ถ้าคนที่ไม่เคยเรียกตัวเองว่า ‘แฟนคลับ’ มาดูสารคดีเรื่องนี้ เขาจะเข้าใจไหมนะ?
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากจอฉายสารคดี ‘Fandom หลงใหล คลั่งไคล้ ไร้สาระ’ ดับลงท่ามกลางเสียงปรบมือของมัมหมีน้องเนย แฟนคลับอิงล็อต (อิงฟ้า-ชาล็อต) และแฟนคลับใบปอ-ธิติยา ซึ่งเป็นกลุ่มคนดูส่วนใหญ่ในโรงแห่งนี้ และยังเป็นด้อมที่ถูกปรากฏในเรื่อง

Fandom หลงใหล คลั่งไคล้ ไร้สาระ เป็นสารคดีที่ตีแผ่ชีวิตของ ‘คนคลั่งรัก’ ที่ฉายภายในเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติ What the Doc! (WTD!) จัดโดย Documentary Club ด้วยความสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) ทว่าการคลั่งรักในที่นี้ไม่ใช่ในรูปแบบโรแมนติกกะหนุงกะหนิงฉบับคนรักกัน เพราะเป็นความรักที่คนคนหนึ่งมีให้อีกฝ่ายในฐานะแฟนคลับ (หรือที่บางคนอาจจะเรียกว่า ‘ติ่ง’) สารคดีในเรื่องนี้จึงพาไปสำรวจทั้ง ‘ความหลงใหล’ ทั้ง ‘ความคลั่งไคล้’ ของคนที่เรียกตัวเองว่าแฟนคลับ
รวมไปถึงบางเรื่องที่คนบางคนอาจจะมองว่า ‘ไร้สาระ’
เพราะสำหรับเราที่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนคลับวง K-POP มาตั้งแต่ประถมปลาย จนกลายมาเป็นแฟนคลับแทบทุกวงการ เรื่องราวที่ถ่ายทอดในสารคดีเรื่องนี้ก็เหมือนกระจกสะท้อนตัวเองที่ทำให้เราพยักหน้าทุกครั้งเมื่อแฟนคลับที่ถูกสัมภาษณ์เล่าความรู้สึกออกมาให้ฟัง
หลงใหล
หากถามว่าแฟนคลับคืออะไร เราเชื่อว่าทุกคนมีคำตอบให้กับคำนี้ นั่นคือ ‘คนหรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบในบางสิ่งบางอย่าง’ เช่น สโมสรฟุตบอล ดารานักร้อง ภาพยนตร์ แต่ถ้าถามว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงเป็นแฟนคลับ คำตอบที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าถามคำถามนี้กับใคร
บางคนอาจจะตอบว่าชอบผลงาน บางคนอาจจะตอบว่าถูกชะตา บางคนอาจจะตอบว่าเพื่อนรอบตัวเป็นแฟนคลับ พอโดนเพื่อนป้ายยาก็เลยลองมาติดตาม หรือบางคนก็อาจจะมีเหตุผลแปลกๆ เช่น ตอนแรกก็ไม่ชอบ ออกแนวแอนตี้ (Anti) เสียด้วยซ้ำ แต่พอลองศึกษาตัวตนเขาดูดีๆ ดัน ‘โดนตก’ โดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าจะคำตอบไหนก็ไม่มีถูกผิดเพราะแต่ละคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง แต่ถ้าหาจุดร่วมที่แฟนคลับส่วนใหญ่มีร่วมกัน วิจัยเรื่องจิตวิทยาของความเป็นแฟนคลับและรากเหง้าของความคลั่งไคล้ (The Psychology of Fandom and the Roots of Fanaticism) โดย Yutong Pan จาก โรงเรียนนานาชาติอเมริกันแห่งต้าเหลียน (Dalian American International School) ชี้ว่ามี 2 แรงจูงใจหลักด้วยกัน คือ
1️⃣ การผูกอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจกับสิ่งที่ชอบ : แฟนคลับมักจะรู้สึกเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น ชอบน้องเนย มาสคอตที่มีลักษณะเป็น ‘ต้นแบบเด็กน้อยช่างฝัน (Magical Child Archetype)’ ผู้ฝันว่าอยากจะเป็นไอดอล 1 ในรูปแบบเด็กน้อยในใจ (inner child) เพราะสะท้อนเด็กน้อยในใจเราว่า เราเองก็เคยเป็นเด็กคนนั้นที่เชื่อว่าความฝันของตัวเองเหมือนกัน ซึ่งพอรู้สึกเชื่อมโยงแล้ว ก็จะมองว่าความสำเร็จ ผลงาน หรือชื่อเสียงของสิ่งที่ตัวเองชอบเปรียบเสมือนความสำเร็จของตัวเอง ส่งผลให้ความเคารพตนเอง (Self-esteem) ความรู้สึกเชื่อมโยงทางสังคม (Social Connectedness) และ ความสุข (Happiness) ของแฟนคลับเพิ่มสูงขึ้น
