่มที่ให้ความรู้ ข้อมูล เรื่องพระเถรีและภิกษุณี 

เล่มนี้ไม่มีจัดจำหน่ายแต่สามารถดาวน์โหลดอ่านฟรีได้ที่นี่ https://drive.google.com/file/d/1w7Gw-yfquYPjFtBzl-XY2BMVTl4lODKP/view?usp=drivesdk 

ยังมีเรื่องราวของพระเถรีอีกกว่า 10 รูป รวมถึง ข้อสงสัยและกระทู้ถามต่างๆ ต่อการมีอยู่ของภิกษุณีที่ตอนนี้มีจำนวนไม่น้อยในประเทศไทย เช่น เมื่อรับผู้หญิงเข้ามาบวชแล้ว จะทำอายุพระศาสนาสั้นลง , ผู้ที่ไม่ยอมรับให้มีภิกษุณีสงฆ์ในไทย และ ถ้าจะใช้ชีวิตนักบวช ทำไมต้องบวชเป็นภิกษุณี ฯลฯ 

คำปรารภตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ มีอยู่ว่า “พระพุทธองค์ทรงฝากฝังพระศาสนาไว้กับพุทธบริษัท 4 คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา” แต่เพราะเหตุใดเมืองไทยเมืองพุทธปัจจุบันจึงขาดบริษัทไปหนึ่ง 

บางที คำตอบอาจไม่จำเป็นเท่าการตั้งคำถาม

……………………………………………………………

อ้างอิง : ภิกษุณี : ภารกิจ “เติมเต็มพุทธบริษัท 4” ของภิกษุณีธัมมนันทา