ลอยกระทงดิจิทัล กรุงเทพ 2567 คลองโอ่งอ่าง

ลอยดิจิตัล หรือลอยใบตอง ก็ลอยคลองเดียวกันได้ : คุยกับคนเบื้องหลังลอยกระทงดิจิทัลกทม. 2023 ที่บอกเราว่า คนคิดไม่เหมือนกันก็อยู่ด้วยกันได้ 

“ผมก็ไม่เคยลอย” 

เป็นคำตอบที่เหมือนกันของศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และวรวัฒน์ ขจิตวิชยานุกูล Co-Founder & Project manager บริษัท digital picnic ทีมที่ออกแบบงานโปรดักชั่นงานลอยกระทงดิจิทัลคลองโอ่งอ่าง

ทำไมต้องลอยกระทงดิจิทัล? 

วรวัฒน์บอกว่า โจทย์ที่ได้รับจากกทม. คือ “ไม่มีการลอยจริงแน่ๆ” แต่ยังอยากให้คนได้ความรู้สึกและประสบการณ์ของการลอยได้อยู่ และได้ออกแบบกระทงของตัวเอง มากกว่านั้นคือเขียนคำขอขมา เติมเหรียญได้ เป็นกระทงดีไอวายของตัวเองที่ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญไม่สร้างขยะ  

“ได้คอนเซปต์มา เราก็เอามาแปลงให้เป็นรูปธรรม เลยออกแบบมาให้เป็นกระดาษ วาดและระบายสีด้วยสีไม้ สแกนแล้วฉายลงน้ำ  ให้การสแกนแทนการลอย” 

วรวัฒน์ อธิบายต่อว่า กระดาษที่วาดเอาไปรีไซเคิล รียูสต่อได้ หรือใครจะเก็บเป็นที่ระลึกว่า ปีนี้ฉันได้ลอยกระทงแล้วก็ได้

“มันต้องค่อยๆ หาบาลานซ์ หาพื้นที่ตรงกลาง อาจจะมีคนเฒ่าคนแก่บอกว่า พระแม่คงคาจะรับรู้ไหม ต้องดูว่าฟิลลิ่งมันให้หรือเปล่า เรื่องนี้เราเรียนรู้จากพฤติกรรมจริงของคนลอยกระทง ทุกคนก็จะเติมนู่นเติมนี่ ใส่เหรียญ ไอเดียก็คือวาดเหรียญลงไปก็ได้ วาดอะไรก็ได้แบบที่ที่เรารู้สึกว่า เราอยากเติมอะ แล้วก็ยังได้ลอยเหมือนเดิม” ศานนท์อธิบาย

ด้านคนต้นทางอย่างศานนท์ บอกอีกว่า จริงๆ ไอเดียนี้เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ทำไม่ทัน มาทันเอาปีนี้ และได้แรงบันดาลใจจากงาน Awakening Festivals เมื่อปีที่แล้ว 

เหตุผลสำคัญที่ต้องเป็นงานลอยกระทง ก็เพราะเทศกาลนี้มีความพิเศษมากๆ ต่างจากเทศกาลอื่นๆ 

“ในฐานะที่ทำงานกรุงเทพฯ สักพัก ผมเห็นหลายชุมชนเขาจัดงานกันเอง ผมเห็นหลายงานที่กทม.พยายามสั่งให้ทํานะ แต่เขาไม่ทํา ต่างจากลอยกระทง ที่เหมือนทุกคนพร้อมใจกัน มันเป็นประเพณีที่เขาทํา สืบทอดกันมานานแล้ว แล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับวัด เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่อยู่ริมน้ํา”

งานนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่เคยลอยกระทง แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาความเชื่อตัวเองไปล้มล้าง หรือลบหลู่ใคร 

“มันมีหลายงานนะเราสั่งเขาทำ แต่เรื่องนี้แทบจะไม่ต้องสั่งอะไรเลย เขารวมใจกันเอง ผมว่าอะไรแบบนี้มันสําคัญกว่าทุกความเชื่อเลยนะ มันคือ Social Capital (ทุนทางสังคม) ของชุมชนที่เขารวมกันมานาน อะไรที่จะถูกใจเขาได้ขนาดนี้มันหายากมาก มันคืออํานาจที่แท้จริงเลยนะ จะเรียกว่าซ Soft Power ก็ได้“ 

คลองโอ่งอ่างมีความยาวตลอดสาย 750 เมตร จึงมีทั้งจุดสำหรับลอยกระทงดิจิตอล และจุดที่จัดไว้สำหรับลอยกระทงแบบดั้งเดิม 

“อันนี้เป็นความตั้งใจ ไม่ bully กัน เคารพความคิดเห็นกัน ยกตัวอย่างในข้าราชการกทม.กันเอง พอพูดเรื่องยกเลิกลอยกระทงบางคนก็จะเชียร์ แต่หลายคนก็จะรู้สึกว่าไม่ควรลบล้างวัฒนธรรมเรา ผมว่าไอ้ตรงนี้แหละที่มัน crack กัน ถ้าเราหาตรงกลางได้ก็ดี ผมว่าวัฒนธรรมมันมีเหตุผลของมันบางอย่างเสมอๆ อย่างลอยกระทง มันคือการเคารพแม่น้ําคงคา ผมว่ามันดี มันมีรากของของวัฒนธรรม ขึ้นอยู่กับว่าเราจะดึงอะไรออกมาเท่านั้น“ 

ด้านคนออกแบบ Lighting งานนี้ทั้งหมดอย่างวรวัฒน์ ที่ไม่ลอยกระทงมานานแล้ว เพราะคิดมาตลอดว่าเป็นการสร้างขยะ แต่พอต้องมาออกแบบงานลอยกระทงด้วยแสง ก็เข้าใจคนที่ลอยมากขึ้น 

“พอมาทำโปรเจคท์นี้ มันกลายเป็นว่า มันไม่มีข้อจำกัด จากที่เราไม่รู้สึกชอบกิจกรรมนี้ ก็กลายเป็นว่า เฮ้ย มันทำได้นี่ เราเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนี้ได้ โดยที่ไม่ขัดกับความคิดด้วยว่าไม่อยากสร้างขยะ ไม่อยากเห็นน้ำเน่า แต่งานนี้คนที่เคยลอยปกติ อาจจะรู้สึกดีมากขึ้น พอได้เห็นอันนี้ ก็อาจจะรู้สึกว่า ลอยอย่างนี้ก็ได้ อาจเปลี่ยนความคิด มันอาจไม่ได้เปลี่ยนฝั่งทีเดียว เพราะบางคนอาจจะตามไม่ทัน มันไปเร็ว ก็ลองอย่างนี้ก่อน

คลองโอ่งอ่างจึงมีทั้งจุดลอยดิจิทัลบนสะพาน กับท่าที่จัดไว้สำหรับลอยกระทงปกติ 

“อาจมีคนคิดไม่เหมือนกับเราแต่ก็อยู่ด้วยกันได้” วรวัฒน์เปรียบเทียบทิ้งท้าย 

ที่มาภาพ : เพจกรุงเทพมหานคร