2️⃣ ต้องการหลีกหนีความเป็นจริงและมอบรางวัลให้กับตัวเอง : การติ่งของแฟนคลับเป็นกลไกที่ทำให้พวกเขาหลีกหนีจากความเครียดและความทุกข์ใจในชีวิตประจำวัน ซึ่ง Yutong Pan เสริมว่า ในมุมมองของแฟนคลับ การติ่งคือรางวัลที่ช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจ และเป็นสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการดำเนินชีวิต
“การที่ได้ไปเจอน้อง แค่ 5 นาที มันมีค่ามากๆ มันเติมน้ำมันหัวใจ” – มัมโบ แฟนคลับ Butterbear กล่าวในสารคดี
คลั่งไคล้
คำว่า ‘แฟน (Fan)’ มีที่มาจากคำว่า fanaticus ในภาษาละตินที่แปลว่า ‘คลั่งไคล้ราวกับฟ้าดลใจ’ จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นแฟนคลับบางคนแสดงออกถึงความชื่นชอบต่อสิ่งที่พวกเขาเป็นแฟนคลับในรูปแบบที่ชวนอึ้ง เช่น การทำแฟนโปรเจกต์
แฟนโปรเจกต์ (Fan Project) คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยแฟนคลับเพื่อบุคคลหรือสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ จะเป็นรูปแบบไหน ใช้งบเท่าไหร่ก็ได้ที่มักจะทำเป็นเรื่องปกติเมื่อมีโอกาสพิเศษ แฟนโปรเจกต์จึงมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การเปิดโดเนทเพื่อบริจาคเครื่องช่วยหายใจในนามศิลปิน การทำป้ายโฆษณาอวยพร การทำแบนเนอร์ถือพร้อมกันในคอนเสิร์ต
ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนโปรเจกต์ที่เป็นที่นิยมจะเป็นการอวยพรวันเกิดให้ศิลปินผ่านป้ายโฆษณาในสถานีรถไฟฟ้า ทำให้เราเห็นศิลปินมากหน้าหลายตาที่ผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละเดือน บ้างก็เป็นศิลปินไทย บ้างก็เป็นศิลปินต่างชาติ และแทบจะไม่เจอป้ายว่างสักสถานี โดยราคาของป้ายโฆษณาเหล่านี้เริ่มต้นที่ 21,500 บาท/เดือน แต่พอรถไฟฟ้าปิดให้บริการชั่วคราวตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อสกัดกั้นการเดินทางของประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2563 เหล่าแฟนคลับชาวไทยก็รณรงค์ไม่สนับสนุนการขึ้นป้ายโปรเจกต์ตามสถานีรถไฟฟ้าอีกเลย และเปลี่ยนไปกระจายรายได้ให้กับคนขับรถตุ๊กตุ๊กโดยการเช่าพื้นที่ท้ายรถเพื่อติดป้ายอวยพร หรือไม่ก็ลงทุนขึ้นป้ายแบบอื่นแทน เช่น จอห้างสรรพสินค้า MBK ที่มีราคาอยู่ที่ 49,000 บาท/15 วัน
หรืออย่างในตัวสารคดี Fandom เองก็มีการพูดถึงแฟนโปรเจกต์สนับสนุนซีรีส์เรื่องใหม่ของอิงฟ้า-ชาล็อตที่มาในรูปแบบเรือยอชต์ติดจอ LED ฉาย Overture (คลิปเปิดตัวที่ใช้เกริ่นโทนเรื่องและแนะนำตัวละครหลัก) ของซีรีส์ในพาร์ตของอิงฟ้ากับชาล็อต ซึ่งทำเอาหลายคนอึ้งและเป็นที่พูดถึงทั้งในด้อมอิงล็อตเอง รวมไปถึงด้อมอื่นๆ ที่มีศิลปินของตนร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้

แต่ถ้าไม่ขึ้นป้ายโฆษณา แฟนคลับบางกลุ่มก็จะจัดกิจกรรมให้แฟนคลับด้วยกันมีพื้นที่ในการรวมตัว เช่น การจัดคาเฟ่วันเกิดศิลปิน พร้อมกิมมิคบางอย่างให้แฟนคลับได้สนุกได้แม้ไม่มีศิลปินมานั่งอยู่ในงาน เช่น ซื้อน้ำ 1 แก้ว จะได้ปลอกแก้วลายศิลปิน มีสมุดให้เขียนความรู้สึกและคำอวยพรที่จะรวบรวมเพื่อส่งให้ศิลปินในภายหลัง และมีกิจกรรมอื่นๆ ให้แฟนคลับได้ทำร่วมกัน ซึ่งการลงเงินจัดกิจกรรมแบบนี้ แม้ศิลปินหรือบุคคลที่เราชื่นชอบไม่ว่าจะเป็นคนหรือตัวการ์ตูนจะมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะจุดประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้คือรวมตัวคนที่รักในสิ่งเดียวกันให้มาเจอกัน
