นางฟ้าของปู่ : มันคงจะดีถ้าเด็กๆ ในสงครามมีนางฟ้าคุ้มครองเหมือนปู่ 

มันคงจะดีถ้าเด็กๆ ที่อิหร่าน และที่ไหนๆ ในโลกที่อยู่ในสงครามมีนางฟ้าคอยคุ้มครองเหมือนปู่ 

“หลานรู้ไหมว่า ไม่เคยมีใครมาทำอะไรปู่ได้เลย” 

นิทานภาพ ‘นางฟ้าของปู่’ ที่วาดทั้งเรื่องและภาพโดยุททา เบาเออร์ ขึ้นต้นด้วยประโยคนี้ 

ยุททา เบาเออร์ เป็นใคร? 

ยุททาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบชาวเยอรมันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่ง เธอได้รับรางวัล Hans Christian Andersen Award (สาขานักวาดภาพประกอบ) เมื่อปี 2010 

ถ้าดูจาก ค.ศ.ที่เกิดคือ 1955 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดไปเพียง 10 ปี อาจกล่าวได้ว่ายุททาเติบโตมาในช่วงฟื้นฟูของประเทศผู้แพ้สงคราม 

ถ้าใครตามอ่านงานของยุททาจะพบว่าในเส้นเรื่องที่โหดร้าย มักจะถูกเล่าออกมาอย่างนุ่มนวลเสมอ ทั้งภาพและคำ โดยเฉพาะเล่ม นางฟ้าของปู่ Opas Engel 

1.

ปู่เล่าว่าตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมา ไม่มีใคร อะไร หรือเหตุการณ์ใด ทำร้ายปู่ได้เลย 

“มีอยู่ครั้งหนึ่งนะ ปู่เกือบโดนรถเมล์ชน…ทั้งๆ ที่สมัยนั้นยังมีรถราไม่มาก” ยุททา เขียนคำไว้เท่านั้น ก่อนจะให้งานภาพเล่าผ่านลายเส้นต่อว่า มีนางฟ้าบินมาเบรกรถไว้ (ระยะเรียกว่าเฉียดตายได้เลยนะปู่) 

“แต่ปู่ไม่กลัวอะไรเลย ปู่กล้าหาญกว่าทุกคนเลย เออ…ปู่ปีนต้นไม้ที่สูงที่สุดด้วยนะ” ก็ได้นางฟ้าอีกเหมือนเดิมที่บินรี่มารอรับเด็กชายปู่ที่กำลังจะร่วงจากกิ่ง 

“ขนาดหมาตัวโตๆ ยัวกลัวปู่ตัวสั่นทีเดียว…” พอพลิกไปถึงหน้านั้นก็จะเห็นว่านางฟ้าแม่ทูนหัวกำลังดุเจ้าสี่ขาอยู่ ส่วนปู่น่ะเหรอ กระหยิ่มยิ้มย่องใจ สองมือล้วงกระเป๋าอีกต่างหาก

ปู่ค่อยๆ โตขึ้นอย่างมีความสุข 

จนมาถึงทุกข์แรกที่ทำให้ปู่เศร้าคือการที่จู่ๆ ก็หายไปของเพื่อนชื่อโยเซฟ ยุททาเลือกเล่าน้อยแต่มากด้วยการวาดให้เสื้อข้างขวาของโยเซฟมีรูปดาวแปะไว้ สิ่งนั้นเรียกว่า ‘ดาวแห่งดาวิด’ 

ตั้งแต่ปี 1938 นาซีในเยอรมันและพื้นที่ยึดครอง บังคับให้ชาวยิวทุกคนที่อายุมากกว่า 6 ปี ต้องเย็บตราดาวสีเหลืองที่มีคำว่า jude หรือยิวในภาษาท้องถิ่น ติดไว้ให้เห็นชัดบนเสื้อผ้า เพื่อให้ระบุตัวตนได้ง่าย จำกัดพื้นที่การเดินทาง และแยกชาวยิวออกจากสังคมเยอรมัน

อย่างที่บอก มนตร์วิเศษของนางฟ้าช่วยไม่ให้โยเซฟหายไป ไม่ได้ 

2.

พอปู่ค่อยๆ โตขึ้นและเข้าร่วมสงคราม เผชิญความตายของเพื่อนร่วมรบ ความหิวโหยหลังสงครามแผ่กระจายไปทุกหย่อมบ้าน นางฟ้าก็พลอยแก้มตอบไปด้วย ปู่เองก็ต้องทำงานไม่เลือกอาชีพ ตั้งแต่แบกหาม รีดนมวัว ก่อสร้าง เล่นดนตรี ไปจนถึงขอทาน  

แต่นางฟ้าก็คอยอยู่ข้างๆ ปู่เสมอ 

คุณปู่รอดมาได้ทุกครั้งเพราะมีนางฟ้าคอยช่วย แต่ในโลกแห่งความจริง เด็กๆ หลายคนไม่ได้โชคดีและแก่อย่างมีความสุขเหมือนปู่ หลายคนจากไปด้วยสิ่งของที่หล่นมาจากฟ้าอย่างโดรน ระเบิด ขีปนาวุธ 

เป็นผลพวงจากสงครามของผู้ใหญ่ที่นับวันยิ่งไม่ตรงไปตรงมา จากการใช้ข้ออ้างว่าเพื่อสันติภาพของโลก แต่จริงๆ แล้วจะมีสักกี่คนที่กล้ายอมรับว่าที่ทำไปทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

เอาเข้าจริง นางฟ้าของปู่ไม่รู้มีอยู่จริงหรือเปล่า แต่สิ่งที่ทำให้มีอยู่จริงได้คือ ความคิดและการลงมือทำอย่างมนุษยธรรมและสันติธรรมของผู้ใหญ่  สิ่งนั้นอาจเป็นนางฟ้าที่คุ้มครองและทำให้ทุกคนปลอดภัยได้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ 

.

นิทานของยุททา เล่าชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายด้วยอายุขัยของปู่ 

พลิกไปหน้าท้ายๆ ยุททาเขียนไว้ว่า “ปู่เองก็คิดว่ามันแปลกๆ เหมือนกันที่รอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้”

แต่สุดท้ายปู่ก็บอกกับหลานว่า “ปู่ช่างโชคดีเหลือเกิน” แล้วค่อยๆ หลับตาลง โดยมีนางฟ้าประคองไว้ในห้วงนาทีสุดท้าย 

เด็กทุกคนควรเกิดมาและตายไปด้วยเหตุอันควร เช่นเดียวกับปู่ 

“เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง…” จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอนของอ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ก็ว่าไว้อย่างนั้น 

ในเมื่อคนเราเกิดมาทุกคนก็ต้องตาย ขอให้คนที่มาทีหลังอย่างเด็กๆ ได้เติบโต ได้ใช้ชีวิต ได้ทุกข์ ได้สุข ได้เจ็บปวด ได้บาดเจ็บ ได้เรียนรู้ และได้อยู่รอด ท้ายที่สุดก็ขอให้ตายอย่างธรรมดา 

นางฟ้าไม่ต้องมีอยู่จริงก็ได้ ถ้าผู้ใหญ่ทำตัวดีพอ