พอกิจกรรมแบบนี้มีตัวเลขหลายหลักในการจัดทำ หลายคนก็อาจจะมองว่า การเป็นแฟนคลับอะไรสักอย่างจะต้องมีเงินถุงเงินถังพร้อมซัพพอร์ตตลอดเวลา ถ้าเงินไม่ถึงก็เป็นแฟนคลับไม่ได้ แต่มันไม่จำเป็น เพราะตอนหนึ่งของสารคดีที่พูดถึงโปรเจกต์เรือยอชต์ของแฟนคลับอิงล็อต ตัวแฟนคลับที่ให้สัมภาษณ์ก็พูดถึงรายละเอียดโปรเจกต์ที่ลงเงินไป และอธิบายเพิ่มเติมว่า ในกลุ่มแฟนคลับมีผู้คนที่หลากหลาย หลายคนเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีกำลังทรัพย์มากก็จะสนับสนุนเป็นตัวเงิน ส่วนน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองก็ช่วยกันสนับสนุนในรูปแบบอื่น เช่น การโพสต์ติดแท็กในโซเชียลมีเดีย เพราะการเป็นแฟนคลับไม่ได้มีกฎเกณฑ์หรือหน้าที่ที่ชัดเจน แค่เพียงสนับสนุนคนที่เรารักก็เพียงพอแล้ว
เหตุผลนี้ชวนให้นึกถึงกรณีของ Heartrocker หรือ ‘พี่เอก’ นักแคสท์เกมแถวหน้าของประเทศไทย ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เปิดรับโดเนท แต่ทำคลิปให้ผู้ติดตามดูกันแบบฟรีๆ และเมื่อ Youtube เปิดระบบ Super Chat ให้โดเนทโดยตรง เหล่าแฟนคลับที่ติดตามมานานก็โดเนทให้ด้วยเหตุผลที่ว่า ตามมานานไม่เคยมีโอกาสได้สนับสนุนนอกจากการกดไลก์กดแชร์ แต่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีเงินแล้ว เลยอยากสนับสนุนด้วยกำลังทรัพย์ที่ตนมี ทำให้ในปี 2566 Heartrocker ได้เงินจาก Super Chat ในวันเกิดไปถึง 411,622 บาท ภายใน 3 ชั่วโมง
ไร้สาระ
“ทำไมไม่เอาเวลาติ่งไปทำงานให้มากกว่านี้”
คำถามนี้เป็นคำถามที่แฟนคลับชายของ ‘ใบปอ-ธิติยา’ นักแสดงวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงมาจากการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ‘เธอกับฉันกับฉัน’ ของค่าย GDH ถูกถามจากคนรอบตัว ซึ่งคงไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เจอกับคำถามทำนองนี้ เพราะความรักของแฟนคลับมักถูกคนนอกด้อม (คนที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับ) ตั้งคำถามอยู่เสมอ
ในมุมของคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ ส่วนใหญ่จะมองว่าการเสียเงินเพื่อสนับสนุนศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของสะสม หรือการซื้อบัตรคอนเสิร์ต บัตรเข้าชมอีเวนต์ต่างๆ เป็นการจ่ายเงินให้สิ่งที่ไม่ได้สร้างความมั่นคงในชีวิต เป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แถมความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับอีกฝ่ายยังเป็นความสัมพันธ์ทางเดียวที่ไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายจะจำชื่อหรือจำหน้าแฟนคลับได้ไหม ยิ่งเป็นตัวละครที่ไม่มีอยู่จริงยิ่งแล้วใหญ่ เสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับเพราะจับต้องไม่ได้ การทุ่มเทความรัก เวลา และแรงกายให้ของแฟนคลับจึงถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่เสียเปล่า
แต่ถ้าเรามองกันด้วยเหตุและผล งานวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นแฟนคลับกับสุขภาวะ (The Relationship between Fandom and Well-Being) โดย Kei Aoki จากวารสาร Happiness and Wellness – Biopsychosocial and Anthropological Perspectives ชี้ว่า การเป็นแฟนคลับส่งผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาว ผ่านองค์ประกอบ 5 ด้านใน ‘PERMA model’ (แบบจำลองหรือกรอบแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาวะและความสุขใจ) ได้แก่
1️⃣ อารมณ์เชิงบวก (Positive Emotion : P) : การเป็นแฟนคลับทำให้มีความสุขในการติดตามและสนับสนุนสิ่งที่ชอบ เช่น แฟนคลับ Butterbeat ในสารคดี Fandom ที่ผ่านภาวะซึมเศร้ามาได้เพราะมาติดตามน้องเนย
2️⃣ ความผูกพันและการมีส่วนร่วมอย่างจดจ่อ (Engagement – E) : แฟนคลับมีความตื่นเต้น มีส่วนร่วม และจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ตนเองหลงใหล จนเกิดความสุขและความเพลิดเพลินในการใช้เวลา
3️⃣ ความรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคม : (Relationships with others – R) : การเป็นแฟนคลับทำให้รู้สึกได้รับการยอมรับจากคนในกลุ่มแฟนคลับด้วยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างพูดภาษาเดียวกัน ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ทำให้ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเพิ่มความเชื่อมโยงต่อผู้อื่นในสังคมมากขึ้น
4️⃣ การมีคุณค่าและความหมายในชีวิต (Meaning in life – M) : การเป็นแฟนคลับช่วยเติมเต็มเป้าหมายในชีวิต ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองลงมือทำนั้นมีคุณค่า เช่น การเรียนภาษาต่างประเทศเพื่อไปสื่อสารกับศิลปินที่ชื่นชอบ
5️⃣ ความรู้สึกประสบความสำเร็จ (Accomplishment – A) : การบรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ในพาร์ทของการติ่งล้วนทำให้แฟนคลับรู้สึกก้าวหน้าและภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น และสามารถเทียบได้กับการประสบความสำเร็จของคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ เช่น การสะสมการ์ดโปเกมอนครบชุดก็เป็นความสำเร็จเช่นเดียวกับการซื้อบ้านในวัย 30

ถึงการเป็นแฟนคลับจะส่งผลดีต่อสุขภาพจิต แต่การจมดิ่งกับการติ่งมากเกินไปก็ส่งผลเสียเช่นกัน เช่น การคิดว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับคนดัง ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้จักเราแม้แต่น้อย หรือจริงๆ เราเองก็ไม่ได้รู้จักเขา (Parasocial) จนนำไปสู่พฤติกรรมคุกคามชีวิตและเวลาส่วนตัวของศิลปิน (ซาแซงแฟน : 사생팬) หรือการใช้จ่ายกับการติ่งจนเกินกำลังทรัพย์ที่ตัวเองมี ทำให้เกิดความทุกข์มากกว่าความสุข
แฟนคลับที่มีงานอดิเรกเป็นการมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้กับสิ่งที่ตัวเองชอบจึงต้องไม่ลืมที่จะหันกลับมารักตัวเองด้วยการหมั่นสำรวจอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อที่เราจะได้มีความเข้มแข็งทั้งกายและใจในการยืนหยัดท่ามกลางคนที่คอยดูถูกความชอบของเราเพื่อสนับสนุนในสิ่งที่รักต่อไปได้อีกนาน
อ้างอิง
The Relationship between Fandom and Well-Being
The psychology of fandom: Understanding the etiology, motives, and implications of fanship
